แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

ข่าวสาร

อีสานอ่านสุข...สุขภาพดี “มุ่งเดินทาง ตามรอยเท้าพ่อ สร้างการอ่านเป็นะสวัสดิการสังคมเพื่อหยั่งรากวัฒนธรรม”

             ‘สวัสดิการ ’ เมื่อเอ่ยคำ ๆ นี้อาจทำให้คิดว่าเป็นบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานรัฐและประชาชนจะเป็นแต่ผู้ ‘คอย’รับ อยู่เสมอ ๆ 

            หากแต่ที่จังหวัดสุรินทร์ การทำงานของมูลนิธิเพื่อสุขภาพชุมชนและเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน กลับกำลังฉายความหมายในมุมกลับของคำว่า สวัสดิการ เมื่อพวกเขาได้ร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิด สวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัยในพื้นที่บ้านเกิดของตนเอง ตามวิถีของตนเอง

           การส่งเสริมหนังสือภาพ หนังสือนิทานเพื่อเด็ก ๆ มีที่มาที่ไปอย่างสำคัญ เมื่อกรมอนามัยสำรวจพบว่า ในปี  2557 เด็กไทยมีพัฒนาการล่าช้าถึง 1ใน 3 ของประชากรเด็กทั้งหมด นอกจากนี้ทักษะที่ล่าช้ามากที่สุดยังเป็นด้านภาษาซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความสามารถด้านการคิดและสติปัญญาของเด็ก ล่าสุด ปี 2559 กรมสุขภาพจิตยังสำรวจพบว่า ไอคิวของเด็กไทยอยู่ที่ 94 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน คือ 100 ร้อยละ 94 นี่คือค่าเฉลี่ย ในความเป็นจริง หลายจังหวัดที่เด็ก ๆ ยังขาดแคลนโอกาสอาจยิ่งต่ำกว่านี้อีกมากและมีเพียงพื้นที่ส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมีค่าเฉลี่ยสูงกว่านี้ ซึ่งก็คือ กรุงเทพมหานคร 

 บรรยากาศ จุดรับแลกเปลี่ยนหนังสือ ที่ต่อมาได้รับความสนใจจนพัฒนาจัดตั้งเป็น ธนาคารหนังสือ จ.สุรินทร์

            ท่ามกลางราคาหนังสือที่ยังคงสูง โดยเฉพาะหนังสือเด็ก และร้านหนังสือที่ไม่ได้พบได้ง่าย ๆ ในพื้นที่ชนบท กลุ่มเครือข่ายส่งเสริมการอ่าน จ.สุรินทร์ จึงเริ่มต้นจัดสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็ก ๆ ในชุมชนกันอย่างง่าย ๆ ณ ที่แห่งนี้ ‘ตลาดเขียว’ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ด้วยการนำเสื่อมาปู นำหนังสือมาวางหลากหลาย เช่นเดียวกับร้านขายผักผลไม้และอาหารอื่น ๆ ในตลาด ต่างกันตรงที่หนังสือเหล่านี้ อ่านฟรี หยิบฟรี ถ้ามีดี ๆ ก็มาแลกเปลี่ยนกันอ่าน ’ นี่คือกิจกรรมจุดรับแลกเปลี่ยนหนังสือ ซึ่งต่อมาได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีคนมาบริจาคทั้งหนังสือและทุนทรัพย์จนเครือข่ายฯ ได้ก่อตั้งเป็น ธนาคารหนังสือ จังหวัดสุรินทร์ 

  

            มีนา ดวงราษีผู้จัดการมูลนิธิเพื่อสุขภาพชุมชน เล่าว่า “ เราอยากให้ชาวบ้านรู้ว่า การอ่านก็เป็นเรื่องสำคัญต่อสุขภาพ ทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ไม่ต่างจากอาหารและผักสด แล้วการอ่านก็เป็นวิถีชีวิตเหมือนที่เขามาเดินจ่ายตลาดกันเป็นปรกติแบบนี้ ” 

