แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ลืมรหัสผ่าน

ชุมชนคนรักการอ่าน

ชุมชนสำหรับเด็กปฐมวัย

เคยสงสัยกันไหมว่าทำอย่างไรเด็กไทย(ส่วนใหญ่) จึงจะพัฒนาได้ทัดเทียมเด็กในสังคมที่เขาพัฒนาแล้ว?

 

ถ้าตอบสั้นๆก็คงต้องตอบว่าก็ประเทศไทยยังเป็นประเทศกำลังพัฒนานี่นา ไม่ใช่ประเทศที่พัฒนาแล้วซะหน่อย เด็กไทยก็ต้องมีคุณภาพแบบนี้แหละ

จริงเหรอที่ว่าเราเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาเหมือนหลายประเทศรอบบ้านเรา หรือแม้แต่ประเทศในแถบอาฟริกา ทุกคนคงเห็นตรงกันว่า หลายๆอย่างในบ้านเราดีกว่าเขามากแล้ว ถ้าเราเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านเราแถบๆนี้ จะเห็นได้ชัดว่าโครงสร้างพื้นฐาน (ด้านกายภาพ) ของเราดีกว่าอีกหลายประเทศมาก ปัญหาการขาดอาหารในเด็กไทยเราน้อยลงมากมาหลายปีแล้ว ทำไม้ทำไมเด็กๆเราจึงดูเหมือนยังมีศักยภาพที่จำกัดเหลือเกิน ต่างจากเด็กในประเทศเพื่อนบ้านที่เขามีระดับการพัฒนา (ในเชิงเศรษฐกิจ) ใกล้เคียงกับเรา

เมื่อเร็วๆนี้ ดิฉันได้ไปประชุมที่สิงคโปร์ และเขามีพิธีเปิดด้วยการให้เด็กวัยอนุบาลและประถมของโรงเรียนสอนเด็กที่มีการได้ยินบกพร่อง มาแสดงดนตรีด้วยการใช้เครื่องเคาะ ถัดมาเป็นกลุ่มเด็กปกติที่มาร้องเพลง chorus ของดิสนีย์ แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น เพื่อเป็นกำลังใจให้คนญี่ปุ่นที่ต้องประสบกับเหตุการณ์ที่เลวร้าย พวกที่ไปประชุม นั่งฟังอยู่ด้วยความซาบซึ้ง ดิฉันแอบมีน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกตื้นตันอย่างบอกไม่ถูก เด็กๆบนเวทีดูมีความสุขขณะร้องเพลง ตั้งใจและมีท่าทางภาคภูมิใจ รู้สึกอิจฉาเด็กๆของเขาแทนเด็กไทยจริงๆ

มันต้องมีอะไรที่เราทำได้บ้างสิน่าที่จะช่วยให้เด็กๆของเราดีขึ้น เรา (ดิฉันและกลุ่มบุคลการทางการแพทย์และเครือข่าย) เชื่อว่า เด็กๆทุกคนมีศักยภาพ ถ้าเราให้โอกาสที่เหมาะสมแก่เขา รวมถึงให้สิ่งที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ เรื่องบางอย่างอาจมองเห็นด้วยตาได้ลำบาก แต่โดยทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว เรารู้ว่าการขาดสารอาหารบางอย่างแม้จะเล็กน้อย ก็ลดทอนศักยภาพสมองของเด็กไปแล้วอย่างกู่ไม่กลับ ไม่เชื่อให้ลองไปถามหมอทุกคนที่กำลังจะมีลูกได้เลยว่า เขายอมให้ลูกในท้องขาดสารอาหารตัวที่สำคัญไหม

นอกจากสารอาหาร บุคลากรทางการแพทย์เรายังอาจจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กช่วงปฐมวัยได้อีก ด้วยการส่งเสริมให้ผู้ปกครองอ่านหนังสือนิทานให้เด็กฟัง เรากำลังร่วมมือกันเริ่มโครงการส่งเสริมการอ่านในเด็กเล็กๆ มีเรื่องน่าสนใจและสนุกๆมากมายที่อยากมาแบ่งปัน แล้วค่อยมาเล่าต่อคราวหน้านะคะ

แก้ไขกระทู้

แนะนำเมื่อ 26เม.ย. 54
3ความคิดเห็น
Share

ข่าวสารที่เกียวข้อง


ความคิดเห็นที่ 1

ลืมลงชื่อไว้ค่ะ
นิชรา เรืองดารกานนท์

18:35:40 | 27 เม.ย. 54
นิชรา เรืองดารกานนท์
ความคิดเห็นที่ 2

ผมเป็นพ่อลูกอ่อน เห็นบทความนี้เลยสนใจ และอยากร่วมเล่าประสบการณ์ให้ฟัง
ผมมักจะหาของเล่นตามวัยมาให้ลูกผมเล่น โดยเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าจะช่วยให้เขามีความสุขและพัฒนาตามวัย แต่ผมไม่ทราบเลยว่าการอ่านหนังสือนิทานจะช่วยอย่างไรในการพัฒนาลูกผมครับ

11:03:03 | 3 พ.ค. 54
ซามูไรพ่อลูกอ่อน
ความคิดเห็นที่ 3

เคยมีเรื่องเล่าว่า ไอนสไตน์ตอบคำถามที่มีคนถามว่าจะช่วยให้ลูกฉลาดได้อย่างไร ว่าควรเล่านิทานให้เด็กฟัง คนที่ถามถามต่อว่าแล้วหลังจากนั้นหล่ะ ควรทำอะไรอีก ไอนสไตน์ตอบว่าให้เล่านิทานอีกเรื่องหนึ่ง
คนจำนวนมากที่ฟังเรื่องเล่านี้คงไม่ค่อยแน่ใจว่าไอนสไตน์พูดแบบนี้จริงๆ หรืออาจไม่แน่ใจในสิ่งที่ไอนสไตน์ตอบเชื่อได้ว่าจะทำให้เด็กยุคนี้ฉลาด
แต่โดยส่วนตัวแล้วเห็นด้วยกับเรื่องเล่านี้มากทีเดียว
คำถามที่เราควรถามตัวเองง่ายๆสองคำถามคือ
1.เราเชื่อไหมว่าภาษาพูดและอ่านเขียน เป็นสื่อกลางที่สำคัญมากๆต่อการเรียนรู้ของเด็ก ถ้าเราเชื่อ การอ่านนิทานหรือเล่านิทาน เป็นการส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษาเบื้องต้นให้แก่เด็กเล็กได้อย่างดี โดยมีความสนุกสนานร่วมด้วย
2.เราเชื่อไหมว่าการอ่านหรือเล่านิทานให้เด็กฟัง เป็นการให้ความรู้ง่ายๆในเรื่องต่างๆอย่างมีจินตนาการ
ถ้าเราเชื่อ จะยังรออะไรอีกคะ
ถ้ามีโอกาสช่วยเล่าประสบการณ์การอ่านหนังสือหรือเล่านิทานให้ลูกมาแบ่งปันบ้างนะคะ
นิชรา เรืองดารกานนท์

14:01:40 | 3 พ.ค. 54
นิชรา เรืองดารกานนท์

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่