แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

ความรักในหนังสือ

 

ความรัก...มักเกิดขึ้นได้กับทุกๆ คนบนโลกใบนี้ อาจจะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม แต่ทุกคนไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงความรักได้ ไม่ว่าจะมองด้วยมุมไหน ความรักย่อมเป็นสิ่งสวยงามที่ทุกคนปรารถนา

 

นิยายรัก ก็ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่เข้ามาเติบเต็มและแต่งแต้มชีวิตให้มีสีสัน บางคนถึงกับบอกว่าหากเมื่อหาความรักที่สวยงามไม่ได้ในชีวิตจริง ก็มาหาความรักเอาจากนิยายนี่แหละ ฉะนั้นไม่ว่ายุคสมัยใดนิยายรักยังคงเป็นเรื่องราวที่ครองความนิยมเสมอมาจากผู้อ่านอย่างไม่มีเสื่อมคลาย เพราะความรักเหมือนน้ำทิพย์หยดหยาดชโลมโลกใบนี้ให้สวยงามและน่าอยู่นั่นเอง

 

แต่นั่นอาจจะเป็นความรักในมุมบวกมากเกินไป เพราะจริงๆ นิยายมีความรักหลายรูปแบบให้ได้รู้จักและทำความเข้าใจ บางทีอาจไม่ได้เป็นอย่างที่คิด แต่ไม่ว่าอย่างไรนิยายรักยังคงสร้างความสุขและบันเทิงให้กับผู้อ่านตลอดมา

 

นักเขียนรุ่นใหญ่หลายคนโด่งดังมีชื่อเสียงมาจากการเริ่มต้นเขียนนิยายรักหรือนิยายที่ดำเนินไปโดยมีเรื่องราวของความรักเข้ามาสอดแทรกและสร้างความประทับใจให้กับคนอ่าน

 

ต่อไปนี้จึงเป็นมุมมองต่อการเขียนนิยายของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งมีผลงานตีพิมพ์ออกมาช่วงไม่กี่ปีมานี้ ว่าพวกเขามองงานเขียนกลุ่มนี้เป็นอย่างไร และหาคำตอบว่าทำไมนิยายรักถึงเป็นที่นิยมตลอดกาล

 

Clear Ice หรือนามปากกาของ ภูวดี ตู้จินดา เจ้าของงานเขียนนิยายรักหลายเรื่อง และอีกนามปากกาหนึ่งของเธอคือ อะมีราห์ ที่เขียนเรื่อง หัวใจลับฟ้า...ที่คาปรี นั่นเอง เธอบอกว่าคงไม่จำเป็นเสมอไปที่ทุกคนจะต้องเขียนนิยายรัก

 

"คงไม่ถึงกับเป็นข้อบังคับ แต่น่าจะขึ้นอยู่กับว่าเป็นนิยายแนวไหน แต่ว่าเรื่องราวของความรักที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความรักมักจะเป็นส่วนให้เรื่องราวดำเนินไป แต่ส่วนตัวเป็นคนที่ไม่ชอบอ่านนิยายรักเท่าไร ปกติชอบอ่านแนวดราม่าและสืบสวนสอบสวนมากกว่า แต่เขียนออกมาเป็นนิยายรักได้เพราะว่าความรักเป็นเรื่องใกล้ตัว ส่วนมากก็จับมาจากเรื่องจริงของตัวเองหรือเรื่องของคนอื่นๆ อาจจะเป็นเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่มีเรื่องกระทบใจและอยากจะเขียนถึง แต่ส่วนใหญ่จะเขียนเรื่องของตัวเองหรือเขียนจากสิ่งที่รู้เองมากกว่า

 

ตอนเริ่มต้นเขียนเรื่องแรกๆ เป็นเรื่องสั้น เพราะได้ไปเที่ยวมา เลยทำให้อยากเขียน นำเรื่องราวของความรักมาผสมกับการท่องเที่ยว เพราะตัวเองเป็นคนชอบเที่ยวมาก เวลาไปเที่ยวที่ไหนกลับมาก็อยากเอามาเขียน"

 

