แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ลืมรหัสผ่าน

ชุมชนคนรักการอ่าน

กำเนิดมอลคอท ตอน 3 ชีวิตใหม่

 

 

“พระเยซู เยซูชาวนาซาเร็ธเหรอครับ” มอลคอลตกใจมาก

“ใช่เป็นคำสอนดีมากเลย พวกเราเลยเลิกนับถือพระปลอมนั่น และอีกอย่างนะมีเรื่องเล่าว่า พระเยซูได้คืนชีพหลังจากตายไปสามวัน พวกเราที่นี่เชื่อเพราะท่านยอมสละชีวิตไถ่บาปให้เรา”

มอลคอทได้ข่าวนี้ทั้งแปลกใจและยินดี ความคิดใหม่ได้เข้ามาให้ความคิดของเขา เดินเข้าป่าไปทันที

“เฮ้ !จะไปไหนมอลคอท”นายพรานถามทันที

                “ไปจัดการไอ้หมูนั่นไงล่ะครับ” มอลคอทพูด

พวกนายพรานประหลาดใจมาก เพราะมอลคอทน่ะเหรอ จะทำได้ แต่ก็คิดได้อีกอย่างหนึ่งเจ้านี่เป็นชาวเหนือน่าจะมีความสามารถที่พวกนายพรานไม่มีอยู่ด้วย

 

                มอลคอทเดินเข้าไปในป่าเพียงลำพัง ตอนนี้เขากำลังมองหาเจ้าหมูป่านั่นและไม่นานเขาก็ได้ยินเล่นร้องและเสียงหายใจ หมูป่าตัวหนึ่งวิ่งมาแต่ขนาดตัวของมันพอ ๆ ม้าเทศแต่ลำตัวสั่นกว่า  และเห็นเขี้ยวโง้วของมันทำเอา มอลคอทใจหล่นวูบมันเป็นหมูป่าปีศาจโดยแท้ มันวิ่งเข้าใส่มอลคอททันทีเขากระโดดหลบและเรียกเปลี่ยนดาบให้กลายเป็นดาบแส้เพราะว่าใช้ดาบธรรมดามสู้กับหมูป่านี้ไม่ถนัด มอลคอทคิดว่าตัวเองน่าจะเอาหอกมาด้วยหรือธนูมาด้วยจะดีกว่า มอลคอทฟาดดาบแส้ไปมันไปโดนตัวหมูป่าคาลิโต้เนียทันที เมื่อมันโดนฟาดหมูป่าเหมือนสัตว์อื่นตรงที่ถ้ามันได้รับบาดเจ็บมันก็จะวิ่งชนอย่างบ้าคลั่ง มอลคอทรีบเหวี่ยงดาบแส้ไปปักที่ต้นไม้ต้นหนึ่งและกระชากตัวโหนข้ามหัวมันได้อย่างหวุดหวิด แต่เจ้าหมูป่าเลือดนั่นก็ยังไม่หยุดบ้า  วิ่งเข้ามาชนต้นไม้อีกต้นหนึ่งตอนนี้ มอลคอทได้แต่โหนต้นไม้ไปมายังกะลิง

 

                “ไอ้หมูบ้าเลือดเอ๋ยดูสิว่าจะทนได้มั้ย” มอลคอทกำลังใช้ไฟแต่คิดขึ้นมาได้ว่า ขืนจุดไฟไหม้ทั้งป่าแน่ และอาจลามไปติดหมู่บ้านได้ เขารีบเหวี่ยงดาบแส้อีกครั้งคราวนี้มันพันรอบตัวหมูป่า     คาลิโตเนียเขากระชากอย่างแรงร่างของหมูป่าคาลิโตเนี่ยขาดเป็นชิ้น ๆ

 

                “มอลคอท” พวกชาวป่ากลุ่มหนึ่งมาดู มอลคอททำหน้าประหลาดว่าจะกันทำไม

                “มีอะไรเหรอครับ” มอลคอทถาม

                “ก็เป็นห่วงแกน่ะสิมีอย่างเหรอออกล่าหมูป่านี้คนเดียว มามือเปล่าอีก เหวอ”

พวกชาวบ้านตกใจเมื่อเห็นหมูป่าเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว และมองอาวุธในมือของมอลคอท ก็พอจะเข้าใจแล้ว มอลคอททำหน้าไม่ถูกพวกชาวบ้านจะทำอะไรเขาเนี่ย เพราะที่ผ่านเขาไม่เคยเป็นที่ต้องการของคนที่ไหนอยู่แล้ว

                “แกเก่งมากเลยว่ะมอลคอทพวกไชโย ให้มอลคอทหน่อยที่จัดการกับหมูป่าให้เราได้ไชโย ไชโย”

                เสียงเฮดังสั่นไปทั่ว มอลคอททำหน้าไม่ถูกแล้ว มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่คิดว่าจะมีมาก่อนเลยสักครั้ง พวกชาวบ้านมาขอบคุณเขา มอลคอทรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกและคิดว่าอาจใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ตลอดไปก็ได้  

 

                แต่ความสุขมักอยู่กับเขาไม่นานจริง ๆ เพราะว่าวีรบุรษกรีกคนใหม่ได้เดินทางมาถึงที่นี้แล้วเขาคือ เพอร์เซอุส บุตรของซุสว่ากันตรง ๆ ก็คือพี่ชายของมอลคอทนั้นล่ะ เพอร์เซอุสเป็นชายร่างกำยำแต่ไม่ได้สูงใหญ่ ผมยาวสีทอง สวมเกราะมีดาบสั้นเป็นอาวุธและที่น่ากลัวก็คือเขามีถุงผ้าที่บรรจุหัวเมดูซ่าไว้เป็นอาวุธอีกอย่างหนึ่ง ทำให้เขาไม่เคยแพ้การต่อสู้เลยสักครั้ง เพราะแค่ชูหัวของเมดูซ่าขึ้นมา ก็ทำให้ทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้ากลายเป็นหินได้แล้ว

 

                เพอร์เซอุสตามล่ามอลคอทมานานแล้ว แต่แล้วเมื่อเข้ามาถึงหมู่บ้านก็ต้องโกธรเป็นพื้นเป็นไฟเพราะที่นี่ไม่มีวิหารบูชาเทพ กลับมีการสวมภาวนาถึงพระบิดาแทน เพอร์เซอุสโกธรมากเอาหัวเมดูซ่าออกมาทันที และจัดการทำให้ชาวบ้านเป็นหินไปหลายคน

 

                “นี่เป็นความบังอาจที่ไม่เคารพยำเกรงเทพ”

