แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

ภาคีส่งเสริมการอ่าน

หัวข้อ

รายการโทรทัศน์ "เล่มโปรด เล่มเปลี่ยน"

ก่อนจะไปพบกับคุณหนูดีวนิษา เรซ พิธีกรของเรา และเรื่องราวไม่ธรรมดาของการอ่านหนังสือในรายการเปิดโลก เปิดเล่ม วันนี้ เรามาฟังประสบการณ์มหัศจรรย์การอ่านจากประสบการณ์ตรงของคุณหนูดีกันก่อนดีกว่าครับ

สงสัยมั้ยครับว่า ทำไมคนเราถึงเก่งได้หลายอย่าง  ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอ สามารถนำเอาศักยภาพเหล่านี้ออกมาจากไหน  คำตอบอยู่ที่นี่ครับ การอ่านหนังสือเล่มสำคัญ ที่ทำให้เธอค้นพบว่าคนเรามีความสามารถที่หลากหลาย ขึ้นอยู่เพียงว่าจะสามารถดึงออกมาใช้ได้อย่างไร

 

“Frames of mind ของ ดร.การ์ดเนอร์ เป็นแรงบันดาลใจในหลายเรื่อง อย่างอัจฉริยะสร้างได้ หนังสือที่หนูดีเขียน ซึ่งก็เป็นหนังสือที่พูดถึงความสามารถหลายๆด้านของคน ถึงแม้เราไม่เก่งมาแต่เด็ก แต่ก็สามารถพัฒนาได้ และยังเป็นแรงบันดาลใจให้สมัครเรียนโทใบล่าสุดด้วยค่ะ”

 

“ประทับใจเนื้อหาทั้งหมดค่ะ มันเป็นเรื่องของศาสตราจารย์คนนึงที่อยากรู้ว่าคนเราที่สอบวัดไอคิวได้คะแนนน้อย แต่ทำไมประสบความสำเร็จในชีวิตได้ หรือแม้กระทั่งคนไม่มีการศึกษา ก็ยังเป็นเจ้าของธุรกิจใหญ่ๆได้ เค้าจึงทำวิจัยกับคนหลายพันคน เพื่อดูว่าจริงๆแล้วความเก่งของคนมีด้านไหนบ้าง แล้วก็พบว่าความเก่งของคน หรือความฉลาดมีอย่างน้อยแปดด้านค่ะ ซึ่งก็คือ ภาษา คณิตศาสตร์ ตรรกะ การคำนวณด้านการใช้ร่างกาย ดนตรีและการใช้จังหวะ ในด้านเกี่ยวกับธรรมชาติ”

 

และหนังสือเล่มนี้แหละครับ ทำให้เธอดั้นด้นไปเรียนต่อกับ ดร.โฮเวิร์ด  การ์ดเนอร์ และทำให้เธอได้เข้าใจว่า คนเราน่าจะมีอาชีพได้มากกว่า 1หากสามารถบริหารเวลาได้ เธอจึงได้พิสูจน์ด้วยตัวเธอเอง ไม่ว่าจะบทบาทผู้บริหารโรงเรียน นักเขียน นักบรรยาย นักจัดรายการวิทยุ ยังไม่รวมงานด้านบันเทิงอีกหลายรูปแบบ แต่ที่เห็นอยู่นี่ เป็นงานล่าสุดของเธอ “ปลูกผัก”ไงครับ ไม่ได้ทำเล่นๆนะเนี่ย   ศึกษาอย่างจริงจัง ทำเป็นธุรกิจได้เลย

 

“เช่นที่หนูดีหันมาปลูกผัก ก็เป็นอัจฉริยภาพด้านนึงในการเข้าใจธรรมชาติ เพราะฉะนั้นตอนที่สมัครเรียน ป.โท ก็ได้เรียนกับอาจารย์คนนี้ด้วย เรียนแล้วก็ประทับใจ เพราะมันสามารถเอาไปปรับใช้ในหลายๆด้านได้ ปีที่เรียนเป็นปี 2006 อาจารย์ก็ทำวิจับกับศร.ในนิวยอร์คเกี่ยวกับการทำงานของคน ว่าคนที่ทำงานเก่งและทำงานดีเนี่ย ต้องมีองคประกอบอะไรบ้าง ซึ่งเค้าก็ค้นพบ 3E : Excellent ดี ยอดเยี่ยม, Ethical มีคุณธรรม และ Engaging ความตื่นตัว อยากมีส่วนร่วม ซึ่งเค้าบอกว่าคนส่วนใหญ่ที่ทำงานได้ดี แล้วในที่สุดเกิดหมดไฟ เพราะมีสองตัวแรก แต่ไม่มีตัวสุดท้าย เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนั้นจึงเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางหลายๆอย่างของหนูดี ยิ่งได้มารุจักกับตัวนักเขียน ยิ่งได้รู้ว่ามันมีการต่อยอดไปยังจุดต่างๆมากมาย จากหนังสือเล่มเล็กๆเพียงเล่มเดียวนะค่ะ”