วิธีการเขียนนิยายรักให้น่าอ่าน เธอบอกว่า "ต้องมีธีมหรืออาจจะมีตัวละครของเรื่องก่อน เป็นไปได้ทั้งสองอย่าง หลังจากนั้นสร้างปมเรื่องขึ้นมา ความรักเป็นเรื่องที่คนสองคนต้องตัดสินใจกันเอง อาจจะสร้างธีมขึ้นมาก่อนแล้วค่อยๆ สร้างพล็อต หรือสร้างพล็อตให้กับตัวคร หรือยกตัวละครที่น่าสนใจขึ้นมาก่อน คิดว่าความรักนั้นสมองกับหัวใจต้องไปพร้อมกัน คือนิยายของเราจะมีแง่คิดเกี่ยวกับความรัก ความเข้าใจซึ่งกันและกัน การแก้ปัญหาที่สอดแทรกเข้าไปในบทสนทนาและบทบรรยายให้คนอ่านได้คิด

 

จริงๆ เป็นคนไม่ชอบเขียนนิยายรักเพ้อฝันหรือจินตนาการแบบเจ้าหญิงเจ้าชาย เพราะชอบความรักแนวสมจริงมากกว่าหรือความรักที่มีความเป็นไปได้"

 

นักเขียนรุ่นใหม่ยังมองตลาดหนังสือกลุ่มนี้ว่า "นิยายรักยังขายได้ดีอยู่ และน่าจะเป็นงานที่ขายง่ายที่สุด เพราะความรักเป็นเรื่องใกล้ตัว แม้ว่าหนังสือจะออกมาหลากหลาย คนก็มีความต้องการหลากหลาย และไม่ได้จำกัดคนอ่านเฉพาะกลุ่มมากเหมือนแนวดราม่าหรือประวัติศาสตร์ คนยุคสมัยไหนก็หนีไม่พ้น ความรักเป็นสิ่งมีอยู่ในใจทุกคน เพียงแต่ว่าตัวละครเป็นคนละยุคคนละสมัยเท่านั้นเอง แก่นแท้ของความรักยังคงเหมือนเดิม"

 

ถามถึงการทำงานเขียนเรื่องต่อไป "อยากจะเขียนหลายเรื่อง แต่บางเรื่องที่เขียนมาอาจไม่ตรงกับความต้องการของสำนักพิมพ์ เพราะเป็นคนชอบอ่านงานสารคดี บางทีก็ออกแนวเครียดๆ แต่ว่าจะชอบท่องเที่ยว และเก็บบรรยากาศมาเขียนเป็นนิยาย ต้องบอกก่อนว่าการเขียนหนังสือถือเป็นงานอดิเรก เพราะจริงๆ เรียนจบวิศวะมา และทำงานเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่กรมวิทยาศาสตร์บริการ นอกเหนือจากเวลาทำงานราชการก็เขียนหนังสืออยู่ที่บ้านเพื่อผ่อนคลาย"

 

ด้าน ร่มแก้ว หรือนามปากของ ฉัตรารัศมิ์ แก้วมรกต นักข่าวสาวที่กำลังเอาดีกับการเขียนนิยายและมีผลงานออกมาอย่าง แอบรักออนไลน์ และสุดแดนหัวใจ กล่าวถึงนิยายรักที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลายจากคนอ่านว่า "ตามความรู้สึกคิดว่าเพราะเรื่องความรักแยกออกจากชีวิตคนเราไม่ได้ คนเราไม่ว่าจะเป็นใคร เพศไหน อายุเท่าไรก็ยังให้ความสำคัญกับความรักเสมอ เพราะมันทำให้เรามีความสุข มีกำลังใจ และก็ทำให้เกิดแรงบันดาลใจด้วย...และถ้าตอบในฐานะที่เคยเป็น 'คนอ่าน' และนิยมนิยายรักคนหนึ่ง ก็คิดว่าที่คนชอบอ่านนิยายรักเป็นเพราะมันทำให้คนอ่านมีความสุข ไม่ใช่ชีวิตคนเราจะมีสีสันเท่าในนิยาย การอ่านนิยายรักก็เหมือนการเติมสีสันให้กับชีวิตนั่นแหละ"

 

การเขียนนิยายจำเป็นต้องมีเรื่องรักๆ ใคร่ๆ มาเกี่ยวข้องแค่ไหนนั้น สำหรับตัวเธอเองคิดว่าจำเป็นแน่นอน "แต่ไม่จำเป็นว่าแก่นของเรื่องจะต้องเป็นเรื่องรัก แต่ไม่ว่านิยายเรื่องนั้นจะพูดถึงเรื่องอะไร ก็จำเป็นต้องมีส่วนของเรื่องรักๆ มาเสริมด้วย อย่างที่บอกว่าความรักเป็นส่วนสำคัญของชีวิต แต่ 'ไม่จำเป็น'