 

มอลคอทเห็นเข้าพอดีเขาต้องตะลึงกับสิ่งที่เพอร์เซอุสทำเพราะว่าเด็กก็ไม่เว้น และที่ทำมอลคอท   โกธรมากที่สุดก็คือ ตายายที่ดูแลเขามาก็กลายเป็นหินไปด้วย

 

                “เพอร์เซอุส”มอลคอทตะโกนเรียก

 

เพอร์เซอุสหันมามอง

 

                “ว่าไงน้องชาย อย่าว่ากันเลยข้าต้องจัดการแกด้วย” เพอร์เซอุสชูหัวเมดูซ่าแต่มอลคอทหลบทันเขาไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างแล้วเพราะเขาไม่อาจสบตาของเมดูซ่าได้

“เป็นอะไรไปล่ะมอลคอท แค่นี้ก็ฝ่อแล้วงั้นเหรอ” เพอร์เซอุสพูดและส่งหัวเมดูซ่าไปทุกที

 

มอลคอทเห็นว่าปล่อยไว้นายมีหวังเป็นหินกันหมดหมู่บ้านแน่ เขาเลยตัดสินใจ

 

                “เอาวะตายเป็นตาย” มอลคอทเปลี่ยนดาบเป็นแส้ดาบและเหวี่ยงไปทันที แต่พลาดและเขาก็สบตากับเมดูซ่าไปอย่างจัง และกำลังจะกลายเป็นหินแต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ร่างมอลคอทเปล่งแสงออกมาและไม่กลายเป็นหิน

                “พลังแสงบ้าน่าพวกข้ายังไม่มีเลยทำไมแกมี” เพอร์เซอุสตะลึง

                “ก็เพราะว่าข้าเป็นลูกของเทพกับปีศาจน่ะสิ ไม่ใช่ลูกเทพกับมนุษย์อย่างแก”มอลคอทเหวี่ยงดาบแส้ไปปักหัวของเมดูซ่ามันถูกดึงมาทันที มอลคอทใช้มือข้างที่สวมถุงมือเหล็กจับเอาไว้และใช้ไฟเผาหัวของเมดูซ่า หัวของเมดูซ่าถูกทำลายแล้ว

 

                “แกหนอย !” เพอร์เซอุสเอาหมวกเหล็กมาสวมเอาไว้ที่หัว เขาหายตัวไปทันที 

 

มอลคอทระวังตัวแต่ก็โดนฟันไปแผลหนึ่งเลือดไหลออกมา และเพอร์เซอุสกำลังจะฟันซ้ำมาอีกครั้งหนึ่งแต่ว่ามอลคอทเอาดาบรับเอาไว้ทัน แต่ก็เท่านั้นคนหนึ่งมองเห็นอีกคน แต่อีกคนมองไม่เห็นก็ไม่ต่างอะไรกับคนตาดีสู้กับคนตาบอด มอลคอทเริ่มบาดเจ็บ  มอลคอทมองไปที่ชาวบ้านที่เหลือเขาตะโกนทันที

 

                “เข้าบ้านไปให้หมดเร็วเข้า ปิดประตูหน้าต่างซะ”

 

                เพอร์เซอุสนึกแปลกใจทำมอลคอทพูดแบบนี้แต่ก็ไม่สนใจมากเขากำลังหาจังหวะการล่องหนของเพอร์เซอุสนั้นนับว่าสมบูรณ์แบบเพราะว่า แม้แต่เสียงก็ไม่ได้ยิน มอลคอทชูมือที่สวมถุงมือเหล็กขึ้นมันเปล่งแสงสีเขียวออกมาและมีควันสีเขียวลอยออกมา และเป็นจังหวะเดียวกับที่เพอร์เซอุสเข้ามาใกล้ ๆ  พอดีเขาโดนควันสีเขียวนี้เข้า และไม่ทันไรเพอร์เซอุสก็มีอาการแปลก ๆ เขาปวดแสบปวดร้อนไปทั้งตัวน้ำตาไหลออกมาและอาเจียนออกมาแต่มันมีเลือดปนออกมา ทำให้มอลคอทรู้ตำแหน่งและชกหมัดเข้าเต็ม ๆ ที่หน้าหมวกล่องหนแตก คราวนี้เพอร์เซอุสกระเด็นแต่ก็ขยับตัวไปไหนไม่ได้มือเท้าชาไปหมดเลือดไหลออกมาจากจมูกปาก ผิวของเขาซีดอย่างเห็นได้ชัด

 

                “นี่แกทำอะไรข้าเนี่ย” เพอร์เซอุสพูดอย่างลำบากยากเย็น

                “ศาสตร์การใช้เวทมนต์จากอัญมณีไงล่ะ นี่เป็นผลึกพิษทำให้ใช้เวทมนต์สายพิษได้ไงล่ะ แกโดนพิษเข้าไปเต็ม ๆ ไม่ต้องหายาถอนหรอกนะ เพราะว่าฉันไม่ให้แกแน่นอน และจริง ๆ แกก็อยู่ได้อีกไม่นานอีกเดี๋ยวแกก็ตายแล้ว” มอลคอทพูด

 

                และก็เป็นจริงอย่างที่เขาพูดจริง ๆ เพอร์เซอุสลงไปชักดิ้นชักงอสักพัก ร่างก็แน่นิ่งไปแล้ว มอลคอทมองดูร่างของเพอร์เซอุสแล้วก็เกิดความสงสารอยู่เหมือนกันแต่ถ้าเขาไม่ฆ่าเพอร์เซอุส ความเดือดร้อนคงไม่จบไม่สิ้น เขาจึงได้ประกาศขึ้นมาว่า

                “เหล่าเทพที่โหดเหี้ยมทั้งหลายข้าจะ โค่นบัลลังค์ท่านหากท่านยังก่อความเดือดร้อนให้มนุษย์และโลกใบนี้ ต่อจากนี้ไปมือของข้าเปื้อนแต่เลือดของสิ่งชั่วร้าย”มอลคอทพูด

 

คำประกาศนี้ดังไปถึงสวรรค์มอลคอทถึงกับประกาศสงครามกับเหล่าเทพ ซุสได้ยินก็ยิ่งโกธรหนักเข้าไปอีก

 

