แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

ข่าวสาร

สวัสดิการหนังสือดีเพื่อเด็กแรกเกิด ปฏิบัติการพัฒนาสมองเด็กให้สร้างชาติ

            “วัคซีนทุกเข็ม มีความจำเป็นต่อชีวิตวัยแรกเริ่มอย่างไร หนังสือเพียง 3-4 เล่ม มีพลังมหาศาลในการวางรากฐานชีวิตเด็ก 0-3 ปีเฉกเช่นเดียวกัน”
 
            เพื่อยืนยันถึงความสำคัญในข้อนี้ กศน.จังหวัดอุบลราชธานี จึงร่วมกับแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน จัดเวทีสัมมนาวิชาการและปฏิบัติการ “สวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กแรกเกิด – 3 ปี ก้าวสู่เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ” ในวันจันทร์ที่ 8 สิงหาคม 2559 ณ ห้องทับทิม 5 ชั้น 5 โรงแรมสุนีย์ แกรนด์ โฮเทลแอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ จ. อุบลราชธานี

             นพ. สุรพร ลอยหา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี  กล่าวเปิดงาน  สัมมนาว่า ในตอนเด็กตนเองไม่รู้ว่าการอ่านสำคัญอย่างไร ต่อมาจึงรู้ว่าเป็นเรื่องที่  สำคัญอย่างมาก และเมื่อมีความสำคัญอย่างมากแล้วจึงควรมีการส่งเสริมการอ่านอย่าง  เป็นระบบ ซึ่งเห็นว่า ควรเริ่มส่งเสริมการอ่านตั้งแต่ระดับปฐมวัย การสร้างครูให้มีความรู้  ความเข้าใจในเรื่องพัฒนาการและสมองของเด็กจึงเป็นเรื่องสำคัญ  ในส่วนของงบ  ประมาณเห็นว่า รัฐควรจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนเรื่องนี้อย่างชัดเจน ผู้ที่  เกี่ยวข้องจะต้องฝึกการคิด วิเคราะห์เพื่อสร้างสรรค์แผนงาน กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน    เพื่อให้ได้รับงบประมาณที่มีอยู่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อเด็ก  และเยาวชนให้มากที่สุด
             แต่การส่งเสริมการอ่านในกลุ่มเด็กปฐมวัยจะเริ่มต้นอย่างไร และเหตุใด  หนังสือภาพและนิทานจึงมีความสำคัญต่อเด็กๆจนถึงขั้นที่ต้องผลักดันให้เกิดเป็นสวัสดิการ ในช่วงเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ “สร้างเสริมศักยภาพ พัฒนาการ และสุขภาพเด็กปฐมวัยด้วยหนังสือนิทาน และกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน” นางสุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน กล่าวว่า ปัจจุบันหน่วยงานสำคัญไม่ว่าจะเป็น องค์การยูเนสโก กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา ได้รวบรวม สถิติ ข้อมูลและค้นพบว่า ปัญหาการไม่รู้หนังสือเป็นสาเหตุทำให้ตกเป็นเหยื่อของสังคมและก่ออาชญากรรมเสียเอง ซึ่งการส่งเสริมหนังสือภาพเพื่อสร้างสมองรักการอ่านให้เด็ก จะทำให้สมองเด็กได้รับการพัฒนา ทำให้รักการอ่าน ได้รับความรัก ความอบอุ่น จึงควรทำให้เด็กทุกคนได้รับสวัสดิการหนังสือ เพื่อสร้างความเท่าเทียมให้แก่เด็กทุกคน 
             ครรชิต จักรสาน นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ รพ.สต.สร้างมิ่ง จ.ยโสธร ผู้มีประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกด้วยหนังสือเล่าว่า ประสบการณ์การทำงานวิจัยโดยใช้หนังสือภาพกับลูกของตนเอง ทำให้รู้ว่า หนังสือภาพและนิทานมีส่วนช่วยพัฒนาสมองเด็กอย่างมาก ทั้งในด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และสมาธิ นอกจากนี้ยังทำให้เกิดความรักความอบอุ่นในครอบครัว เมื่อโครงการวิจัยฯจบลง จึงเสนอโครงการเพื่อขอรับงบประมาณจากกองทุน สปสช.ระดับท้องถิ่นเพื่อจัดซื้อหนังสือและให้เด็กๆทุกคนในชุมชนได้นำไปใช้ อย่างไรก็ตาม คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจว่า การสร้างเสริมพัฒนาการเด็กสามารถทำได้ง่ายๆด้วยหนังสือ จึงจะต้องทำงานอย่างต่อเนื่องต่อไป เพื่อยืนยันประสบการณ์ของตน ว่า การอ่านจะสร้างคน และคนจะสร้างชาติได้อย่างแน่นอน  
           
