แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

งานวิจัย : การส่งเสริมกิจกรรมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านดีเด่นของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ได้รับรางวัลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านดีเด่น เขตการศึกษา 8

ธัญชิตา รัตนาธรรม. (2548). นิสิตปริญญาโท สาขาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย  ได้ทำวิจัยเรื่อง  การส่งเสริมกิจกรรมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านดีเด่นของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ได้รับรางวัลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านดีเด่น เขตการศึกษา 8 เพื่อศึกษาสภาพปัญหา ข้อเสนอแนะ และบทบาทของผู้บริหารในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านฯ กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย กลุ่มผู้ปฏิบัติ จำนวน 31 คน กลุ่มผู้บริหาร จำนวน 8 คน กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 คน  ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านการวางแผน โรงเรียนวางแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน บรรจุไว้ในนโยบายของโรงเรียน มีการมอบหมายให้ครูบรรณารักษ์ ครูหมวดภาษาไทย เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ 2) ด้านการปฏิบัติตามแผน มีการประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการอ่าน จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย 3) ด้านการตรวจสอบและประเมินผลโดยมีคณะกรรมการตรวจสอบ มีการกำหนดเกณฑ์การอ่านและระยะเวลาในการดำเนินงานที่ชัดเจน 4) ด้านการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงานเพื่อพัฒนางาน :วิเคราะห์จุดเด่น และจุดด้อยที่ต้องปรับปรุงแก้ไข โดยเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ มีการนำผลงานที่ประสบความสำเร็จไปเผยแพร่แก่ชุมชน และหน่วยงานอื่น ปัญหาที่พบคือ งบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอ ขาดความร่วมมือจากผู้ปกครองและองค์กรอื่นๆ นโยบายการส่งเสริมการอ่านไม่ต่อเนื่อง ครูที่รับผิดชอบโครงการมีภาระงานมากทำให้มีประสิทธิภาพการปฏิบัติงานลดลง

ธัญชิตา รัตนาธรรม. (2548). การส่งเสริมกิจกรรมการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านดีเด่นของ
โรงเรียนมัธยมศึกษาที่ได้รับรางวัลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านดีเด่น เขตการศึกษา 8 .วิทยานิพนธ์ (ครุศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
อาจารย์ที่ปรึกษา: รศ. ดร.ชูชีพ พุทธประเสริฐ, ผศ.รัตนา นุชบุญเลิศ, ผศ. ธนู เมษะมาน, ผศ.ประกอบ อยู่ชมบุญ

จุดมุ่งหมายในการวิจัยเพื่อศึกษาสภาพปัญหา ข้อเสนอแนะ และบทบาทของผู้บริหารในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านดีเด่นของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ได้รับรางวัลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านดีเด่น เขตการศึกษา 8 รวมทั้งแนวทางการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านของโรงเรียนมัธยมศึกษาอื่นในเขตการศึกษา 8 ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้จากการสุ่มแบบเจาะจงประกอบด้วย กลุ่มผู้ปฏิบัติ จำนวน 31 คน กลุ่มผู้บริหาร จำนวน 8 คน กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 10 คน เครื่องมือที่ใช้แบ่งออกเป็น 3 ฉบับ คือ แบบตรวจสอบรายการและคำถามปลายเปิด ฉบับที่ 2 เป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างตามกระบวนการเดมมิ่ง ฉบับที่ 3 เป็นแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง

ผลการวิจัยพบว่า 1) ด้านการวางแผน โรงเรียนมัธยมศึกษาทั้ง 4 โรงเรียนมีการวางแผนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน แล้วบรรจุไว้ในนโยบายของโรงเรียน มีการมอบหมายให้ครูบรรณารักษ์ ครูหมวดภาษาไทย เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ 2) ด้านการปฏิบัติตามแผนมีการประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนเห็นความสำคัญของการอ่าน มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านที่หลากหลาย กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนทุกรายวิชาเน้นให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้อื่นๆ 3) ด้านการตรวจสอบมีการตรวจสอบและประเมินผลโดยการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบมีการกำหนดเกณฑ์การอ่านและระยะเวลาในการดำเนินงานที่ชัดเจน 4) ด้านการนำผลการประเมินมาปรับปรุงงานเพื่อพัฒนางานมีการวิเคราะห์จุดเด่น และจุดด้อยที่ต้องปรับปรุงแก้ไขในโครงการแต่ละโครงการ โดยเปรียบเทียบผลการปฏิบัติงานกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ มีการนำผลงานที่ประสบความสำเร็จไปเผยแพร่แก่ชุมชน และหน่วยงานอื่นเพื่อเป็นแบบอย่างในการพัฒนาการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นต่อไป

ปัญหาที่พบคือ งบประมาณที่ได้รับไม่เพียงพอ ขาดความร่วมมือจากผู้ปกครองและองค์กรอื่นๆ นโยบายการส่งเสริมการอ่านไม่ต่อเนื่อง ครูที่รับผิดชอบโครงการมีภาระงานมากทำให้มีประสิทธิภาพการปฏิบัติงานลดลง

ข้อเสนอแนะ คือ ควรจัดสรรงบประมาณในการจัดกิจกรรมด้านนี้โดยเฉพาะและบรรจุกิจกรรมส่งเสริมการอ่านไว้ในนโยบายหลักของโรงเรียน ครูอาจารย์ทุกคนต้องช่วยกันปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้เกิดขึ้นในโรงเรียน มีการติดต่อประสานงานขอความร่วมมือจากชุมชน ผู้ปกครอง และองค์กรต่างๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากิจกรรมส่งเสริมการอ่านดังกล่าว

แนะนำเมื่อ 23พ.ค. 54
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 1,290,918 ครั้ง