                มอลคอทได้ลาจากทุกคนในหมู่บ้านหลังจากจัดการศพของตายายแล้ว เขาได้เลือกเส้นทางนี้และมันก็เดินกลับไม่ได้แล้วด้วย ชาวบ้านแนะนำให้เขาไปอยู่อียีตป์สักพักเพื่อความปลอดภัยของตนเอง มอลคอทก็เห็นดีด้วย จึงได้โดยสารเรือไปที่อียีปต์ พอถึงอียีตป์เขารู้สึกเลยว่าประเทศนี้มีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทรายและมีสิ่งปลูกสร้างที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเขาไม่น้อยเลยทีเดียว มอลคอทเดินทางมาที่นี้ทำไมน่าถึงมีคนบอกให้เขามาที่นี่มันเพื่ออะไร มอลคอทเห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังแบกร่างที่ไร้วิญญาณของชาวบ้านเคราะห์ร้ายมา

 

                “แย่โวย เทพเซทอาละวาดแบบนี้พวกก็ลำบากกันทั่วหน้า” เสียงผู้คนพูด

                “ใช่ ๆ ตั้งแต่เซทคืนชีพมาพลังก็มีมากเกินไป พวกเราก็ได้แต่ต่อสู้ป้องกันตัวเองไปเท่านั้นล่ะ”เสียงถอนใจดังขึ้นมา

                “ทำไมเทพราปล่อยให้เจอเรื่องแบบนี้น่า”

                “เพราะพวกเราบ้างคนดันไปนับถือศาสนาอื่นน่ะ ก็เลยซวยกันแบบตอนนี้พวกทหารก็ไล่ล่าพวกนับถือศาสนาอื่นกันอยู่”

 

                มอลคอทฟังแล้วก็ทำให้คิด พวกเทพอียีปต์ก็มีนิสัยแบบนี้ด้วย เขาพอเข้าใจแล้วทำไมเขาต้องมาที่นี่ มอลคอทหาของกินในตลาดของพวกอียีปต์ซึ่งที่นี่ตลาดก็ดูคึกคัก  กว่าที่นอร์ซเพราะมีการค้าติดต่อกันกับพวกกรีกด้วย ขณะที่กำลังกินอาหารอยู่นั้นเขาก็เห็น ชายคนกำลังเผยแพร่ศาสนาโดยเป็นคำสอนของพระเยซูอยู่ มอลคอทก็พยายามตั้งใจฟัง

 

                “หยุดพูดเรื่องนอกรีตได้แล้ว” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมาเธอมาพร้อมกับทหารกลุ่มหนึ่ง เป็นพลหอก

                ผู้หญิงที่มาเธอเป็นผู้หญิงที่สวยมากคนหนึ่งผิวของเธอคล้ำเนื่องจากอยู่ในทะเลทรายแต่ก็ทำให้เธองดงาม ผมสั้นสีดำหน้าตาเธอไร้การตบแต่ง นอกจากเขียนขอบตาเป็นสีดำเท่านั้น มีไฝที่ปาก รูปร่างของเธอหาได้บอบบ้างไม่ เธอก็ดูแข็งแกร่งราวหญิงเหล็ก แต่เธอดูแล้วอายุไม่มาก เธอสะพายดาบคู่ไว้ที่หลัง

                “นี่เป็นความจริงนะ ที่เราได้รับมา” นักเทศพูดยังไม่ทันจับก็ถูกทหารฆ่าตาย

                “ฮัลซัน เจ้าทำอะไร” เธอพูดทันที นายทหารคนนั้นเป็นชายร่างสูงใหญ่ หน้าตาดุดัน หัวโล้น เขาดูเหมือนจะมียศพอ ๆ กับเธอ

                “จะอะไรกันนักกันหนา อามันราไอ้แค่ไอ้พวกนอกรีต เนี่ยเจอก็ฆ่ทิ้งซะสิ ถ้าเทพราพอใจท่านจะเอาตัวเซทกลับไป พวกเราก็จะอยู่อย่างสงบต่อไป”

 

พวกที่เหลือกลัวจนตัวสั่น พวกทหารกำลังควบคุมตัว มอลคอทเดินศพของเขาในมือของเขากำลังกำไม้กางเขนเอาไว้ มอลคอทดึงออกมา เขาเอาไม้กางเขนใส่ในเกราะและมองหน้าของฮัลซัน

 

                “อะไรของแกวะไอ้คนพวกนอร์ซ”

                “ไอ้เดรัจฉาน” มอลคอทพูดเป็นภาษาอียีปต์เพราะว่าช่วงที่เขาอยู่กับเฮลเธอสอนภาษากรีก นอร์ซ อียีปต์ให้เขาด้วยเพื่อใช้ประโยชน์ในการเดินทาง

                “แกว่าอะไรนะ” ฮัลซันถามทันที

                “หูแตกหรือไงล่ะ ฉันด่าแกไปหยก ๆ เนี่ยหรือจะเอาอีกคำวะ ไอ้สัตว์” มอลคอทพูดอีกครั้งหนึ่ง

                “มึงรู้มั้ยกูเป็นบังอาจมาด่ากูเนี่ย” ฮัลซันพูด

                “ไม่รู้หรอกโวย”

“งั้นก็รู้ไว้ มันทำผิดต่อเทพของพวกเรา มันต้องเจอแบบนี้” ฮัลซันพูด

                “งั้นเหรอ แต่ไม่เห็นต้องฆ่าก็ได้นี่ แกมันไอ้พวกไร้หัวใจ” มอลคอทพูด

                “หนอยแก” อัลซันวิ่งเข้ามาพร้อมกับหอกทันที

 

มอลอคอทหลบและจับปลายหอกเอาไว้ เกิดไฟลุกพรึ่บขึ้นมา หอกไหม้ทันที  ฮัลซันปล่อยหอกแทบไม่ทัน เขาชักดาบออกมา

 

                “เวทมนต์นอกรีต !พวกเราจับมัน”

 

พวกทหารวิ่งเข้ามาทันทีมอลคอทดึงดาบออกมาแต่ตอนนี้รูปร่างของมันยังคงเป็นดาบหักอยู่  ทำให้ทหารนึกแปลกใจ แต่จู่ ๆ มีชาวกรีกที่อยู่แถวนั้นตะโกนขึ้นมา

 

                “มอลคอท”  

 

พวกทหารสะดุ้งสุดตัว เพราะชื่อเสียงของมอลคอทดังมาถึงนี่เพราะได้สังหารวีรบุรุษกรีกไปสองคนและชื่อเสียงในทางร้ายอีกไม่รู้กี่เรื่อง มอลคอทกระชับดาบดาบหักในมือ

               

                “จะกลัวทำไมวะแค่ดาบหักเล่มเดียวเนี่ยหา !ฆ่ามันเลย”

 

