แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ลืมรหัสผ่าน

ชุมชนคนรักการอ่าน

คนสุดท้าย

คนสุดท้าย

หากใครเคยเป็นนักท่องราตรี หรือยังคงเป็นอยู่ จะต้องรู้จักรูปแบบความบันเทิงชนิดหนึ่งที่เรียกว่า “คาราโอเกะ” ผมเชื่อว่ามีหลายคนที่ชอบความบันเทิงรูปแบบนี้..ตัวผมเองก็ชอบ

ผมค้นหาข้อมูลในวิกิพีเดีย(Wiki Pedia) ได้ตีความหมายคำว่า Karaoke หมายถึง “วงออร์เคสตร้าเสมือนจริง” ฟังดูยิ่งใหญ่ดีนะครับ พร้อมกันนี้ก็ต้องขอขอบคุณนักประดิษฐ์คิดค้นชาวญี่ปุ่น คุณไดซุเกะ อินุอะเอะ ผู้ซึ่งได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพในปี ค.ศ.2004 และทำให้เรามี “คาราโอเกะ” เป็นความบันเทิงที่ช่วยผ่อนคลายความตรึงเครียดมาจนทุกวันนี้

สำหรับท่านผู้ชายทั้งหลายที่ชื่นชอบร้องคาราโอเกะ จะมีกลุ่มศิลปินในดวงใจที่เพลงถูกนำมาร้องมากที่สุด น่าจะเป็น เบิร์ด-ธงชัย, คาราบาว, โลโซ, ไมโคร, เสือ-ธนพล รวมถึงพี่น้องอัสนี-วสันต์ โชติกุล (เฉพาะรุ่นราวคราวเดียวกับผมนะ..ฮา)

หากกล่าวถึงบทเพลงของพี่น้องตระกูลโชติกุลแล้ว มีหลายเพลงที่ขึ้นแท่นติดอันดับ บนชาร์ตวิทยุและโทรทัศน์ในเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเพลง บ้าหอบฟาง ก็เคยสัญญา อยากให้อยู่ด้วยไหม อยากได้ยินว่ารักกัน สิทธิ์ของเธอ เป็นต้น

มีเพลงอยู่หนึ่ง ซึ่งผมชอบมากๆ เนื้อหาของเพลงโดนใจวัยรุ่น(รุ่นไหนไม่รู้)อย่างผมจังเบ้อเริ่ม คือเพลง “คนสุดท้าย”

และน่าจะเป็นเพลงที่มีการนำมาร้องในสถานบันเทิงประเภทคาราโอเกะมากที่สุดเพลงหนึ่ง ท่อนจบของเพลงนี้ ร้องว่า “เธอคือสุดท้ายของทั้งชีวิต และหัวใจ..ไม่ว่าวันไหน ไม่ว่าเมื่อไร จะรักเธอ”

ยิ่งถ้าหากในขณะที่คุณร้องเพลงนี้อยู่ มีสาวนั่งฟังเพลงนี้อยู่ข้างๆ เธอคงจะปลื้มใจไม่น้อยหากเราร้องเพลงนี้แล้วหันไปมองเธอตลอดเวลาที่ร้องเพลง

นั่นเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเป็น “คนสุดท้าย” และส่วนตัว..ผมก็เชื่อว่าผู้หญิงส่วนใหญ่คิดและอยากเป็นอย่างนี้จริง

เอ๊ะ..เดี่ยวก่อน แล้วทำไมผู้ชายส่วนใหญ่ถึงอยากเป็น “ผู้ชายคนแรกของเธอ” หล่ะ

ในฐานะที่ตัวกระผมเองมีคำนำหน้าตามบัตรประจำตัวประชาชนว่า “นาย” อันบ่งบอกถึงสถานะทางเพศว่าเป็นผู้ชาย ก็อยากจะใช้สิทธิใช้เสียงร่วมแสดงความคิดเห็นถึงความอยากเป็น “คนสุดท้าย” (ด้วยการกด like หนึ่งครั้ง) เหมือนกับสตรีเพศส่วนใหญ่เช่นกัน..หรือผมจะเป็นผู้ชายส่วนน้อย

ไม่ครับ..ผมคิดว่าจริงๆ แล้วผู้ชายส่วนใหญ่ก็คิดเหมือนผมแหล่ะ เพียงแต่ว่าเมื่อได้คบหากับสาวคนใดแล้วจะรักษาสถานภาพเธอคนนั้นให้เป็น “คนสุดท้าย” ได้รึเปล่า

ผู้หญิงมักจะต่อว่าผู้ชายเรื่องหาข้ออ้างหรือเหตุผลที่จะไม่หยุด(เรื่องผู้หญิง) “ไอ้พวกผู้ชายมันมักมาก ชอบเปลี่ยนผู้หญิงไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักพอ” มาเป็นชุดเลย

ผู้ชายประเภทนี้น่าจะมีอยู่จริงครับ แต่ผมว่าไม่ใช่ผู้ชายส่วนใหญ่แน่นอน..ฟันธง

ผมเอง..ในฐานะตัวแทนของเพศชายคนหนึ่ง และเชื่อว่ามีผู้ชายอีกหลายคนคิดเหมือนกัน คือ ถ้าหากสามารถหาผู้หญิงคนนั้นเจอเมื่อไหร่และใช้ชีวิตร่วมกันอย่างลงตัวแล้ว ย่อมอยากให้ผู้หญิงคนนี้เป็น “คนสุดท้าย” ของเขาเหมือนกัน