 

และเมื่อคุณหนูดีได้เรียนรู้ และเข้าใจว่าคนเราสามารถจะนำความเป็นอัจฉริยะในตัวเองออกมาได้ เธอจึงถ่ายทอดออกมาเป็นหนังสือหลายเล่ม เชื่อมั๊ยครับว่านักอ่านหลายคนได้แรงบันดาลใจจากงานเขียนของเธอ แต่เรื่องราวที่น่าประทับใจที่สุด คือเรื่องของหญิงสาวคนหนึ่งที่เลิกคิดสั้น และหันมาต่อสู้กับชีวิตต่อไป หลังจากได้อ่านงานของหนูดี

 

“วันนั้นหนูดีไปวิ่งที่สวนลุม ช่วงเช้า และกำลังกลับบ้าน มีนองผู้หญิงคนนึงวิ่งสวนมา เรียกเราไว้ เราก็นึกว่าเค้าจะเหมือนแฟนๆที่ชื่นชอบหนังสือเรา แต่เค้ากลับยืนนิ่งเงียบไปเลย แล้วก็น้ำตาคลอ หนูดีก็งงค่ะ ไม่รุจะพูดยังไง เลยบอกว่าขอพี่กอดนิดนึงนะคะ เค้าเองก็พูดขอกอด ซักพักเค้าก็บอกว่าเมื่อปีที่แล้ว ตอนที่หนังสืออัจฉริยะสร้างได้ออกมาน่ะค่ะ เค้าบอกว่าตอนแรกเค้าเคยคิดว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ พออ่านหนังสือพี่ก็เลยทำให้เปลี่ยนความคิดตัวเองว่าจริงๆแล้วก็มีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่เราสามารถทำได้ ทำไหนูไม่มีชีวิตต่อไปเพื่อทำสิ่งต่างๆเหล่านั้น เค้าก็เลยบอกว่าที่ร้องไห้เพราะตื้นตัน และแค่อยากบอกน่ะค่ะ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยน่ะค่ะ แต่หนังสือเนี่ยมันมีอิทธิพลกับชีวิตคนจริงๆนะคะ หนูดีก็ไม่ได้คาดหวังถึงขนาดทำให้คนเลิกคิดสั้น แต่น่าจะมีผลทำให้เค้ามีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นน่ะค่ะ”

 

เอ..แล้วถ้าแบบเรานี่อยากจะหาหนังสือดีๆที่จะสร้างแรงบันดาลใจมานั่งอ่านซักกะเล่ม จะเอาเล่มไหนดีนา ..หลายคนอาจจะคิดแบบนี้นะครับ ไม่ต้องห่วง วันนี้คุณหนูดีมาเยี่ยมทั้งที ก็มีหนังสือดีๆมาแนะนำให้ทุกคนด้วยครับ

 

“ถ้าเล่มที่พูดถึงความเก่งนะคะ นอกจากเรื่องแรกก็หนังสือแปลเรื่อง “สัมฤทธิ์พิศวง”หรือ Outliers ฟังดูแปลกๆไม่น่าอ่านเท่าไหร่ ซึ่งถ้าหนูดีไม่รุจักเล่มแรกของเค้าเนี่ยก็คงไม่อ่านเล่มแปล แต่คนเขียนเค้าเขียนเรื่อง Blinks เกี่ยวกับการตัดสินใจในช่วงเสี้ยววินาที เป็นนิวยอร์คไทมส์เบสท์เซลเลอร์เลยนะคะ  อีกเรื่องคือ tipping point เป็นจุดเปลี่ยนเล็กๆที่มีผลกระทบยิ่งใหญ่มหาศาล”

 

“เรื่องนี้จึงเหมือนกับพูดถึงคนที่เก่งมากเป็นพิเศษในสังคม ที่ไม่เหมือนคนอื่นเลย แล้วเค้าอยากรู้ว่าคนพวกนี้เค้ามีองค์ประกอบอย่างไร มีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ ซึ่งหนูดีว่าหนังสือเล่มนี้มันสนุกมากกกก อ่านแล้วขนลุกตลอด”

 