พวกทหารเข้าโจมตีทันที มอลคอทรับมืออย่างรวดเร็วด้วยดาบหัก และหมัดเหล็ก หอกพุ่งมามอลคอทและหันกลับไปหมุนตัวและฟันเข้าที่หน้าของทหารคนนั้น ดาบบาดหน้าของทหารคนนั้นมีอีกคนแทงหอกมา มอลคอทจับปลายหอกเอาไว้ทันและหักมันทันที และขว้างปลายหอกใส่ทหารอีกคนหนึ่ง  ฮัลซันเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับหอกแต่หอกถูกดาบหักฟันเป็นชิ้น ๆ  ฮัลซันเมื่อสู้ไม่ได้ก็วิ่งหนีเอาซะดื้อ ๆ

                อามันราเห็นการต่อสู้มาโดยตลอดเธอนึกประหลาดใจว่า

 

“นี่มันอาวุธอะไรกัน ก็เห็นอยู่ว่ามันเป็นดาบหักนี่”

 

เธอชักดาบคู่ออกมาเข้าต่อสู้ทันที มอลคอทรับมือไปสักพัก ก็รู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ยังมีความสามารถมากกว่าไอ้คนเมื่อกี้อีก แต่เขากับมือได้อย่างเหมาะเจาะ

 

“เธอเป็นใครกัน” มอลคอทถามอย่างสนใจ

“ข้าคือ อามันรา สาวกเทวีไอซิส”

 

                ยังไม่ทันไรฮัสซันก็วิ่งกลับมาพร้อมคนกลุ่มหนึ่ง พวกนั้นใส่ชุดขาว และมีผ้าคุ้มหัวดูจากการแต่งตัวแล้วพวกนี้เป็นนักบวช พวกนักบวชร่ายมนต์ทันที มอลคอทโดนเวทมนต์เข้าไปตอนแรกก็อ่อนแรง แต่จู่ ๆ ก็มีแสงวาบขึ้นมา ทำให้เขาลุกขึ้นได้อีก แต่เขาไม่ทันระวังตัวก็ถูกตาข่ายจับตัวเอาไว้ เขาดิ้นไม่หลุดแถมโดนเวทมนต์อีกครั้งตอนนี้มอลคอทเสียท่าแล้ว

               

                “เอาตัวไปขังเอาไว้ก่อน” ฮัลซันสั่ง

                “ทำไมคราวนี้ไม่ฆ่าล่ะ” อามันราพูดเหมือนกับจะประชด

                “เทพกรีซเคยส่งข่าวมาบอกว่า มอลคอทเป็นคนร้ายของกรีซต้องส่งตัวให้กรีซและก็มีอีกอย่างหนึ่งเจ้านี่เป็นคนนอร์ซ ฆ่าส่งเดชพวกนอร์ซอาจจะบุกเข้ามาก็ได้”

               

                มอลคอทถูกขังอยู่ในคุกเขาโดนพันธานาการอย่างแน่นหนาเพื่อกันไม่ให้หนี เมืองนี้มี   ฟาโรชื่อ เคมซิต เป็นฟาโรที่นับถือเทพรามากที่บ้านเมืองเป็นแบบนี้เขาเชื่อว่าเป็นเพราะคนนอกศาสนาและยิ่งมอลคอทโผล่มาอีกยิ่งทำให้เคมซิตมั่นใจเป็นอย่างมาก ว่าเขาคิดถูก ฟาโร เคมซิตเข้ามาดูมอลคอท เขามาพร้อมกับฮัลซัน อามันรา เคมซิตเป็นชายร่างผอมบางดูจากสภาพแล้วน่าจะเป็นคนที่ชอบกินดื่มซะมากกว่าเขามองมอลคอททันที

               

“เพราะแกแน่เทพรา จึงได้ส่งเทพเซทมา วันอีกสามวัน วีรบุรุธเจสันจะเดินทางมานี่ เอาตัวแกไปให้กับเทพโอลิมปุสแล้วพวกเราก็จะรอดพ้น” เคมซิตพูด  แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นมอลคอทหัวเราะราวกับมีใครมาเล่นตลกให้ดูตรงหน้า

“คิดให้ดี ๆ เถอะนะว่า เซทกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่และลองคิดดูนะกี่ครั้งแล้วที่เทพอะไรของแกทำร้ายคนโดยไม่สนใจว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างคิดดูดี ๆ นะ”มอลคอทพูด

“และอีกข้อข้าจำได้เทพของแกเคยแพ้โมเสลไม่ใช่หรือไงกัน” มอลคอทพูด

 

เคมซิสสะดุ้งทีแรกจะสั่งโบยแต่คิดดูดี เกิดมันหลุดออกมาได้ล่ะ ก็เลยรีบไปทันที มีแต่อามันราที่ดูมอลคอทอยู่ เธอจึงถามคำถามแรกกับมอลคอท

 

                “ทำไมต้องไปนับถือเยซูด้วยล่ะ ทำไมไม่นับถือโอดิน หรือว่าซุส” อามันราถาม

                “ซุสกับโอดินเคยทำเรื่องแบบนี้มั้ยล่ะ มีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังจะถูกลงโทษด้วยข้อหาผิดประเวณี แต่พระเยซูได้ตรัสว่า ผู้ใดในพวกท่านที่ไม่มีบาป ก็ให้ขว้างนางก่อน”มอลคอทพูด

 

อามันรารู้สึกสนใจนางจึงถามกลับไปว่า

 

“แล้วอย่างไงต่อไปล่ะ”

“ประโยคนี้ทำเอาทุกคนได้แต่ค่อย ๆ ทยอยออกไป เพราะพวกเขาก็รู้ตัวดีอย่างไงคนเราก็ต้องมีบาปกันทั้งนั้นและพระเยซูก็ตรัสว่า หญิงเอ๋ย พวกเขาไปไหนหมด ไม่มีใครเอาโทษเจ้าหรือ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นและมองไปโดยรอบ ไม่มีเจ้าค่ะ เราก็ไม่เอาโทษเจ้าเหมือนกัน จงไปเถิดและอย่าทำอีก ผู้หญิงคนกล่าวขอบคุณแล้วก็จากไป”มอลคอทพูด

 

อามันรารู้สึกแน่นไปหมดความคิดของเธอมันงงไปหมดแล้ว เทพของเธอไม่เคยให้อภัย  ใคร ๆ   

“แต่ว่า ท่านจะยิ่งใหญ่เท่ากับเทพของเราได้ไงกัน” อามันราพูดแต่ท่าทีอ่อนลงไป

“งั้นเหรอ ฟังนี่” มอลคอทเล่าเรื่องราวตอนตรึงกางเขนให้ฟังทำให้อามันราน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว แต่เธอมีน้ำตาได้ไงกัน กับเรื่องเนี่ยนะ อามันรารีบไปทันที แต่เธอก็อดที่แอบหันมองมามอลคอทไม่ได้