ผมว่าเรามาแยกออกเป็น 2 ประเด็นดีกว่า

  1. คุณผู้ชายจะตามหาผู้หญิงไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ใช่ก็เปลี่ยนไปอีก เปลี่ยนแล้วเปลี่ยนอีกเรื่อยๆ จนกว่าจะหา “คนสุดท้าย” เจอ..อย่างนั้นหรือ แล้วต้องแสวงหา ทดลองใช้ชีวิตคู่ หรือเปลี่ยนผู้หญิงอีกกี่คนหล่ะ
  2. คุณผู้ชายเอง ลองเปลี่ยนสถานะคนที่คุณคบหาอยู่ ให้เป็น “คนสุดท้าย” พอใจกับสิ่งที่มี ยอมรับกับสิ่งที่เธอเป็น ยอมรับความจริงว่าทุกคนย่อมมีโอกาสที่จะผิดพลาดกันได้ มองข้ามข้อผิดพลาดของกันและกัน แล้วมองโลกในแง่ดี อยู่กับมันอย่างมีความสุข

ประเด็นแรก ผู้ชายคนนั้นคงจะมีความสุขกับการแสวงหา “คนสุดท้าย” เขาจะหาไปเรื่อยๆ โดยคิดเปรียบเทียบผู้หญิงแต่ละคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต คนนี้มีข้อดีอย่างไร คนนี้มีข้อเสียอย่างไร ซึ่งแต่ละคนจะมีข้อดีข้อเสียไม่เหมือนกัน แต่สำหรับเขาแล้ว มันต้องดีทุกอย่าง เขาจึงจะพอใจ แล้วก็ยอมหยุดที่คนคนนั้น

ถ้าไม่มีหล่ะ..ผู้หญิงที่เพียบพร้อมไปทุกอย่าง (อาจมีแต่เธอไม่เอาคุณ) คุณก็ต้องแสวงหาไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอ หรืออาจไม่เจอเลยในชาตินี้

แล้วถ้าประเด็นที่สองหล่ะ..

คุณผู้ชายเอง อาจมีคนที่คบหากันอยู่แล้ว หรือเริ่มค้นหาจนเจอแล้ว แต่จะทำยังไงให้ผู้หญิงคนนี้ เป็น “คนสุดท้าย”

โจทย์แบบนี้ยากไปมั้ย..คุณผู้ชาย ทำยังไงให้คนที่เราคบอยู่เป็น “คนสุดท้าย”

ผมว่าไม่ยากหรอก ถ้าคุณอยากมี “คนสุดท้าย” จริงๆ

ฟังดูอาจจะน้ำเน่าไปสักหน่อย แต่ต้องมีวิธีครับ เพราะทุกปัญหาต้องมีทางออก

คุณผู้ชายเองต้องเล่นบทพระเอกที่แสนดี คิดเชิงบวก เข้าใจกันและกัน ยอมรับในธรรมชาติของคนที่ต้องมีทั้งดีและไม่ดี(ไม่มีใครบนโลกใบนี้ที่สมบูรณ์แบบไปทุกอย่าง) แต่จงมองแต่สิ่งที่ดีของเธอ ใส่ความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ที่คุณสามารถมีให้กับทุกคนบนโลกใบนี้ได้

แล้วมันจะไปยากอะไรถ้าคุณจะนำสิ่งที่คุณสามารถให้ทุกคนบนโลกใบนี้ แบ่งปันให้กับเธอคนนี้มากๆ หน่อย(อาจจะบอกว่าให้เธอคนเดียวเลยก็ได้)

เอ๊ย..ถ้าคุณผู้ชายคิดว่าหญิงคนนี้เป็น “คนสุดท้าย” ของคุณ แต่เธอกลับไม่คิดว่าคุณเป็น “คนสุดท้าย” ของเจ้าหล่อนหล่ะ

อ้าว..ซวยหล่ะสิ

มันถึงต้องมีประเด็นที่สามไง!

คือคุณต้องทำให้คนที่คุณคบหาเป็น “คนสุดท้าย” ของคุณ และเธอเองก็ต้องคิดว่าคุณเป็น “คนสุดท้าย” ของเธอเหมือนกัน โดยใช้หลักการเดียวกันกับประเด็นที่สอง เพียงแต่ว่าคุณต้องร่วมมือกันทำให้มันเกิดขึ้นหรือเป็นจริงได้ เท่านั้นเอง ..จบมั้ย

ผมอยากให้คุณทั้งหลายได้รับรู้ถึงความรู้สึกของการเป็น “คนสุดท้าย” ของกันและกัน..ว่ามันดียังไง

ถ้ารู้แล้ว..ช่วยเล่าให้ผมฟังที (แฮะๆ)

สถานการแก้ไข
แก้ไขเมื่อ : 01/08/2012 15:53:33

แนะนำเมื่อ 01ส.ค. 55
1ความคิดเห็น
Share

ข่าวสารที่เกียวข้อง


ความคิดเห็นที่ 1

สำหรับผู้หญิงคนหนึ่ง (เฉพาะแค่คนเดียว ไม่สามารถแทนความคิดของผู้หญิงทั้งหมดได้) ถ้ามีใครคนนั้นจริงๆ เราจะเห็นผู้ชายคนนั้นอยู่ข้างๆ เราตลอด จนอาจลืมคิดว่าเขาจะเป็นคนสุดท้ายของเราหรือเปล่า

10:25:39 | 16 10 2012
KanSii

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่