แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

ข่าวสาร

ปั่นสานพลังใจ สร้างการอ่านตั้งแต่ปฐมวัย ตามรอยเท้าพ่อ@เลย

              ในรูป...เด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังปั่นจักรยาน ผมพลิ้วไหวลู่ลมหนาว มือข้างหนึ่งเธอถือตัวดูดหวานเย็น อีกข้างเธอจับแฮนด์จักรยานไว้มั่น และใบหน้าของเธอแย้มยิ้มอย่างเบิกบาน... นี่คือ 1 ใน 360 รูปถ่ายจากงาน ปั่น ปันปัญญา : ทำดีเพื่อพ่อ @เลย ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ณ เทศบาลอำเภอเอราวัณ จ.เลย 

 

เด็กปั่นจักรยานอย่างมีความสุข

เบื้องหลังความสุขที่ไม่สามารถอธิบายได้อย่างกระชับเช่นรูปนี้ยังมีอยู่อีกมาก ซึ่งล้วนควรค่าแก่การเก็บมาเล่า

            เริ่มตั้งแต่เช้าวันศุกร์ที่ 9 ธ.ค.เรา (เจ้าหน้าที่แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน) ออกจากที่พักกันแต่เช้าตรู่เพื่อเดินทางไปยังเทศบาลตำบลเอราวัณ อ.เอราวัณ อันเป็นจุดนัดหมายที่ชาวบ้านและนักเรียนจากทั้ง 4 ตำบล คือ ต.เอราวัณ ต.ผาอินแปลง ต.ผาสามยอด และ ต.ทรัพย์ไพวัลย์ อ.เอราวัณ จะมาร่วมกันปั่นจักรยานเพื่อระดมการบริจาคหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือนิทานสำหรับเด็กเพื่อกระจายสู่ห้องสมุดต่าง ๆ ในชุมชน

อากาศในเช้าวันนั้นช่างหนาวเย็นซาบซ่าน ตลอดทางที่รถวิ่งพาเราไป หมอกลงหนาจัดจนมองเห็นได้ชัดเพียงระยะทางเบื้องหน้าสั้น ๆ นาน ๆ ทีรถจึงวิ่งสวนทางมาสักครั้ง ที่เป็นจักรยานเราเห็นคนขับใส่เสื้อกันหนาว ใส่หมวกไหมพรมมิดชิดแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังปั่นจักรยานอย่างสั่น ๆ จนเราอดคิดไม่ได้ว่า งานวันนี้จะมีชาวบ้านมาร่วมปั่นจักรยานกันมากแค่ไหน

           แต่เมื่อถึงเทศบาลตำบลเอราวัณ สิ่งที่กังวลไปกลับผิดคาด เมื่อทั้งเด็ก ๆ หนุ่มสาว ปู่ ย่า ตา ยาย ต่างจูงจักรยานของตัวเองมาร่วมกันปั่นอย่างหนาตา บางคนสวมชุดปั่นจักรยานอย่างครบชุด บางคนพาเพื่อน ๆ ไปตั้งแถวจักรยานเรียงเป็นหน้ากระดานรอการเปิดงาน คนที่มาใหม่ก็หอบหนังสือไปบริจาคที่จุดลงทะเบียนกันอย่างคึกคัก 

  

  

บรรยากาศงานปั่นปัญปัญญา

สนิจ อินทร์เพชร           นางสนิจ อินทร์เพชรวัย 58 ปีบอกว่า “ วันนี้รู้สึกสบายใจที่ได้มาปั่นจักรยานเพื่อพ่อ ทำเพื่อพ่อเราทำได้ ไม่ เหนื่อย ปั่นไปเราก็นึกถึงท่านไป แล้ววันนี้เอาหนังสือมาบริจาคด้วย เป็นหนังสือประวัติหลวงปู่ชอบและบทสวดของหลวงตามหาบัว” เมื่อถามว่าจะปั่นไปให้ถึงจุดหมายปลายทางเลยหรือไม่ สนิจบอกพร้อมรอยยิ้มอย่างมั่นใจว่า “ ถึงแน่นอน ”


           ด.ญ.ประภัสสร อินทะโส นักเรียนโรงเรียนบางม่วงบอกว่า “ วันนี้หนูไม่มีหนังสือมาบริจาค แต่หนูชวนเพื่อนมาปั่นด้วยอีก 3 คน เลยดีใจมาก ที่ได้มาปั่นจักรยานด้วยกัน ”


 