 

ต้องเป็นความรักแบบคนรักเท่านั้น อาจจะเป็นความรักระหว่างเพื่อน พ่อ แม่ คนรอบข้าง ความรักแบบมิตรภาพ หรือความรักต่ออะไรสักอย่าง คิดว่าจำเป็นนะ

 

ส่วนวิธีเขียนนิยายที่เอาเรื่องความรักมาสอดแทรกให้สนุกนั้น คิดว่าควรสอดแทรกให้พอประมาณและอยู่ในโครงเรื่องหลักที่เราต้องการจะสื่อ มีเนื้อเรื่องที่น่าลุ้น น่าติดตาม แต่ไม่ใช่เอาคนสองคนมารักกันจนลืมโลกไปเลย ต้องให้ความสำคัญกับสิ่งรอบข้างด้วย"

 

ในฐานะนักเขียนเธอยังให้นิยามเกี่ยวกับความรักไว้ด้วยว่า "ความรักเป็นเรื่องที่ต้องใช้สติ ใช้สมอง และความรักไม่ได้สวยงามอย่างในนิยายเสมอไปนะคะ" ส่วนความรักแบบที่เธอประทับใจนั้น "ถ้าหมายถึงในนิยาย ส่วนตัวแล้วประทับใจกับความรักแบบขมนิดๆ เพราะชีวิตคนเราต้องมีทั้งสุขปนเศร้า ถึงจะประทับใจ คงไม่หวานโรแมนติกและแฮปปี้เอนดิ้งกันตลอดเวลา แต่ถ้าเป็นความรักในโลกของความจริง คิดว่าความรักที่คนสองคนรักกันด้วยเหตุผล ความอดทน และความเข้าใจกันในกันและกันนั้นน่าประทับใจที่สุด"

 

อีกมุมจาก อรพิม หรือนามปากกาของ พ.ญ.เสาวภาคย์ ลาภมหาไพศาล เจ้าของนวนิยายเรื่อง บริษัทรัก(ไม่)จำกัด, เงารัก, ลูกไม้ลายดาว และมนตร์อัปสรา มองว่า "คิดว่าความรักเป็นสิ่งสวยงาม เป็นเรื่องสวยงาม ทุกคนอยากจะไขว่คว้า ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบแฟน เพื่อนรักเพื่อน รักพ่อแม่ คนเราก็อยากจะพบอยากจะเจอความรัก เวลาเขียนจะเอาความรักสอดแทรก ทำให้คนอ่านรู้สึกดี รู้สึกสนุก ตัวละครซอฟต์ลง อย่างตัวละครประเภทแนวตบจูบ แต่พอมีเรื่องความรักเข้ามาเกี่ยวข้องก็จะมีด้านดีออกมา เพราะความรักในชีวิตจริงอาจไม่ได้สวยงาม ส่วนนี้ตรงกับชีวิตจริงของคนอ่าน"

 

นิยายจำเป็นต้องเอาความรักมาเป็นจุดขายไหม "คิดว่าน่าจะขึ้นอยู่กับแนวของนิยาย คงไม่ได้เป็นรักโรแมนติกไปทุกเรื่อง แต่ว่าทุกเรื่องถึงจะไม่ได้โชว์เรื่องความรักโดดเด่นนัก แต่ว่ามันจะแทรกแนวคิดเรื่องความรักไว้ในเรื่อง ส่วนตัวชอบเขียนนิยายรักแนวสมหวัง รู้สึกว่าโลกมันเศร้าและโหดร้ายมาพอแล้ว เลยอยากเขียนให้ความรักของตัวละครสมหวังมากกว่า อยากให้จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ว่าเป็นความรักที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องต่อสู้ผ่านอุปสรรคกว่าจะได้มาซึ่งความรัก เพราะไม่อย่างนั้นก็คงเหมือนนิยายน้ำเน่าทั่วไป"

 

เธอบอกด้วยว่าเป็นคนชอบนิยายรักเพ้อฝันจินตนาการแบบเจ้าหญิงพบรักเจ้าชาย "ชอบอ่านเพราะเป็นเรื่องไกลตัว แต่ไม่น่าจะต่างกับความรักของคนทั่วไป เพียงแต่ว่าเขาไม่มียศไม่มีศักดิ์เท่านั้นเอง ถ้าพูดต่างกันในแง่ฐานะ แต่ในแง่ความรักไม่แตกต่างกันเลย ตัวละครจะสุขสมหวังก็ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยของแต่ละคนว่าจะจัดการกับความรักได้อย่างไร" พร้อมทั้งให้นิยามความรักว่า "ความรักเป็นเรื่องของคนสองคนที่มีความรู้สึกตรงกันและอยากทำให้คนหนึ่งมีความสุขสมหวัง"

