แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ลืมรหัสผ่าน

ชุมชนคนรักการอ่าน

ชัยชนะเล็กๆ ของวันทำงาน

" โอ๊ะ....หกโมงเช้า ทำไมเป็นอย่างงี้อีกแล้ว" ฉันรำพึงรำพันกับตัวเองพร้อมกับบิดตัวและรีบลุกขึ้น วิ่งแจ้นเข้าห้องน้ำ ทุกอย่างเร่งรีบไปเสียหมดต้องจัดการให้ตัวเองออกจากบ้านภายในหกโมงครึ่ง ทั้งวิ่งทั้งเดินไปป้ายรถเมล์  โอวว...พระเจ้าวันนี้ช่างโชคดีจังมาถึงป้ายรถเมล์ปุ๊บก็เจอรถสายที่จะขึ้นไปลงรถไฟฟ้าบีทีเอสพอดี  ครึ่งชั่วโมงเราจะถึงรถไฟฟ้าไหมหนอ .........บ่นในใจพร้อมกับให้กำลังใจตัวเองไปว่าน่าจะทัน วันนี้บนรถเมล์คนแน่น  มีบริการเพลงลูกทุ่งอีสานกล่อมเพื่อระบายความอึดอัดให้กับคนในรถด้วย แต่สำหรับบางคนอาจจะเพิ่มความอึดอัดให้ก็ได้ เพราะฟังบ่รู้เรื่อง  ฉันมองไปข้างหน้าเต็มไปด้วยรถ  มองแทบไม่เห็นพื้นถนนเสียเลย รถแต่ละคันค่อยๆขยับทีละนิด ทีละนิด  "ใช่แหละพวกเขาคงเร่งรีบเหมือนเรานี่แหละ" เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ   ตายล่ะหว่า....... ใกล้เจ็ดโมงขึ้นทุกทีแล้ว จิตใจเริ่มร้อนรุ่ม "เอาเหอะ สายก็สาย" ยอมรับแล้วทำใจเย็น ยืนได้ยินเพลงไปแบบงูงๆปลาๆไป

****************

เย้.......มาถึงรถไฟฟ้าเวลาเจ็ดโมงสิบนาทีพร้อมกับรับหนังสือพิมพ์แจกฟรี   วิ่งอีกแล้ว เพื่อให้ได้เข้าสู่กระบวนรถเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ บริหารเวลาอย่างไรให้สูญเสียน้อยที่สุดนี่คือวิธีคิดในวันที่รู้ตัวเองว่าสาย  โชคดีจัง (โชคดีอีกแล้ว) ได้เข้าขบวนรถทันทีที่วิ่งมาถึง (ไม่เสียแรงวิ่งเปล่า)  อีกสิบสองสถานีก็จะถึงที่ทำงานแล้ว ยืนเย็นๆไปเพราะเป็นปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ จากการนั่งทุกวันพอประเมินได้ว่าน่าจะถึงสถานีปลายทางราวๆ เจ็ดโมงสี่สิบ สบายใจเข้าทำงานทันแน่นอน   ถึงสยามแล้วได้นั่งเสียทีแล้วหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่าน  สลับกับดูโฆษณาบนจอทีวี ฉันชอบโฆษณาไฮเนเก้นจังเลย  ชอบเสียงเพลง และการเล่ารื่องราวในหนังโฆษณาดูทีรัยต้องอมยิ้มโต้ตอบให้ทุกที แถมคลอเสียงเพลงแบบมั่วๆร่วมด้วย  แล้วนั่งทบทวนเหตุการณ์ตั้งแต่ออกจากบ้านจนได้นั่งบนรถไฟฟ้า เออ พบว่าวันนี้เราโชคดีหลายอย่าง

*****************

สถานีต่อไปสถานีพระโขนง เงยหน้าขึ้นจากหนังสือพิมพ์อ่านบนจอทีวีซ้ำคำประกาศอีกรอบ สถานีต่อไปสถานีพระโขนง สมองสั่งการทันทีว่าแกมัวทำอะไร ทำไมไม่เตรียมตัวออก  นี่มันนั่งเลยปลายทางแล้ว "ฉันต้องวิ่งอีกแล้วเหรอนี่" พอประตูเปิดออกสู่สถานีพระโขนงฉันสวมวิญญาณนักวิ่งระดับจังหวัด  วิ่งหน้าตั้งไปชานชลาฝั่งกันข้าม และยืนรอรถไฟฟ้าจากแบริ่งเข้าใจกลางเมือง คราวนี้คนอัดแน่นไม่ต่างกับการยืนบนรถเมล์เมื่อสักชั่วโมงที่ผ่านมาเลย  "อีกสักพักก็ถึงแล้วล่ะอดทนหน่อย" สักห้านาทีถึงสถานีที่ต้องการแล้ว

 *****************

เมื่อถึงที่ที่ควรจะลง คำสั่งในจิตสำนึกบอกอย่างเดียวว่าเอ็งต้องวิ่ง หากเปรียบกับนักวิ่งตอนนี้ต้องใช้ฝีเท้าระดับชาติ วิ่งไปเดินไป สำรวจจิตไปด้วย ได้แต่มีคำปรารภในหัวว่า "เหนื่อยจัง ทำไมทำชีวิตตัวเองเหนื่อยตั้งแต่ตื่นนอนเพื่อสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่งที่มนุษย์สร้างมันขึ้นมาบังคับมนุษย์ให้ทำตามคำสั่งของมัน ไม่อย่างนั้นมันจะฟ้องเป็นตัวแดงบนรายงานการลงเวลาของฉัน แกมันก็เหมือนเด็กนั่นแหละ พอใครมาไม่ทันเวลาที่แกกำหนดไว้ก็ฟ้อง   เชอะ ....... วันนี้ฉันจะไม่ยอมแพ้แกหรอก ถึงแม้นจะเสียเหงื่อ เสียพลังงานมากสักแค่ไหน " ฉันคงบ้าไปแล้วที่แอบต่อว่าสิ่งประดิษฐ์เครื่องนั้น และคงมีหลายคนที่เป็นพวกเดียวกับฉันด้วย

*******************

ภายในห้านาทีทั้งวิ่งทั้งเดินจนถึงมาเผชิญหน้ากับเครื่องประดิษฐ์ที่ควบคุมการทำงานของฉัน ฉันเชิดหน้าใส่มันพร้อมกับพูดว่า "วันนี้ฉันชนะแก ฮ่า ฮ่า ฮ่า " แล้วหยิบบัตรมาจุ๊บหน้ามันอย่างสะใจ และพึงพอใจในการลงทุนวิ่งตั้งแต่ตื่นยันถึงที่ทำงาน

***********************

วันหนึ่งเราก็สร้างชัยชนะเล็กๆ ให้กับตัวเองได้ ซึ่งมันอาจจะเป็นการปลูกนิสัยชนะใจตนอีกทางหนึ่งและอาจก่อให้เกิดวิถีนักสู้เล็กๆ แล้วก่อเป็นนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ต่อไปน่าจะได้เช่นกัน     

 

แนะนำเมื่อ 15มิ.ย. 55
1ความคิดเห็น
Share

ข่าวสารที่เกียวข้อง


ความคิดเห็นที่ 1

อยากได้คำแนะนำ อยากได้กำลังใจ จากคนเคยทำสำเร็จน่ะครับ มีใครเคยได้ลงตีพิมพ์หรือยังครับ ? คนหลงทาง...

22:50:34 | 21 09 2012
คนหลงทาง

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่