           นายสมศักดิ์ ชุ่มแจ่ม นายอำเภอเอราวัณให้เกียรติมากล่าวเปิดงานในครั้งนี้กล่าวว่า หลายคนพูดว่ารักพ่อ แต่คนที่นี่ทำให้เห็นและขับเคลื่อนงานเป็นรูปธรรมและมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่ความยั่งยืน พร้อมย้ำว่า พลังของการพัฒนาชุมชนอยู่ที่ชาวบ้านทุกคน ส่วนข้าราชการนั้นอยู่เพียงไม่นานแล้วก็จะต้องไป การที่ชาวบ้านมาร่วมใจกันทำกิจกรรมในครั้งนี้มากมายจึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีมาก ๆ  เพราะทุกคนกำลังทำเพื่อชุมชนของตนเอง 

  

  

           ตลอดเส้นทางการปั่นตั้งแต่เทศบาลตำบลเอราวัณไปจนถึงหมุดหมายปลายทางคือ สนามกีฬาบ้านวังเลา หมู่ที่ 1เราได้ยินเสียงรองเท้าเสียดถนนเทียมเบรกจากรถจักรยานคันเก่า เสียงคนหนุ่มสาวส่งเสียงบอกเด็ก ๆ ว่า “ เด็ก  ๆ อย่าขับเร็วนัก ดูแล ปู่ ย่า ตา ยาย ด้วยเน้อ” “ค่อย ๆ ไป ไปด้วยกัน ดูแลกันด้วย” จักรยานไม่ว่าใหม่หรือเก่า ไม่ว่าเด็ก ชรา หรือหนุ่มสาว จึงไม่ได้ปั่นทิ้งระยะห่างกัน  ด้านผู้สูงอายุที่หลายคนเป็นห่วงและคอยระวังทางให้นั้น  บางคนแม้สภาพจักรยานที่พามาจะเก่า แต่ก็ปั่นนำหน้าคนหนุ่มสาวและเด็ก ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ ส่วนเด็ก ๆ เมื่อได้น้ำดื่ม ได้ตัวดูดหวานเย็น จากชาวบ้านที่นำมาแจก มาให้กำลังใจ ตามจุดแวะพัก ก็ยิ่งปั่นกันไปอย่างคึกคัก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อนในชุมชนแห่งนี้ 

          ภาพทิวแถวขบวนจักรยานยาวเหยียดทำให้ชาวบ้านสองข้างถนนหอบลูกจูงหลานออกมายืนดู ยืนให้กำลังใจ หลายคนนำจักรยานออกมาร่วมปั่นไปด้วย พร้อมร้องบอกว่า “ ขอไปด้วยนะคะ ขอเสียบตรงนี้นะค้า ” แล้วก็รอจังหวะพาจักรยานเข้าสวมไปกับขบวนจักรยานอย่างกลมกลืน วิลาวัลย์ สุธงษา นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎเลย จิตอาสาที่มาช่วยคัดแยกหนังสือ เธอนั่งอยู่ท้ายรถกระบะซึ่งบรรจุหนังสือที่รับบริจาค มองทิวแถวจักรยานยาวเหยียดและหันมาบอกเราว่า “ คนมาเยอะจริง ๆ ค่ะ เสื้อที่นำมาแจก 400 ตัวก็หมดแล้ว ไม่พอด้วย ” 

นายกิตติพงษ์ ภาษี ผู้อำนวยการสถาบันไทยเลยเพื่อการพัฒนา

         เมื่อได้เห็นถึงมิตรภาพ เห็นการปั่นจักรยานอย่างเอาใจใส่กันและกันของชาวบ้าน ทำให้ยิ่งน่ายินดีกับชาวอำเภอเอราวัณเข้าไปอีก เมื่อนายกิตติพงษ์ ภาษี ผู้อำนวยการสถาบันไทยเลยเพื่อการพัฒนาบอกว่า กิจกรรมปั่นปันปัญญา ทำให้ชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่เข้ามามีส่วนร่วมได้ทุกช่วงวัย อีกทั้งสามารถระดมหนังสือบริจาคได้มากและจุดกระแสให้ชุมชนตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านได้จริง ๆ โดยเฉพาะปีนี้ ที่ได้เน้นถึงความสำคัญของการอ่านตั้งแต่ระดับปฐมวัย ชาวบ้านก็นำหนังสือนิทาน หนังสือการ์ตูนมาบริจาคมากขึ้น จึงคาดหวังอยากจัดกิจกรรมเช่นนี้ให้ต่อเนื่องในปีต่อไป  