ผิวของเขาขาวผิดกับคนที่นี้แม้มัจะคล้ำแดดไปบ้างก็ตามที  ผมสีดำยาว หนวดเคราที่ดูรุงรังแต่มันกลับทำให้ผู้ชายคนนี้ดูเข้มแข็ง รูปร่างที่ใหญ่โตนักเล่ามันช่างดูเสน่ชยิ่งนัก ดวงตาสีแดงที่แข็งกร้าวนั้นอีกมันเป็นดวงตาที่ไม่หวั่นไหวกับเรื่องอะไรในโลก แปลกดีที่คนมีดวงตาแบบนี้น่ะเหรอ

แต่ก็ไม่ใช่ว่ามอลคอทจะไม่สนใจเธอ เพราะเธอดูมีเสน่ชและเข้มแข็งผิดกับผู้หญิงที่เขาเคยเจอมอลคอทเองก็ไม่ใช่ชายที่อ่อนด้อยในเรื่องของผู้หญิง แต่จิตใจเขาก็รู้สึกประหลาดกับเธอแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อามันราเหมือนจะได้สติเธอรีบไปทันที มอลคอทมองตามเธอไป แต่ตอนนี้เขาไม่มีเวลาจะมาคิดเรื่องอื่นแล้วนอกจาก แหกคุก

 

                เคมซิสได้ทำพิธีต่อเทพราโดยมีอามันราและฮัสซันอยู่

 

                “เราได้ขับไล่พวกนอกรีตออกไปแล้ว ได้โปรดเถิดท่านขอให้เทพเซทหยุด”

 

แต่คำตอบไม่ใช่อย่างที่ทุกคนต้องการ กลับเป็นว่า

 

                “บ้านเมืองของพวกเจ้าละเลย การส่งเครื่องเซ่นไหว้พวกเรานานแล้ว พวกเราคงจะหยุดไม่ได้หากเจ้าไม่เซ่นไหว้พวกเรา”

                “แต่ท่านครับพวกเรา ก็เซ่นไหว้แล้วนี่ครับ” เคสซิสพูดทันที

                “ยังไม่พอพวกเจ้าต้องนำคนมาสังเวยแกพวกเราด้วย พวกเราถึงจะพอใจไม่งั้นเทพเซทจะทำลายเมืองของพวกเจ้า”

               

คราวนี้ทุกคนต้องตกใจสุดขีดนี่มันอะไรเทพ ต้องการให้สังเวยชีวิตมนุษย์งั้นเหรอทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ อามันราตะลึง ที่ส่งเทพเซทมาเพื่อให้สังเวยคนนี่มันอะไรกัน อามันราวิ่งลงไปหามอลคอทที่ห้องขัง

 

“ทำไมเทพราให้สังเวยคนด้วย ทำไมกัน” อามันราถาม

“ง่าย ๆ เป็นเพิ่มพลังวิญญาณให้กับตนเองมันจะมากกว่าการใช้คำสวดอีกแยอะเลย” มอลคอทพูด ทำไมเขาจะไม่รู้เรื่องนี้ล่ะก็ในเมื่อเขาเองนั้นล่ะ ที่เคยทำแบบนี้มาก่อน

“ทำไมมันโหดร้ายแบบนี้ นี่จะทำกันถึงขนาดนี้เลยเหรอ เทวีไอซิลที่เมตตาก็ไม่คิดจะหยุดยั้งเลยงั้นเหรอ” น้ำตาของอามันราไหลออกมาอีก มอลคอทมองเห็นแล้วพูดว่า

“ปล่อยข้าออกไป ข้าจะหยุดทุกอย่างเอง” มอลคอทพูด

“ปล่อยแก แล้วแกจะทำอะไรเล่า”

“จะแสดงให้เห็นไงว่านับถือน่ะไม่ใช่พระ หรือเทพอะไรทั้งนั้นมันก็แค่ปีศาจ” มอลคอทพูด อามันราสั่งปล่อยมอลคอททันที เขาให้อามันราพาไปที่ห้องเก็บของเขา เขาได้อาวุธคืนมาหมด

 

“อย่าเสือกขยับนะมึง” ฮัลซันมาพร้อมกับทหารอีกกลุ่มพร้อมอาวุธพร้อมครบมือ

“อย่า ปล่อยเขาไป เขาบอกจะหยุดเทพเซทเอง” อามันราพูด

“อย่าบ้าน่าอามันรา อย่างมันเหรอจะทำอะไรกันเล่า” ฮัลซันพูด

“ก็ลองดูมั้ยล่ะ” มอลคอทพูด

“เจ้าคิดว่าทำได้งั้นเหรอ” เคมซิส ปรากฏตัวขึ้นและถามทันที

“ทำได้แน่นอนและไอ้สิ่งที่ท่านกราบไหว้ไม่ใช่เทพ หรืออะไรที่ท่านควรกราบไหว้หรอก”มอลคอทพูดทันที

“อย่าบ้าตามมันนะครับท่านเดี๋ยวพวกเราจะฉิบหายกันหมด” ฮัลซันพูด

“ไม่เห็นต้องเสียอะไรนี่ ถ้าฉันทำไม่ได้ก็วอนตายเอง” มอลคอทพูด

 

เคมซิสคิดสักพักหนึ่งก็จริงอย่างที่มอลคอทพูดนะ

“ก็ได้ เจ้าไปจัดการเถอะแต่เราจะไม่ให้อะไรเจ้าไปทั้งนั้นต้องเดินทางไปเอง” เคมซิสพูด

“ก็ได้ท่านเตรียมตัวรับหัวของเซทเถอะ” มอลคอทพูด

 

มอลคอทออกเดินทางทันที เพราะจริง ๆ ก็รู้ ๆ กันอยู่ว่าเซทอยู่ไหนแต่ว่า มอลคอทจะไปถูกได้ไงกันเล่ายิ่งช่วงกลางวันทะเลทรายมันก็เหมือน ๆ กันนั่นล่ะ เขาไม่ใช่คนที่เกิดในทะเลทรายนะ ตอนนี้มอลคอทกำลังคิดว่าตัวเองอาจะหลง แต่สักพักก็มีเสียงม้าดังขึ้นมา มอลคอทหันไปมองเป็นอามันราขี่ม้าตามมาด้วยตัวหนึ่งเพราะเธอคงจะเอามาได้แค่นี้

 

“ไหนว่าเคมซิสจะไม่ช่วยข้าไง”

