แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

ได้รับการสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)
ลืมรหัสผ่าน

ชุมชนคนรักการอ่าน

จดหมายจากปัจจุบัน ส่งถึงฉันในอนาคต

            มีเรื่องสนุกๆมา “เล่า” ให้ฟัง และ “ชวน” ให้ทำครับ เพิ่งอ่านหนังสือ "หน่อไม้" จบครับ  เอ่อ…. แนะนำก่อนว่า   "หน่อไม้” ไม่ใช่หนังสือแนะนำวิธีปลูกหน่อไม้  ไม่ใช่หนังสือบอกเล่าวิธีแปรรูปหน่อไม้เป็นอาหารสารพัดชนิด และไม่ใช่หนังสือชีวประวัติของ “น้ำปลา ตราหน่อไม้” ที่เป็นมิตรคู่เรือน เพื่อนคู่ครัวไทยมาตั้งแต่สมัยคุณปู่ คุณย่า  หากแต่ “หน่อไม้” หากแต่ “หน่อไม้” เป็นหนังสือว่าด้วยการเดินทางร่วมกันของสามนักเขียนและนักอ่านของพวกเขาราว 40 กว่าชีวิต เพื่อไปปลูกต้นไม้ด้วยกันในช่วงเวลาที่ผู้คนถูกกระตุ้นให้ตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมและกระแสโลกร้อน “ทรงกลด บางยี่ขัน  - นิ้วกลม - ทรงศีล ทิวสมบูรณ์” จากสำนัก “a day”    คือสามนักเขียนที่ว่า เชียงใหม่คือปลายถึง และหมู่บ้านเล็กๆของชนเผ่าปะหล่องแห่งอำเภอเชียงดาวคือพิกัดที่ถูกกำหนดการหย่อนกล้าไม้ของชาวคณะ ส่วนพาหนะที่หอบหิ้วสมาชิกทั้งหมดของคณะได้แก่เพื่อนคู่ใจนักเดินทางสุดคลาสสิคอย่างรถไฟ แม้ระยะเวลาทั้งหมดของกิจกรรมจะเกิดขึ้นเพียงสั้นคือ สามวัน หากแต่มีเหตุการณ์หลายอย่างชวนประทับใจเริ่มตั้งแต่การออกเดินทางที่ผู้จัดทริปต้องลุ้นระทึกเพื่อไม่ให้ตกขบวนรถไฟ ในขณะที่ลูกคณะพร้อมหน้ากันบนบนไฟขบวนนั้น นอกจากนี้หนังสือยังบอกเล่าถึงมิตรภาพที่ค่อยๆงอกเงยขึ้นระหว่างผู้ร่วมคณะทุกคน จากไม่รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้า ไม่เคยพูดคุย จนสุดท้ายได้กอดคอกันร้องไห้ ในวันจากลา และสิ่งที่ทุกคนได้กลับไปคือสิ่งที่ไม่ได้พกมาด้วยในวันเริ่มต้นรู้จักกันคือมิตรภาพ ความเป็นเพื่อนที่ทุกคนมีให้กัน พร้อมสัญญาใจที่ชาวคณะให้กันไว้ว่า อีกสิบปีข้างหน้า จะกลับมาพบกันเพื่อให้คำตอบกับบางสิ่งบางอย่างที่เป็นของประจำตัวของทุกคนซึ่งพวกเขาร่วมกันหยุดเวลาเอาไว้ด้วย “แคปซูล(หยุด)เวลา” และเรื่องราวอบอุ่นๆ สนุกๆหลายๆเรื่องของพวกเขาในหนังสืออวบอ้วนเล่มนี้ และสิ่งที่เด่นชัดในหนังสือชื่อชวนกินเล่มนี้คือการกระจายฝันของทุกคนในคณะ ไม่รู้สิ คงเป็นเพราะความเป็น “พวกฝันนิยม”ของผมเองก็เป็นได้ถึงทำให้ผมชอบประเด็นนี้จากหนังสือมากเป็นพิเศษ ไม่แน่นัก บางทีอ่านหนังสือจบใครบางคนอาจได้พบความฝันที่เคยทำหล่นหายไปนานก็เป็นได้ “ขาแข็งขัน ฝันแข็งแรง” นิ้วกลมว่าไว้อย่างนั้น  ลองหามาอ่านดูนะครับ รับรองไม่ผิดหวัง  นี่คือเรื่องสนุกที่อยาก “เล่า” ให้ฟัง

           ส่วนเรื่องที่อยาก “ชวน” ให้ทำ ก็คือ  หลังไล่สายตามาจนถึงตัวอักษรสุดท้ายของหนังสือ บางสิ่งบางอย่างที่เรียกว่า “แรงดลใจ” จากหนังสือทำให้เกิดอาการคันไม้คันมือ อยากทำอะไรสักอย่าง เว้นช่องว่างให้ทายครับ …………. หมดเวลาครับ เฉลย  ผมอยากลองเขียนจดหมายหาตัวเองในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าดู กำลังวางแผนชั่งใจว่าจะเขียนแขวนไว้บนบล๊อคหรือส่งเป็นเมล์แล้วทิ้งไว้เปิดอ่านอีกที ตอน 10 ปีข้างหน้าดี อยากเขียนเล่าความคิด ความเชื่อ ความเป็นไป รวมไปถึงคนที่รัก ที่ชอบและความฝันของช่วงชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจุบันให้เราในอีกสิบปีข้างหน้ามาอ่านดูว่า สิ่งที่เราคิด เราเชื่อ และเราฝันยังคงอยู่และเราเดินตามสิ่งเหล่านั้นมากได้มากน้อยแค่ไหน สิ่งไหนยังอยู่ สิ่งไหนที่หล่นหายไปกับกาลเวลา  ว่ากันว่า คนเรามักมีความเปลี่ยนแปลงทุกๆสิบปีอยากรู้เหมือนกันว่า “ผม” ในอนาคตอีกสิบจะยังคิด เชื่อ รัก ชอบและฝัน เหมือน “ผม” ในตอนนี้มากน้อยแค่ไหน หรือเปลี่ยนไปแบบไม่เหลือเค้าความเป็นตัวเองในตอนนี้เลย  ชักอยากจะรู้แล้วล่ะสิครับ   มาร่วมสนุกเขียนจดหมายไปอนาคตด้วยกันไหมครับ ?

สถานการแก้ไข
แก้ไขเมื่อ : 15/09/2010 07:37:45

แนะนำเมื่อ 14ก.ย. 53
0ความคิดเห็น
Share

ข่าวสารที่เกียวข้อง


แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่