           หลายปีที่ผ่านมา ชาวบ้านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ความสนใจธนาคารหนังสือ ไม่ใช่เพียงมารับและมาเลือกเล่มที่ดีไปเท่านั้น แต่ยังมีการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนหนังสือให้คนอื่น ๆ ได้อ่าน กลุ่มเครือข่ายคนทำงานเพื่อส่งเสริมการอ่านยังได้ขยายแนวทางการทำงานเพื่อส่งเสริมการอ่านอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การขยายแนวร่วมไปยังชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเพื่อสร้างพื้นที่สร้างสรรค์ จัดมุมหนังสือในบ้าน ในชุมชน  และรณรงค์ให้ความรู้แก่ชุมชนและพื้นที่อื่น ๆ ว่า “กองทุนหลักประกันสุขภาพระดับตำบล เป็นกองทุนที่สามารถนำมาใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยด้วยหนังสือและการอ่านได้”

          เพื่อตอกย้ำถึงความสำคัญของหนังสือและการอ่าน วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม 2559 ณ ตลาดเขียว ลานเชียงปุม ข้างองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ มูลนิธิเพื่อสุขภาพชุมชนจังหวัดสุรินทร์  จึงร่วมกับเครือข่ายองค์กรประชาชนสุรินทร์ ภาคีเครือข่ายส่งเสริมการอ่านจังหวัดขอนแก่นและกาฬสินธุ์ จัดงาน มหกรรมอีสานอ่านสุข...สุขภาพดี “ มุ่งเดินทาง ตามรอยเท้าพ่อ สร้างการอ่านเป็นวัฒนธรรมและสวัสดิการสังคม ” เพื่อไม่เพียงรณรงค์ให้เห็นถึงการอ่านเพื่อสร้างสุขภาพดีแต่ยังต้องการจะยกระดับให้การอ่านเป็นวิถีวัฒนธรรมของภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย 

นายโกเมนทร์ ทิวทอง นายแพทย์สาธารณสุข จังหวัดสุรินทร์

           นายโกเมนทร์ ทิวทอง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ได้รับมอบจากผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน กล่าวเปิดงานในครั้งนี้กล่าวว่า “เด็กในช่วงวัย 0-3 ปี เป็นวัยที่มีพัฒนาการของสมองในระดับที่สูงมาก เซลล์สมองมีพัฒนาการอย่างรวดเร็ว วัยนี้เป็นวัยที่อยู่ในช่วงของการเรียนรู้และสนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัว การกระตุ้นศักยภาพของสมองเด็กในวัยนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ หนังสือนิทานที่มีภาพสีขนาดใหญ่ หนังสือภาพที่มีเสียงประกอบ การอ่านหนังสือให้ลูกฟังด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน มีท่าทางประกอบเพียงวันละ 10 -15 นาที เด็กจะมีความสุข เสมือนยาวิเศษ ผูกพันกับการอ่านและเมื่อเติบโตขึ้น นิสัยนี้จะส่งผลต่อพัฒนาการคุณภาพชีวิตของเขา ”

“ ส่วนตัวชีวิตผมมาถึงทุกวันนี้ได้เพราะการอ่านหนังสือ การติดตามคุณพ่อซึ่งต้องโยกย้ายงานไปในที่ต่าง ๆ ทำให้ได้พบกับห้องสมุดชุมชนและหนังสือ ทำให้ผมชอบอ่านหนังสือมาจนถึงทุกวันนี้ ”

  

  

บรรยากาศภายในงานมหกรรมอีสานอ่านสุข...สุขภาพดี

           งานครั้งนี้ คุณพ่อ คุณแม่ ผู้ปกครอง ยังได้เที่ยวชมนิทรรศการมากมายที่สามารถนำกลับไปใช้กับบุตรหลานของตน เช่น กิจกรรมสาธิตการแปรงฟัน การสร้างสรรค์นิทานทำมือ และยังได้รอยยิ้ม เสียงหัวเราะจากการแสดงของเด็ก ๆ บนเวทีในชุด ‘ยิ้มซิ ยิ้มซิ’ การแสดงความสามารถในการเล่านิทานของเด็ก ๆ ที่คุณครูเลือกตัวแทนออกมาเล่าแต่กลับกลายเป็นว่าเด็ก ๆ ทั้งเวที แม้จะยังอ่านไม่ออก แต่ก็ช่วยกันเล่าอย่างเจื้อยแจ้ว การแสดงชุด ‘แปรงฟันกับแม่’ ที่เด็ก ๆ สวมบทบาทเป็นแม่-ลูกและแปรงฟันให้กัน