              ความประทับใจอีกเรื่องที่ไม่นำมาเล่าไม่ได้เลยก็คือ เมื่อขบวนจักรยานเดินทางมาถึง สนามกีฬาหมู่บ้านวังเลา หมู่ที่ 1มีชาวบ้านมากมายรวมตัวกันมาเป็นอาสาสมัคร ทำขนม อาหาร เครื่องดื่ม หลากหลายประเภทไว้รอต้อนรับกันอย่างหายเหนื่อย ไม่ว่าจะเป็น ข้าวเหนียวไก่ทอด จากคณะกรรมการห้องสมุด แกงหน่อไม้จากหมู่บ้านวังเลา หมู่ที่ 1 ส้มตำขนมจีน จากศูนย์ศพด.ทต.เอราวัณ และยังมีเครื่องดื่มและผลไม้อีกมากมาย

 นางประหยัด นามมากอายุ 59 ปี หนึ่งในอาสาสมัครที่มาร่วมทำอาหารแจกจ่าย เล่าว่า

            “ป้าชักชวนเพื่อนละแวกบ้านมาทำข้าวจี่ ทำถวายพ่อ แล้ววันนี้รู้ว่ามีบริจาคหนังสือกันด้วย คิดว่าดีมากเลย  เพราะป้าก็ไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ก็อ่านได้ คนไม่ได้เรียนหนังสือก็ได้อาศัยห้องสมุดในหมู่บ้านนะ”

            ในช่วงสุดท้ายที่ชาวบ้าน นักเรียนกลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่กลางลานสนามกีฬา เพื่อยืนร้อยเรียงกันเป็นเลข ๙ ไทย ช่วงแรกแม้จะยังไม่เข้าที่เข้าทาง แต่ชาวบ้านทุกคนก็ไม่ล้มเลิก ต่างอดทนยืนทนแดดร้อนกันจนเหงื่อตกกว่าร่วมชั่วโมง จนในที่สุดภาพผู้คนยืนร้อยเรียงกันเป็นเลข ๙ ก็ปรากฏขึ้นอย่างสมบูรณ์ เป็นเลข ๙ ที่มีเสื้อนักเรียนสีขาว เป็นเส้นอยู่รอบนอก ตัดขอบกับผู้ใหญ่ที่ใส่ชุดดำอยู่ด้านใน เป็นเลข ๙ ที่มีชีวิตเพราะเปี่ยมด้วยพลังจากเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกู่ก้อง และต่างค้อมตั้งแต่หลังจรดศรีษะด้วยความตั้งใจน้อมถวายความดีในครั้งนี้แด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างงดงาม 


  


            กิจกรรมครั้งนี้แม้จะจัดขึ้นเพียงไม่นาน แต่หลักฐานแห่งความประทับใจ ทั้งหนังสือหลากหลายประเภทที่ชาวบ้านร่วมกันนำมาบริจาคจำนวนหลายลัง ซึ่งหลังจากนี้จะนำไปคัดแยกและมอบให้ห้องสมุดทั้ง 4 ตำบลกว่า 16 หมู่บ้าน ทั้ง ‘ตู้หนังสือจิ๋ว จุดฝันปันกันอ่าน’ ที่แผนงานฯ ได้นำมามอบให้แก่ชุมชนและครอบครัวส่งเสริมการอ่านอีก 20 ตู้  เราเชื่อว่าทุกครั้งที่ได้เห็น ชาวบ้านจะนึกถึงการมาร่วมกันทำกิจกรรมดี ๆ ในครั้งนี้ และกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่ได้ช่วยกันขับเคลื่อนผลักดันมาต่อเนื่องหลายปี เป้าหมายปลายทางของวันนี้จึงอาจไม่ใช่ สนามกีฬาบ้านวังเลา หมู่ที่ 1 หากแต่เมื่อล้อเริ่มหมุน อุณภูมิในกายเริ่มอุ่น กำลังใจก่อเกิด เส้นชัยเบื้องหน้าจึงขยายไปไกลกว่าที่คาดกันไว้ ดังคำกล่าวของ นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน ที่ได้กล่าวไว้ว่า “การทำงานเพื่อส่งเสริมการอ่าน จะนำพาผู้คนออกเดินทางไปไกลกว่าเรื่องของการอ่าน แต่จะช่วยก่อเกื้อให้ความมีน้ำใจ ความเอื้ออาทรในครอบครัว ชุมชน กลับคืนมาอีกด้วย ” 

  

  

 

เรื่อง : นภัทร พิลึกนา 


แนะนำเมื่อ 09ม.ค. 60
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 4,320,554 ครั้ง