แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

งานวิจัย : การเปรียบเทียบวิธีการสอนแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับ นักเรียน กับวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ในการพัฒนาความสามารถในการอ่าน ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ธนัชพร ก้อนพันธ์. (2549). นิสิตปริญญาโท สาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ได้ศึกษาการเปรียบเทียบวิธีการสอนแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน กับวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ในการพัฒนาความสามารถในการอ่าน
ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนเทพลีลา กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ห้องเรียน แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มทดลอง กลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองที่ 1 ได้รับการสอนด้วยวิธีแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน และกลุ่มทดลองที่ 2 ได้รับการสอนด้วยวิธีแบบการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ผลวิจัยพบว่า นักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีการสอนแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน กับนักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร มีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และวิธีการสอนทั้งสองวิธียังทำให้นักเรียนมีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ธนัชพร ก้อนพันธ์. (2549). การเปรียบเทียบวิธีการสอนแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน กับวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร ในการพัฒนาความสามารถในการอ่าน
ภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ปริญญานิพนธ์ ศศ.ม. (การสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ). กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยศรีรินทรวิโรฒ. คณะกรรมการควบคุม: ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เฉลียวศรี พิบูลชล, รองศาสตราจารย์สมสรร วงษ์อยู่น้อย.

การศึกษาครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่ได้รับการสอนด้วยวิธีแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน กับวิธีการสอนแบบการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารกลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2548 โรงเรียนเทพลีลา เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร จำนวน 2 ห้องเรียน ที่ได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยวิธีการจับสลากแบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มทดลองที่ 1 และกลุ่มทดลองที่ 2 กลุ่มละ 30 คน โดยกลุ่มทดลองที่ 1 ได้รับการสอนด้วยวิธีแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน และกลุ่มทดลองที่ 2 ได้รับการสอนด้วยวิธีแบบการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ได้แก่ แผนการจัดการเรียนรู้ตามวิธีการสอนอ่านแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียน จำนวน 10 แผน แผนการจัดการเรียนรู้ตามวิธีการสอนแบบการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร จำนวน 10 แผน แบบทดสอบวัดความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจ แบบประเมินตนเองด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียน และแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจของนักเรียนโดยครูเป็นผู้สังเกต สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบทีแบบไม่เป็นอิสระจากกัน (t-test for dependent samples) และการทดสอบทีแบบเป็นอิสระจากกัน (t-test forindependent samples

ผลการวิจัยพบว่า:

  1. นักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีการสอนแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียนกับนักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร มีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  2. นักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีการสอนแบบแลกเปลี่ยนบทบาทระหว่างครูกับนักเรียนมีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
  3. นักเรียนที่ได้รับการสอนอ่านด้วยวิธีการสอนภาษาเพื่อการสื่อสาร มีความสามารถในการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
     
แนะนำเมื่อ 24พ.ค. 54
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,424,138 ครั้ง