“สมมติอย่างการที่หนูดีเริ่มปลูกผัก ก็จะมีหนังสือที่ให้ความรู้ซึ่งหนูดีสะสมเป็นยี่สิบเล่มจากที่ไม่เคยซื้อมาก่อนเลย และอีกประการคือหนังสือประเภท Comfort Reading คือไม่ใช่หนังสือประเภทฮาวทู หรือเทคนิค แต่อ่านแล้วสบายใจ ผ่อนคลาย บางทีก็เป็นนิยาย ที่ทำให้เรารู้สึกว่ามีความหวังกับโลก กับมนุษย์มากขึ้น เรื่องนึงที่น่ารักมากที่หนูดีชอบคือ “สาวใช้คนใหม่”อ่านหลายรอบจนหลุดเป็นแผ่นๆเลยค่ะ หาซื้อยากอีกด้วย เพราะไม่พิมแล้ว หรืออย่างนักเขียนที่ชื่อคุณ “น้ำผึ้งป่า”ที่คอยตอบปัญหาในหนังสือสกุลไทย ซึ่งหนูดีไม่เคยอ่านหรอกค่ะ แต่แม่อ่านเลยอ่าน แล้วก็ติด ชอบมากเลย ต่อมาคุณน้ำผึ้งป่าก็ออกพอคเกตบุคค่ะ ชื่อตอบปัญหาคาใจ ก็ตอบปัญหาคนที่จะฆ่าตัวตาย คนมีปัญหาความรัก ครอบครัว คืออ่านแล้วมันรู้สึกสบายใจ โล่งใจ ว่ายังมีคนดีดีอย่างนี้อยู่ในโลกด้วยเนอะ คนที่คอยช่วยแก้ปัญหาให้คนอื่นๆ เนี่ยล่ะค่ะ ก็จะมีหนังสืออยู่สองประเภทหลักๆ ที่ต่างมีผลดีกับชีวิตทั้งคู่เลยนะคะ ช่วยทั้งเรื่องสมอง แล้วก็อารมณ์”

 

ยังไม่พอครับ คุณหนูดีก็มีหนังวือที่เรียกได้ว่าคนไม่ชอบอ่าน อ่านแล้วจะติดใจมากฝากอีกด้วย

 

“อย่างคนที่ไม่อ่านหนังสือธรรมะเลย แต่ล่าสุดเห็นท่านว.วชิรเมธี ออกหนังสือ “ต้มยำธรรมะ”หลายคนถ้าอ่านเล่มนั้นจะต้องชอบจนติดใจเลยล่ะค่ะ แทบจะเข้าสู่วงการธรรมะได้เลย บางคนไม่อ่านหนังสือ แต่อยู่ในช่วงหมดกำลังใจ แล้วมีคนเอาหนังสือมาให้ อย่างหนูดีเคยอ่านเรื่อง “กฎแห่งกระจก”ก็น่ารักค่ะ หรือ “เข็มทิศชีวิต”ซึ่งคนจำนวนมากก็เริ่มอ่านหนังสือธรรมะจากหนังสือตรงนั้น คือหนูดีมองว่ามันต้องคลิ้กกันพอดี แล้วแต่คนจะไปคลิ้กอะไร”

 

นี่แหละครับ เรื่องราวการอ่านของ The Reader คนเก่งของเรา คำว่าอัจฉริยภาพที่ได้รับการยกย่อง ไม่ได้ทำให้เธอหยุดนิ่งอยู่กับที่ หลงใหลได้ปลื้มกับคำเยินยอ ทุกวันเธอยังคงอ่าน และเรียนเพื่อให้ได้รู้ ที่สำคัญลงมือทำทุกอย่างที่เป็นฝันของเธอ เหมือนกับคำคมบนหน้าหนังสือที่เธอฝากมาถึงทุกๆคนครับ

 

“หนังสือเนี่ยเปลี่ยนชีวิตคนได้จริงๆ หนูดีรู้จักคนจำนวนมากที่อ่านหนังสือเล่มนึง หรือสองสามเล่ม แล้วอยากตั้งหลักกับชีวิตใหม่ อย่างบางเล่มมันก็จะมีประโยคสั้นๆที่โดนใจแล้ว ที่หนูดีอ่านก็จะมี “The best way to make your dream come true is to wake up” คือวิธีที่จะทำความฝันให้เป็นจริงได้ดีที่สุด ก้คือการตื่นขึ้นมา หรือ “work is love made visible” งานคือความรักที่จับต้องได้ ซึ่งมันเป็นคำที่ให้แรงบันดาลใจ ไม่ได้มีติดไว้ตามถนน มันเป็นหน้าที่ของเราเองที่จะต้องไปค้นหา ของดีดีส่วนใหญ่อยู่ในหนังสือทั้งนั้นค่ะ”

ความเคลื่อนไหวภาคี

  • ยังไม่มีความเคลื่อนไหวในภาคีนี้

จำนวนการเข้าชม: 4,174,264 ครั้ง