“ข้าไม่ได้มาในนามของเคมซิสอีกอย่างหนึ่งข้าอยากจะรู้เหมือนกับว่าทำเจ้าถึงได้เปลี่ยนมานับถือพระเยซู” อามันราพูดเธอส่งน้ำให้มอลคอทเขารับมันมาดื่มทันที

“แล้วอวดเก่งเดินทางมาคนเดียวเนี่ยมันไม่ใช่ใกล้ ๆ นะ ขี่ม้าเป็นใช่มั้ย” อามันราพูด

“เป็น” มอลคอทตอบ

“งั้น เฮ้”

 

อามันรากำลังจะลงม้าเพราะเธอจะนั่งหลังเขา แต่มอลคอทกระโดดขึ้นม้าก่อนกลายเป็นว่าตอนนี้อามันรานั่งอยู่ด้านหน้าของมอลคอท เขาแย่งบังเหียน มาทันทีและบังคับม้าไปกลายเป็นว่า  อามันราอยู่ในอ้อมกอดเขาซะแล้ว              อามันรารู้เขินอายกลิ่นสาปจากกายของมอลคอทมันทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ  และอ้อมกอดนี้มันก็ช่างอบอุ่นซะเหลือเกิน จริง ๆ มอลคอทเองก็เหมือนกันกลิ่นสาปสาวที่เขาได้กลิ่นจากเธอ มันช่างหอมเย้ายวนใจซะจริง ๆ และร่างกายนี้ทำไมเขาอยากกอดมันไปจนวันตายนะ  แต่ตอนนี้ไม่ใช้เวลาคิดเรื่องแบบนี้

 

เทพเซทนั่งอยู่บนบัลลังค์ในวิหารเก่า ๆ ของตน มันมีโอเซซิสอยู่ด้วย เทพเซทนั้นเป็นเทพที่น่ากลัวเพราะว่าเป็นเทพแห่งความชั่วร้าย เขามีหัวเป็นลาสีดำ แต่นั่นทำให้ยิ่งน่ากลัวหนักเข้าไปอีก และพวกงูครึ่งคนโดยพวกมันมีร่างกายท่อนล่างเป็นงูและหัวเป็นคนมีแขนขา พวกนี้เรียกว่า แวตแจต  และโจรทะเลทรายเป็นสมุน เทพองค์นี้ก็คงจะเหมือนโลกิแต่ต่างกันเพียงแต่ว่าโลกิเคยทำประโยชน์แต่องค์นี้ไม่เคยทำอะไรที่เป็นประโยชน์เลยสักนิด แถมเป็นเทพที่ใจคอโหดเหี้ยมและหงุดหงิดตลอดเวลาด้วย เซทจัดว่าเป็นเทพที่ไม่ค่อยมีใครนับถือคนที่นับถือเซทก็มีแต่โจรทั้งนั้น

 

“ไปหาคนมาอีก ไปหาเหยื่อมาอีกเร็วเข้า” เซทสั่งทันที

 

พวกโจรทะเลทรายรีบไปพร้อมกับพวกแวตแจต ทันที

 

                เมื่อเข้าสู้ดินแดนของเทพเซทก็จะต้องเจอกับสิ่งที่ต้อนรับก่อนก็คือ ฝูงสัตว์ป่า หลายชนิดเช่น เสือ ลิง หมาป่า ฯลฯ ที่โดนเวทมนต์ทำให้กลายเป็นสัตว์ป่าที่คุ้มคลั่ง ไลล่าฆ่าทุกชีวิตไปทั่ว

 

                “ระวังนะ เทพเซทเปลี่ยนพวกนี้ให้บ้าคลั่งไปแล้ว” อามันราเตือน

 

มอลคอทยิงไฟทันที พวกสัตว์ป่าบ้าคลั่งเห็นไฟเข้าก็กลัวและวิ่งไปกันไปคนละทิศคนละทาง

 

                “ก็แค่เนี่ยเองนะ”

 

                พวกโจรทะเลทรายบุกเข้ามาทันที มอลอคอทกระโดดลงจากม้าพร้อมกับดาบหักของเขา เขาเข้าโจมตีทันที อามันราควบม้าและใช้ดาบคู่เข้าช่วยสู้ทันที เพราะไม่แน่ใจว่ามอลคอทจะเอาอยู่หรือเปล่า  มอลอคอทเข้าโจมตีอีกครั้ง  ดาบหักของเขาทำหน้าที่ต่อสู้กับโจรพวกนี้ได้เป็นอย่างดีทำให้พวกโจรต้องตะลึงกันเลยทีเดียว

                “ไม่ต้องไปกลัวมันเรามีแวตเจตอยู่แล้ว”

 

                พวกแวตแจตโผล่ขึ้นมาพื้นทรายทำเอา มอลคอทสะดุ้ง แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวแต่อย่างไร แต่ดาบหักคงเอาพวกนี้ไม่อยู่

 

                “โหมดต่อสู้ !” ดาบหักเปลี่ยนเป็นดาบที่สมบูรณ์เล่มหนึ่ง มอลคอทเข้าฟาดฟันอย่างรวดเร็ว

 

                อามันราเข้าต่อสู้กับพวกโจรทะเลทรายและแวตแจตไม่นาน ม้าก็ของเธอก็โดยฆ่าทำเอาเธอตกม้า แต่ยังดีที่กระโดดตั้งตัวทัน ไม่งั้นถ้าล้มลงล่ะก็เธอมีหวังโดนรุมแน่นอนแต่มีแวตแจตตัวหนึ่งโผล่มาด้านหลัง

 

                “โหมดลงทัณฑ์” ดาบเปลี่ยนเป็นดาบแส้ มอลคอทฟาดไปทันทีมันพุ่งไปปักอกของ      แวมแจตตัวนั้นและถูกมอลคอทลากข้ามหัวมา มอลคอทเหวี่ยงไปอย่างแรงทำให้แวตแจตตัวนั้นหนังถูกกระชากออกมาเลือดไหลพุ่งทันที อามันรามองมอลคอทเธออยากจะขอบคุณนะแต่ไม่มีเวลาให้พูดเลย พวกแวตแจตตายไปหลายตัว พวกโจรทะเลทรายก็เช่นกัน พวกนี้เริ่มขวัญเสียและวิ่งกันคนล่ะทาง

                “ใครบังอาจมาโจมตีพวกข้าหา ใครกัน !” เสียงของเทพเซตดังกังวาลขึ้นมาทำเอามอลคอทกับอามันราสะดุ้ง

 

                เทพเซทปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสองคน มอลคอทกับอามันรา เผชิญหน้ากับเทพเซทสำหรับมอลคอทนั้นคงไม่เท่าไหร่เพราะว่า เขาเคยเจอเทพนอร์ซมาตั้งแต่เกิดแล้ว แต่อามันรานี่สิจัดว่าเป็นการเผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรก เหงื่อไหลออกมาความรู้สึกเย็บวาบไปทั้งตัวขาสั่นขนลุกเกรียวไปทั้งตัวเกิดขึ้นกับเธอ

 

                “แกเป็นใครบังอาจมา ต่อกรกับเทพอย่างข้าหา” เซทพูดทันที

                “มอลคอท มาที่นี่เพื่อตัดหัวของแก” มอลคอทพูดทันที

                “ปากดีจริง ๆ นะแก” เทพเซทปล่อยพลังทันที

 

มอลคอทหลบไปมาเขายิงพลังไฟใส่ แต่เซททำลายได้ จึงเปลี่ยนมายิงสายฟ้ามันให้เซทแค่คัน ๆ และยังโดนโจมตีสวนมาอีกครั้งหนึ่ง มอลคอทยิงไอเย็นมันแช่แข็งร่างของเทพเซทไว้ได้แต่ น้ำแข็งถูกระเบิดออกมาทันที เทพเซทปล่อยพลังมาอีก มอลคอทหลบแทบไม่ทันแต่ก็โดนแบบเฉียด ๆ แต่พลังยังถูกยิงมาอีกมอลคอท ฟาดดาบแส้ไปทันที แต่ถูกพลังกระแทกกกลับมา เซทยิงพลังอีกครั้งหนึ่งคราวนี้มันพุ่งไปทางอามันราที่กำลังยืนตะลึงมอลคอทรีบกระโดดไปขวางเอาไว้และพลังโดนมอลคอททันทีเกราะของเขาแตกออก แต่กลับมีพลังแสงพุ่งไปโดนร่างของเทพเซทคราวนี้ เทพเซทร้องอย่างเจ็บปวดด้วยความปวดแสบร้อนไปทั้งตัว มอลคอทมองไปที่อกของตัวเองไม้กางเขนที่เขาเอาจากนักเทศเปล่งแสงมอลคอทลองจับรู้สึกถึง พลังที่แผ่ออกมา มอลคอทชูไม้กางเขนไปข้างหน้า  ไม้กางเขนปล่อยแสงรูปไม้กางเขนออกไปโดนร่างของเทพเซทมันร้องอย่างเจ็บปวด

 

                “พลังศักสิทธิ์ไม่จริงแกใช้มันได้อย่างไงกัน”

                “ได้สิเพราะข้าคือ มอลคอท มารที่จะโค่นเทพอย่างพวกแก” กางเขนปล่อยพลังแสงเข้าไปอีก แต่ถูกเซทยิงพลังสวนกลับเข้าใส่อีกครั้งหนึ่ง แต่กลับเจอพลังของกางเขนสลายไป เซทเริ่มหวาดกลัวต่อพลังแสงตรงหน้านั้น เซทยิงพลังอีกมอลคอทเอาพล

แนะนำเมื่อ 09ม.ค. 54
1ความคิดเห็น
Share

ข่าวสารที่เกียวข้อง


ความคิดเห็นที่ 1

เซทเริ่มหวาดกลัวต่อพลังแสงตรงหน้านั้น เซทยิงพลังอีกมอลคอทเอาพลังเขาต้านเขารู้สึกว่า ใช้เวลาในการต่อสู้ชักจะนานเกินไปแล้ว

มอลคอทวิ่งเขาไปเหวี่ยงดาบแส้ทันทีคราวนี้ดาบมัดรอบแขนของเซท เซทร้องลั่นมอลคอทปล่อยพลังจากกางเขนใส่เซทอีกครั้งหนึ่งพร้อมทั้งกระชากดาบทำให้แขนของเซทถึงกับขาด เซทร้องลั่น

“ทำไมแกต้องฆ่ามนุษย์ด้วยเซททำไมกัน” มอลคอทถามทันทีเพราะเขาต้องการให้อามันราได้ยิน
“มันเป็นแผนของเรา พวกเรากำลังชำระล้างโลกให้เป็นพวกเรา เทพเท่านั้นมนุษย์ไม่สมควรได้อยู่หรอกแกก็ด้วยมอลคอท” เทพเซทพูดมัน ยิงพลังอีกครั้งหนึ่งคราวนมอลคอทไม่ทันระวังตัวเลยโดนไปเต็ม ๆ
“ได้ยินแล้วใช่มั้ย” มอลคอตะโกนบอก อามันรา เซทกำลังเล่นงานมอลคอทอีกครั้งหนึ่ง

อามันราคิดทบทวนทุกอย่าง เธอรับใช้เทพมานานแต่เมื่อรู้ความจริง เทพพวกนี้หลอกใช้พวกเธอให้ส่งพลังไปให้งั้นเหรอ แล้วตอนนี้คิดจะทำลายกันงั้นเหรอ

“มันจะมากไปแล้ว” อามันราชักดาบออกมาและวิ่งเข้าไปฟันเข้าที่กลางหลังของเทพเซท เซทร้องลั่นหันมาจะเล่นอามันราแต่ปลายดาบแส้ของมอลคอทแทงเข้าไปเต็ม ๆ หลังตรงรอยแผลพอดี มอลคอทปล่อยพลังจากกางเขนใส่อีก คราวนเซทถึงกับอ่อนแรงลงไป และยังไม่ทันไรดาบคู่ของอามันราก็ตัดหัวเทพเซทขาดกระเด็นและร่างก็สลายไปทันที

มอลคอทกับอามันรากลับมาพร้อมกับหัวของเทพเซท แต่นั่นทำให้เกิดผลที่ร้ายแรงขึ้นเพราะชาวเมืองพอเห็นหัวของเทพเซทตะลึงงั้ง

“มันฆ่าเทพเซทแย่แล้วเทพไม่ปล่อยเราแน่ เอามันสังเวยเทพเดี๋ยวนี้เลย”

มอลคอทเห็นดังนี้ก็เลยยิงพลังไฟ เกิดกำแพงไฟขึ้นมาและฉุดมือของอามันราวิ่งหนีไปทันที แต่เจอม้าตัวหนึ่ง มอทคอลรีบพาอามันราขึ้นม้าทันที อามันราตอนนี้สับสนสนไปหมดแล้วเธอกลับไปบ้านไม่ได้อีกแล้วใช่มั้ย แล้วเธอจะทำไงต่อไปกันล่ะเนี่ย ตอนเพื่อนร่วมทางและคนที่เธอจะไว้ใจมีเพียงเจ้านี่งั้นเหรอ มันเป็นคนหรือเปล่าเธอยังไม่รู้เลย