  

  

  

บรรยากาศภายในงานมหกรรมฯ และการแสดงจากเด็ก ๆ มากมาย

           นอกจากนี้ยังมีการแสดงความสามารถของ น้องกีต้าร์ ด.ญ. อรวรา อุ่นจิตร วัย 3 ขวบ ในชุด ‘มหัศจรรย์แห่งการอ่าน’ ซึ่งหากย้อนกลับไป 8 เดือนก่อน เธอยังไม่สามารถแม้แต่จะสื่อสาร พูดคุยกับพ่อ แม่ของตัวเอง แต่เมื่อได้เข้าเรียน ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อน ๆ คุณครู ได้ฟังนิทานทุกวัน หัวใจของเธอเริ่มเปิดเข้าหาตัวอักษร ตัวอักขระที่ถ่ายทอดเรื่องราวในนิทาน สร้างความสุขให้แก่เธอ จนเริ่มจดจำตัวอักษรผ่านป้ายชื่อของเพื่อนทุกคนในชั้นเรียน ในวันนี้ ‘แม่อ๋วน’หรือนางจันทร์เพ็ญ สินสอน คุณครูประจำชั้นของบ้านเรียนพระคุณ จ.สุรินทร์ เลือกเธอมายืนอ่านป้ายชื่อของเพื่อน ๆ ให้ชาวบ้านได้ดู เพราะน้องกีต้าร์สามารถอ่านป้ายชื่อของเพื่อนออกทั้งหมด

           นางเสาวนีย์ อุ่นจิตรคุณแม่ของน้องกีต้าร์ เล่าว่า “ เราให้ความร่วมมือกับคุณครู ที่จะไม่ให้ลูกใช้โทรศัพท์ แท็บเล็ต แล้วก็อ่านหนังสือให้ลูกฟังมากขึ้น ตอนนี้ถ้าลูกยังไม่หลับ แม่ก็จะไม่เปิดทีวีเลย คือรู้แล้วว่าอันตรายมาก ทำให้ลูกไม่มีสมาธิเลย”

         ครูจันทร์เพ็ญ เล่าต่อว่า “ สิ่งสำคัญของการอ่านนิทานให้เด็ก ๆ ฟัง คือเราต้องมีความสุขร่วมไปกับเขาจริง ๆ เพราะความสุขจะช่วยเปิดสมองให้สดชื่น และเขาจะจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้เอง ”

         คงจะดีไม่น้อย หากเด็ก ๆ ทุกคนมีโอกาสได้อ่าน ได้ฟัง หนังสือภาพ หนังสือนิทานดี ๆ  อย่างน้องกีต้าร์ วงเสวนาในหัวข้อ อีสานอ่านสุข...สุขภาพดี “ มุ่งเดินทาง ตามรอยเท้าพ่อ สร้างการอ่านเป็นวัฒนธรรมและสวัสดิการสังคม ”ซึ่งเป็นกิจกรรมในช่วงต่อมา จึงเน้นย้ำต่อว่าเมื่อหนังสือสำคัญต่อเด็กแล้ว จะทำอย่างไรจึงจะให้เด็กมีโอกาสได้เข้าถึงหนังสือเหล่านั้น 

         พญ. จินดา พรหมทา ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลจอมพระกล่าวว่า “ เราลองหาวิธีมากมายที่จะทำให้เด็กเรียนรู้การแปรงฟันที่ถูกวิธี เห็นความสำคัญและแปรงฟันอย่างไม่ขัดขืน จนพบว่าหนังสือนิทานเข้ามาเป็นเครื่องมือให้เด็กเรียนรู้และสนุกกับเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก็สามารถที่จะแต่งนิทานเพื่อสร้างเสริมสุขลักษณะนิสัยให้กับเด็ก ๆ ได้” 

พญ.จินดา พรหมทา ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษ โรงพยาบาลจอมพระ จ.สุรินทร์