 

อย่างนิยายเรื่องล่าสุด 'มนตร์อัปสรา' เป็นเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังแต่ชาติปางก่อน ย้อนไปสมัยขอมโบราณ เป็นความรักที่ต้องคำสาป และตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน ชอบให้ตัวละครต้องฟันฝ่าอุปสรรคกว่าจะได้พบกับความรักที่สมหวัง เพราะชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ"

 

ส่วน วลีวิไล เจ้าของนวนิยาย สะดุดรักนักข่าว, มหัศจรรย์... ฉันรักเธอ, ทางเดินแห่งรัก, ไอดินกลิ่นรัก และCool Case...คดีร้ายคลายปมรัก มองถึงองค์ประกอบที่ทำให้นิยายรักขายดีว่า "อันแรกคนที่อ่านหนังสือลักษณะนี้คงอยากได้ผ่อนคลายจากชีวิตประจำวัน หนังสือแนวนี้ช่วยให้คนอ่านมีความอ่อนโยนขึ้น ได้ความอิ่มใจ ได้ความสุขจากการอ่าน แต่ละคนก็จะมีความชอบแตกต่างกันไป บางคนชอบแนวรักสนุก ดราม่า เครียด ต่อสู้ หรือแนวใสๆ ส่วนตัวก็เขียนระดับที่ไม่เป็นวัยรุ่นนัก คนเขียนต่างกัน ผู้อ่านก็ต่างอัน นอกจากคนอ่านที่เป็นแนวฮาร์ดคอร์นิยายรักจริงๆ ถึงจะชอบอ่านแต่นิยายรัก

 

ส่วนตัวปกติเป็นคนไม่ค่อยได้อ่านนิยายรักเท่าไร เพราะคิดว่าทุกคนมีมุมตรงนี้อยู่ในตัว แต่จะชอบอ่านนิยายสืบสวนสอบสวน ถ้าเป็นนิยายไทยจะชอบแนวผจญภัย ส่วนใหญ่ชอบอ่านนิยายแปล ฉะนั้นการเขียนนิยายรักเป็นการรีแลกซ์ คนอ่านก็ได้รีแลกซ์ด้วย ก็จะพยายามแทรกแง่มุมต่างๆ เข้าไป เช่น การทำงาน แง่มุมความสัมพันธ์ นอกจากเรื่องความรักทั่วไป"

 

เคล็ดลับการเขียนนวนิยายของเธอ "เขียนให้เป็นธรรมชาติ ตัวละครมีความสำคัญมาก ถ้าวางคาแรคเตอร์ไว้อย่างไร ต้องดำเนินเรื่องไปตามบุคลิกนั้น ความคิดต้องสอดคล้องกัน มีความเป็นธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ให้วิจิตรพิสดารมากเกินไป เพราะรู้สึกว่าตัวเองชอบอ่านเรื่องที่มีความสมจริง ตอนเด็กๆ อ่านการ์ตูนเยอะมาก มันจะมีเวอร์ๆ เยอะ บางอย่างมันเป็นไปไม่ได้หรอก ไม่ชอบอะไรที่สุดโต่งมากๆ ไม่ค่อยอยากฝืนตัวเอง

 

ตอนนี้กำลังเขียนเรื่องที่สะท้อนการเมือง เพราะเป็นคนหัวรุนแรง สะใจดี แต่มีความรักเป็นแกนของเรื่อง ครึ่งๆ ระหว่างความรักกับการเมือง มีทั้งรักชาติ เพื่อนพ้อง หนุ่มสาว มีทุกระดับ จะเป็นความขัดแย้งภายใน ปกติเป็นคนที่เขียนจากประสบการณ์จริง เหตุการณ์ค่อนข้างเป็นปัจจุบัน แทรกเหตุการณ์การเมือง ตั้งชื่อเรื่องว่า 'บัลลังก์ดาว...ปุระตารา' ทั้งสองคำเป็นคำแปลของกันและกัน"

 