“ถามหน่อยตอนที่ เจ้าเปลี่ยนศาสนาทีแรกนายทำอย่างไง” อามันราถามทันที
“ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนหรอก ในตอนแรกที่ข้าเห็นพระเยซูถูกตรึงกางเขนนี่ ข้าสับสนไปหมดไม่รู้ว่าจะทำอย่างไงกับชีวิตต่อเหมือนกันล่ะ” มอลคอทพูดทันที
“แล้วไปทำอะไรกัน” อามันราถาม
“ไปเลี้ยงแกะอยู่ตั้งนาน และได้เรียนรู้หลาย ๆ อย่าง เรื่อง เทพกรีก นอร์ซ อียีตป์ไม่เคยเสียสละอะไรเพื่อใครหรอก ดูอย่างพระเยซูสิโดนทรมาณขนาดนั้นแต่ปากของท่านก็บอกว่า ให้อภัยพวกเขาพวกเขาไม่รู้ขนาดคนที่เป็นโจรที่โดนตรึงพร้อมกัน สำนึกก็ยังได้รับการอภัย พวกเทพกรีกน่ะเหรอไม่สนเรื่องพวกนี้ อย่างพ่อข้าซุสนะพอใจหญิงที่ไหนก็จะเอาทำเมีย ไม่สนหรอกว่าใครจะเดือดร้อนพ่อเขามาตามก็ยังจะทำร้ายพ่อเขาอีก อย่างที่เธอเห็นเมื่อกี้นี้ไงจริง ๆ ทำไมราจะหยุดเซทไม่ได้ล่ะปล่อยให้สร้างความเดือดร้อนอยู่ได้” มอลคอทพูดทันที
“แล้วข้าควรทำไงต่อดีล่ะ” อามันราถามเธอสับสนไปหมดแล้ว
“ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรนี่ ใช้ชีวิตใหม่ซะข้าจะกลับไปกรีก ไปหยุดพวกเทพเหล่านั้นซะทีต้องมีใครลุกขึ้นมาทำอะไรบ้างล่ะ” มอลคอทพูดเขาลุกขึ้นและกำลังจะเดินไป
“เดี๋ยวก่อนไปกรีซถูกหรือไงกัน” อามันราพูด มอลคอทหันมามองหน้าเธอ
“จำทางได้บ้างล่ะน่า อย่าเป็นห่วงเลย” มอลคอทตอบ
“งั้นข้าไปด้วย อย่างเจ้าน่ะขืนปล่อยให้ไปคนเดียวได้หลงแน่ ๆ อาจไปโผล่ที่สุดขอบโลกเลยก็ได้” อามันราพูด

มอลคอทยักไหล่ เขาขึ้นม้าอามันราซ้อนท้ายม้า มอลคอทควบม้าไปทันที เธอมีความรู้สึกประหลาดกับผู้ชายคนนี้ ปกติอามันราจะเป็นคนกล้าและเรื่องซ้อนท้ายม้านั้นธรรมดามาก ๆ สำหรับ อามันรา แต่วันนี้ทำไมเธอกลัวตกล่ะ เธอกอดหลังของมอลคอทเอาไว้แน่น มอลคอทมองเธอความรู้สึกแบบนี้นี่มันอะไรกัน มันควรเรียกว่าอะไรในชีวิตผู้หญิงที่มอลคอทอยู่ใกล้ชิดด้วยคือ เฮลพี่สาวของเขาที่เลี้ยงดูเขามาแต่เกิด แต่ที่กำลังเกิดขึ้นในใจเขาเนี่ยเรียกว่าอะไรกันแน่ เขาตอบไม่ได้เลย จริง ๆ ทั้งสองควบม้ามาถึงท่าเรือแต่เนื่องจากมาสายก็เลยทำให้ไม่มีเรือแล้วจึงต้องหาที่พัก แต่มีคอกสัตว์เท่านั้นที่ว่าง มอลคอทกับอามันราจึงต้องไปนอนที่คอกม้าแทน มอทคอลนั่งเฝ้า อามันรา เธอนอนหันหลังให้กับมอลคอท แต่อามันราก็ไม่กล้าหลับเหมือนกันสองคนนี้ตอนนี้ใจเต้นเป็นกลองแล้ว เหมือนต่างคนต่างกลัวกันเองผลก็คือ ทั้งคืนสองคนนี่ไม่ได้นอน

“สวัสดีตอนเช้านะ” มอลคอทพูด
“จ๊ะ สวัสดี” อามันราพูดทันที

แต่ไม่มีเรือไปกรีกพอดี มอลคอทมองเห็นใครคนหนึ่งเข้า

“ท่านฟรัง” มอลคอทร้องทัก

ฟรังหันมามอง

“มอลคอทเป็นไงมาไงล่ะเนี่ย” ฟรังถาม
“ก็ไม่เป็นไงหรอกครับ แล้วท่านจะไปไหนเหรอครับ” มอลคอทถาม
“จะกลับนอร์ซน่ะ” ฟรังตอบ
“ท่านจะกลับนอร์ซต้องผ่านกรีซก่อนสิครับ” มอลคอทถาม
“ก็แน่อยู่แล้วล่ะ ข้าจะไปเยี่ยมเพื่อนที่กรีซด้วยเจ้ามีอะไรหรือมอลคอท” ฟรังถาม
“คือข้าจะอยากจะโดยสารเรือไปด้วยน่ะครับ”
“เรื่องแค่นี้เองเนี่ยนะไป กันสิ” ฟรังพูด
“ไปกันได้แล้วอามันรา เราได้เรือแล้วล่ะ” มอลคอทพูด
“จ๊ะ” อามันราตอบกลับมา
“แหม ๆ เจ้าเนี่ยร้ายเหมือนกันนะไม่ทันไรก็ได้สาวอียีปต์มาครองแล้วคนหนึ่ง สวยซะด้วยนะ” ฟรังพูด
“ไม่ใช่นะครับคือว่า......” มอลคอททำท่าอาย ยังดีที่ฟรังพูดนอร์ซไม่งั้น อามันราคงจะฟังรู้เรื่องแน่
“เมื่อกี้เขาว่าไงเหรอ” อามันราถาม
“คือเขาชมว่าเจ้าสวยไงล่ะ” มอลคอทตอบแก้เก้อไปอย่างงั้นเอง

17:51:31 | 09 01 2011
บูรฉัตร

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่