 นายพิพัฒน์ พึ่งตน กองทุนสวัสดิการชุมชน ต.สมุด อ.ประสาท จ.สุรินทร์

          นายพิพัฒน์ พึ่งตน จากกองทุนสวัสดิการชุมชน ต.สมุด อ.ปราสาท จ.สุรินทร์กล่าวว่า  “กติกาของกองทุนสวัสดิการชุมชน สามารถแก้ไขและเพิ่มเรื่องการส่งเสริมหนังสือภาพและนิทานให้แก่เด็กปฐมวัยได้ หากมีการสื่อสารให้รู้ว่าหนังสือมีความสำคัญต่อเด็ก ๆ อย่างไร ในหลาย ๆ พื้นที่ที่ยังไม่มีการส่งเสริมเรื่องนี้ ผมเชื่อว่าเพราะเขายังไม่มีความรู้เรื่องนี้มากกว่า ซึ่งหากมีการตระหนักถึงความสำคัญ ยืนยันว่า กลไกสวัสดิการชุมชนเป็นกลไกหนึ่งที่สามารถทำได้” 

        นายณวพลก์ บุญอาสาประธานโครงการสานพลังเครือข่ายกุฉินารายณ์ อ่านยกกำลังสุขเล่าจากประสบการณ์การทำงานว่า วัฒนธรรมชุมชนท้องถิ่นสามารถส่งเสริมการจัดสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กได้ “ ที่กาฬสินธุ์ เราจัดผ้าป่าหนังสือ มีชาวบ้านนำหนังสือมาบริจาค เราก็ได้ให้ความรู้กับชุมชนด้วยว่า หนังสือแต่ละประเภทเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัยอย่างไร  เราให้ความสำคัญกับการคัดเลือกหนังสือให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เพราะคนจะโตไปพร้อมกับหนังสือ ส่วนคนที่ไม่บริจาคหนังสือเขาก็ให้เป็นเงินมา ซึ่งเงินนี้เรารวบรวมเป็นกองทุนเพื่อซื้อหนังสือให้แก่เด็ก ๆ ได้อีกด้วย”

        นางพรรณนิภา พรอมตตระกูล นักจิตวิทยาคลินิกชำนาญการโรงพยาบาลสุรินทร์เล่าว่า “นิสัยรักการอ่านเริ่มต้นได้ตั้งแต่ในระดับครอบครัว อาจจะมีมุมหนังสือเล็ก ๆ ให้ลูกได้ผูกพัน ได้อ่านตั้งแต่เด็ก และส่วนตัวคิดว่า สวัสดิการอย่างง่ายที่สุดที่ครอบครัวควรมีให้กันก่อน ก็คือ เวลา เวลาที่จะได้อ่านหนังสือให้ลูกฟัง ”


นางพรรณนิภา พรอมตตระกูล นักจิตวิทยา คลินิกชำนาญการโรงพยาบาลสุรินทร์

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ทรงมีพระบรมราโชวาทว่า                                                                                                                                                                                                                                  " ความรู้จากหนังสือสามารถถ่ายทอดมาสู่มนุษย์ได้ผ่าน "การอ่าน" โดยเฉพาะอย่างยิ่งการอ่านในวัยเด็กที่จะสร้างความรู้ ความทรงจำและนิสัยรักการอ่านให้ติดตัวบุคคลนั้นมาจนเติบใหญ่ เมื่อหนังสือเป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้ การปลูกฝังให้เด็กไทยมีนิสัยรักการอ่านจึงอาจเป็นดั่งปฐมบทแห่งการสร้างความก้าวหน้าให้กับประเทศชาติด้วยเช่นกัน "  งานในครั้งนี้ทำให้เห็นแล้วว่า สวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กปฐมวัย ทำให้เกิดขึ้นได้หลากหลายแนวทางและไม่ยากเกินไปที่จะตามรอยเท้าพ่อ เพราะเราจัดงานนี้ขึ้นก็เพื่อร่วมใจทำความดี ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

  

        

 

เรื่อง: นภัทร พิลึกนา ภาพ : พิฐจักร ประพฤติธรรม           

แนะนำเมื่อ 09ม.ค. 60
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 6,977,656 ครั้ง