แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ลืมรหัสผ่าน

ชุมชนคนรักการอ่าน

ถึงแม่ผู้เป็นที่รัก

 วันที่ 16 กรกฎาคม 2553 ในเวลาเกือบเที่ยงของวันนั้น ฉันเหมือนถูกฟ้าฟาดลงมาที่ตรงกลางดวงใจ  กับข่าวจากทางบ้านที่ฉันได้รับฟังจากผู้เป็นพี่สาวที่โทรเข้ามายังมือถือของฉัน ข่าวที่ว่า “ แม่อันเป็นที่รักยิ่งของฉันได้จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ” มันเป็นการร้องไห้ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเท่าที่ฉันเคยร้องมา  มือของฉันสั่น สมองมันตื้อไปหมด ฉันได้แต่ปล่อยโฮออกมาอย่างคนบ้าคลั่งในขณะที่ พี่สาวของฉันก็พยายามปลอบใจในสายโทรศัพท์นั้น

                ฉันลูกที่ไม่เคยแม้แต่จะมีโอกาสได้ดูใจแม่เป็นครั้งสุดท้าย  ฉันลูกที่ไม่มีเวลาที่จะเดินทางไปหาแม่ที่ต่างจังหวัดได้บ่อยครั้งในช่วงเวลาที่แม่ยังมีชีวิตอยู่  ฉันยังจำได้ถึงครั้งสุดท้ายที่ได้พบหน้ากัน เมื่อ เกือบ 2 เดือนที่ผ่านมา ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้พบกับแม่ เมื่อตอนที่ฉันเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด ในเดือน พฤษภาคม ของปีเดียวกัน

มันเป็นช่วงเวลาอันแสนสั้นมากสำหรับฉันและแม่ ชีวิตของฉันต้องอยู่ห่างจากอก เตี่ย และ แม่ตั้งแต่เรียนจบชั้น มัธยมปลาย  ฉันเป็นเด็กหัวดี จึงมีโอกาสสอบเอ็นทร็านซ์ ติดในมหาลัยรัฐบาลแห่งหนึ่งใน กทม. หลังจากนั้นมาฉัน

ก็ได้มใช้ชีวิตอยู่ที่ เขตเมืองหลวงแห่งนี้จนกระทั่งเรียนจบ ทำงาน และมีครอบครัว

                มันเป็นเวลานานถึง 10 ปี นับตั้งแต่ฉันก้าวเท้าออกมาใช้ชีวิตเพียงลำพังใน กทม.  จะมีโอกาสเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านก็ ปี ละ  3-4 ครั้ง  และทุกๆครั้งที่ฉันกลับบ้าน แม่มักจะทำอาหารอร่อยๆไว้รอฉัน เพื่อมากินกันพร้อมหน้าพร้อมตาเสมอ  แต่มาวันนี้ช่งเวลาแห่งความสุจ และความทรงจำเหล่าคงไม่มีอีกแล้ว  เมื่อแม่ไม่มีชีวิตอยู่บนโลกเดียวกับฉันใบนี้อีกต่อไป  แม่ ผู้หญิงตัวเล็กๆคนนี้ ที่เป็นผู้ให้ และเป็นผู้เสียสละของพวกเราครอบครัวจันทร์วิจิตร

                และคงไม่มีอีกแล้ว สำหรับรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะกับทุกๆเรื่องที่ฉันมักจะกลับไปเล่าให้แม่ฟังเสมอที่กลับบ้าน    ต่อไปนี้ เวลาที่ฉันกลับบ้านคงไม่มีใครทำอาหารอร่อยๆให้ฉันกิน  ฝีมือการทำกับข้าว และอาหารทุกๆอย่างของแม่อร่อยกว่าที่ไหนๆ ที่ฉันเคยกินมา 

                บรรยากาศที่บ้านของฉันตอนนี้มีแต่ความเงียบเหงา เป็นเวลากี่วันแล้วฉันไม่อยากนับ และนึกถึงมัน หลายวันแล้วที่เตี่ย

ของฉันยังไม่ยอมขึ้นไปนอนที่ห้องนอนบนชั้น 2 ของบ้าน  นับตั้งแต่วันที่แม่จากไป คำตอบเดียวที่พวกเราลูกๆได้รับจากท่านคือ

ไม่อยากเห็นบรรยากาศเดิมๆเมื่อครั้งตอนที่มีแม่อยู่มันคอยจะทำให้เตี่ยคิดถึงแม่  ถึงแม้ว่างานพิธีศพของแม่นั้นจะจบลงไปหลายวันแล้วก็ตาม 

                ฉันยังคงจำภาพบรรยากาศในวันสุดท้ายก่อนที่พวกเราจะพาแม่เข้าสู่เมรุเพื่อฌาปณกิจ ในวันนี้นมีคนมากมายที่ฉันรู้ และไม่รู้จักมาร่วมงานเพื่อส่งแม่เป็นครั้งสุดท้าย   ทั้งศาลา  ลานหน้าเมรุ จนถึงทางเข้าวิปัสนาเต็มไปด้วยผู้คน จนดอกไม้จันท์ และของชำร่วยงานศพของแม่ที่ฉันและพี่สาวได้เตรียมไว้ไม่เพียงพอ ในวันนั้นเองมันทำให้ฉันได้รู้ว่า แม่ของฉันไม่ใช่เป็นเพียงแม่พระที่แสนดีของลูกๆหลานๆ และครอบครัวเท่านั้น  แต่แม่ยังเป็นบุคคลที่มีผู้คนมากมายให้ความเคารพและนับถือ ฉันมองเห็นน้ำตาที่หลั่งออกมาจากดวงตาของใครหลายๆคู่รวมทั้งของฉันและพี่สาว และภาพของเตี่ย ที่ท่านทรุดลงไปกองอยู่กับพื้นในวินาทีที่ แม่ถูกพาเข้าสู่เมรุ พร้อมควันไฟทีกำลังเผาไหม้ร่างของแม่  ฉันรู้ดีว่าฉันไม่สามารถเรียกวันเวลาและลมหายใจของแม่กลับคืนมาได้อีก  

                ถึงทุกวันนี้ฉันจะไม่มีแม่ผู้เป็นที่รักอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป  แต่แม่ของฉันก็จะยังคงอยู่ในใจของฉัน พี่สาว และเตี่ยเสมอ และจะตลอดไป   ฉันคิดอยู่เสมอและทุกวันว่า ทุกลมหายใจและช่วงชีวิตของฉันที่เหลือนี้ ฉันจะดำเนินชีวิตอยู่อย่างมีสติ และเข้มแข็ง และจะทำทุกอย่างเพื่อให้เตี่ยของฉันมีความสุขมากที่สุดที่ฉันจะทำได้  เพราะตอนนี้ฉันเหลือท่านเพียงคนเดียวที่เป็นผู้ให้ชีวิตแก่ฉัน และทำให้ฉันได้เกิดมาบนโลกใบนี้

 

                                                                                                                                                                                           กวินทรา 

สถานการแก้ไข
แก้ไขเมื่อ : 08/01/2013 16:58:21

แนะนำเมื่อ 08ม.ค. 56
2ความคิดเห็น
Share

ข่าวสารที่เกียวข้อง


ความคิดเห็นที่ 1

ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปของคุณแม่ และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวจันทร์วิจิตร ด้วยค่ะ

10:35:32 | 12 02 2013
INFO
ความคิดเห็นที่ 2

ขอบคุณมากๆนะคะ สำหรับกำลังใจที่อบอุ่น

18:01:22 | 19 08 2013
กวินทรา

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่