นิยายจำเป็นต้องมีเรื่องราวของความรักเข้ามาเกี่ยวข้องมากน้อยแค่ไหน เธอมองว่า "จริงๆ มันมีอยู่จริงทุกเล่ม เพียงแต่ว่าเป็นแง่มุมไหน เรื่องผู้ชายผู้หญิงมันมีมากกว่านั้น มันมีความสัมพันธ์มากกว่านั้น ไม่อย่างนั้นคงมีแค่คนสองคน แต่ความเป็นจริงมันมีเพื่อน มีคนทำงานด้วยกัน มีเพื่อนร่วมงานหรือว่าคนที่เจอกันในสังคม พอบอกว่าเป็นนิยายรักบางคนมองว่าเป็นเรื่องเฉพาะพระเอกกับนางเอก แต่ความรักมันมีทุกแบบ เพียงแต่ว่าผู้เขียนจะเน้นหนักอะไรลงไปในนั้น แต่สิ่งที่มันแทรกอยู่รอบตัวพระเอกนางเอกนั้นบางทีมันมีมากกว่าตรงนั้น หลายๆ คนชอบตัวละครอื่นๆ ที่ไม่ใช่ไม่พระเอกนางเอกด้วยซ้ำ

 

ส่วนหนังสือฮาร์ดคอร์เพื่อสังคม คนอ่านจะเข้าใจน้อย ฉะนั้นนิยายเป็นเครื่องมืออันหนึ่งที่จะแทรกความรักของคนที่อยู่ในสังคมด้วยกัน อ่านแล้วซึมเข้าไป ไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนสอนอยู่นะ ต้องยอมรับว่าที่เขียนส่วนหนึ่งสนุกด้วย แต่พยายามแทรกส่วนที่อยากจะบอกเข้าไปด้วย อยากให้ผู้อ่านได้ทั้งความบันเทิงและได้สาระไปด้วย ตรงนี้สามารถสื่อได้มากกว่าที่จะไปบอกตรงๆ"

 

นอกจากนี้เรื่องราวของความรักยังมีการถ่ายทอดไปสู่สื่ออื่นๆ ล่าสุดสำนักพิมพ์แจ่มใสได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่รับเทศกาลวาเลนไทน์โดยการเปิดตัวหนังสือภายใต้แนวคิด นิยายรักร้องเพลง ต้อนรับเทศกาลเดือนแห่งความรัก นั่นคือการแต่งเพลงรักหวานโรแมนติกของนักเขียนเพื่อประกอบนิยายและเพิ่มอรรถรสให้กับผู้อ่าน

 

ศศกร วัฒนาสุทธิวงศ์ บรรณาธิการสำนักพิมพ์แจ่มใส กล่าวถึงที่มาของนิยายรักชุด 'ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก' และนิยายรักวัยรุ่นชุด 'Jamsai Love Series' ว่า "นิยายรักร้องเพลงเป็นโปรเจคที่ทำขึ้นในวาระพิเศษวันแห่งความรักที่กำลังจะมาถึง เริ่มจากการจับคู่นักเขียนที่ได้รับความนิยมทั้งสองชุดมาเขียนเรื่องรักที่จะนำเสนอมุมมองจากทั้งชายและหญิงในเรื่องเดียวกัน ซึ่งเป็นการร่วมกันแต่งครั้งแรกของนักเขียน

 

ยกตัวอย่างเช่นเรื่อง 'ร้อยเล่ห์...เพทุบายรัก' ผลงานล่าสุดของสองนักเขียน 'Clear Ice' และ 'yayoi' มาพร้อมกับบทเพลงใสๆ 'เกมรัก' และเพลงซึ้งๆ อย่าง 'ไม่ใช่เจ้าหญิง' จากเรื่อง 'นาย (เกือบ) ร้ายกับยัย (แกล้ง) บื้อ' โดยสองนักเขียน 'ป้าหนอน' และ 'O-HO' และนี่คือส่วนหนึ่งของการเริ่มต้นของนิยายรักร้องเพลง" เธอกล่าว

 

เหล่านี้คือแง่มุมความรักที่ทำให้โลกกลมๆ ใบนี้เต็มไปด้วยสีสันแห่งชีวิตและพร้อมที่จะผลิบานต่อไป

 

พรชัย จันทโสก : รายงาน jantasok@yahoo.com

http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/20070202/news.php?news=column_22754297.html

แนะนำเมื่อ 29ต.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 3,944,362 ครั้ง