 
           มีนา ดวงราษี มูลนิธิเพื่อสุขภาพชุมชน จังหวัดสุรินทร์ กล่าวถึงการผลักดันให้เกิดสวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กแรกเกิด – 3 ปีว่าจะต้องสื่อสารให้เข้าใจอย่างชัดเจนว่า หนังสือที่เหมาะสมต่อช่วงวัย 0-3 ปีเป็นอย่างไร และจะช่วยพัฒนาสมองเด็กให้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างไร จึงจะเกิดประเด็นการขับเคลื่อนที่ชัดเจนว่า การมีพัฒนาการดีเป็นรากฐานของชีวิต และเมื่อมีประเด็นที่ชัดเจนแล้ว การบูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ อาทิ รพ.สต. สาธารณสุขจังหวัด กองทุน สปสช.ระดับท้องถิ่น จะมีความชัดเจนมากขึ้นด้วย 
            ดร.วิชิต พุ่มจันทร์ สมัชชาสุขภาพจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า การทำให้สวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กแรกเกิด –3  ปี ก้าวสู่เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ จะทำให้ทุกคนได้เข้ามาร่วมเป็นเจ้าของเรื่องนี้ ทำให้การอ่านเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งการทำงานอย่างต่อเนื่อง ค่อยเป็นค่อยไป มีการจัดตั้งกลไก มีเครือข่ายการทำงาน และมีความเป็นไปได้ในการปฏิบัติงาน จะทำให้เกิดความเป็นไปได้ที่สวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กแรกเกิด – 3 ปี จะก้าวสู่เวทีสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
 
             นางสมหมาย เจริญใจ ครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็กจาก สถาบันไทยเลยเพื่อการพัฒนาเด็ก ผู้เข้าร่วมวงเสวนาสะท้อนความเห็นว่า การทำงานในพื้นที่เพื่อส่งเสริมการอ่านในกลุ่มเด็กปฐมวัยควรดึงองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้ามามีส่วนร่วมด้วย เนื่องจากศูนย์พัฒนาเด็กเล็กส่วนใหญ่จะอยู่ในความดูแลขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 
 
            พนมวรรณ คาดพรรณโน นักวิชาการสาธารณสุข จังหวัดยโสธร กล่าวว่า การส่งเสริมการอ่านในกลุ่มเด็ก ไม่อยากให้เป็นการสร้างความกดดัน หรือเป็นภาระให้กับเด็ก การอ่านอย่างมีความสุขเท่านั้นจึงจะทำให้เด็กมีประสบการณ์ มีความสุขและเกิดความไว้วางใจอันเป็นรากฐานให้เด็กมีจิตใจที่มั่นคงเข้มแข็งเมื่อเติบโตขึ้น
 
            สุดใจ พรหมเกิด ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่านกล่าวทิ้งท้ายว่า สวัสดิการหนังสือเพื่อเด็กแรกเกิด – 3 ปีไม่ใช่เพียงเพื่อสร้างเสริมพัฒนาการของเด็ก แต่ยังเป็นการยืนยันถึงสิทธิมนุษยชน เป็นพลังแห่งศักดิ์ศรี เป็นพื้นฐานความเข้มแข็งของสังคม และเป็นรากฐานการพัฒนาที่ยั่งยืน อันจะก่อความรุดหน้าในทุกด้าน นับแต่เรื่องการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัยด้านโภชนาการ การขจัดความยากจน ตลอดจนการสร้างเสริมการมีงานทำที่เหมาะสม 
   
  
ผู้เข้าร่วมงานสัมมนาร่วมกันแสดงความคิดเห็น
 และวางแผนกิจกรรมเพื่อผลักดันให้หนังสือภาพสำหรับเด็กเป็นสวัสดิการสำหรับเด็กแรกเกิดทุกคน 
 
             หลังจบเวทีเสวนา ผู้เข้าร่วมยังรวมกลุ่มกันระดับจังหวัดเพื่อร่วมกันคิด วิเคราะห์ และสร้างสรรค์แผนงานและกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการอ่านในกลุ่มเด็กปฐมวัยในพื้นที่ของตนเอง 
และสิ่งเหล่านี้คือสัญญาณอันมั่นหมายว่า ทั้งประสบการณ์ ความรู้ ที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ ในงานสัมมนาครั้งนี้จะไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจ แต่ยังร้อยรวมหัวใจของคนส่งเสริมการอ่านให้กลับไปสร้างสรรค์และสร้างเสริมการอ่านให้ผลิบานในพื้นที่การทำงานของตนเองและร่วมกันผลักดันให้เป็นนโยบายทั้งระดับชุมชนท้องถิ่น ระดับจังหวัดและระดับชาติต่อไป 
  
หน่วยงานร่วมจัด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด วิทยากร และผู้เข้าร่วมงานถ่ายรูปร่วมกัน
 







แนะนำเมื่อ 16ส.ค. 59
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 7,425,269 ครั้ง