แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

The Prince

 

เคยได้ยินนิทานจีนเรื่องนี้ไหม   กาลครั้งหนึ่งมีชายเจ้าชู้แอบลอบสานสัมพันธ์กับภรรยาน้อยและภรรยาหลวงของเพื่อนบ้าน   ขณะที่ภรรยาหลวงปั้นหน้ายักษ์ใส่ ภรรยาน้อยกลับเล่นหูเล่นตาตอบ   เมื่อถึงคราวเพื่อนบ้านเสียชีวิต ชายชู้รับภรรยาหลวงมาตบแต่งอยู่กิน   ใครๆ ต่างสงสัยเหตุใดเขาจึงเลือกภรรยาหลวงแทนที่จะเป็นภรรยาน้อย   เขาตอบว่า “เมื่อจะเลือกหญิงคนหนึ่งเข้ามาอยู่ในบ้าน ข้าต้องแน่ใจว่าหล่อนจะปฏิเสธชายอื่นที่มาเกี้ยวพาราสีหล่อนเหมือนที่เคยทำกับข้า” 

 

                นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในบางโอกาส มิตรสหายคือคนที่เราต้องหวาดระแวง และกลับเป็นศัตรูที่เราฝากผีฝากไข้ไว้ด้วยได้

 

                ยกตัวอย่างนิทานเรื่องนี้ เพราะอยากชี้ให้เห็นความเป็นสากลในภูมิปัญญาของมาคิอาเวลลี   เจ้าผู้ปกครอง เป็นหนังสือที่เขาเขียนถวายแด่ทายาทตระกูลเมดิซี    มาคิอาเวลลีรวบรวมภูมิความรู้จากประวัติศาสตร์ นำมาสกัดเป็น “คู่มือ” เล่มบางๆ สอนกลยุทธการปกครอง การสงคราม และเรื่องควรรู้อื่นๆ เกี่ยวกับการเป็นเจ้าคนนายคน

 

                จะเรียกมันแบบไทยๆ ว่าตำราทศพิธราชธรรมก็คงไม่ผิดนัก   แต่โดยเนื้อหาแล้ว น่าจะใกล้เคียงกับ สามก๊ก ที่ว่ากันว่าอ่านสามจบ คบไม่ได้มากกว่า   มาคิอาเวลลีเชื่อว่าเล่ห์เหลี่ยมสำคัญกว่าคุณธรรม ถึงขนาดอุทิศบทหนึ่งวิเคราะห์ว่าทำไม “ถ้าจำเป็นต้องเลือก ผู้ปกครองควรเลือกให้คนกลัวมากกว่าให้คนรัก”   เหตุผลของมาคิอาเวลลีคือ ความรักนั้นลางเนื้อชอบลางยา เราไม่อาจบังคับจิตใจใครให้มารักเราได้ แต่เราสามารถทำตัวเองเป็นที่หวาดกลัวยำเกรงของผู้อื่นได้   เจ้าผู้ปกครองต้องรู้จักใช้ความโหดร้ายอย่างชาญฉลาด คือใช้หนเดียวแรงๆ ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ได้สิ่งที่เขาต้องการ   การใช้ความโหดร้ายอย่างโง่เขลาคือใช้ทีละนิด แต่ใช้ซ้ำซากไปมา   “ความรุนแรง ถ้าใช้เพียงครั้งเดียว ผู้คนจะลืมเลือน และไม่เก็บเอาไปโกรธแค้น   ส่วนความการุณ ถ้าค่อยๆ ใช้ทีละนิด ผู้คนจะซาบซึ้งใจยิ่งกว่า”

 

                มาคิอาเวลลีย้ำว่าในการบุกยึดเมืองใดๆ  สายสนกลในของข้าศึกเป็นตัวแปรสำคัญที่สุด   ในทุกประเทศย่อมต้องมีทั้งผู้ที่สูงส่งและต่ำต้อย   ผู้ต่ำต้อย หากไม่มีความสามารถหรือกำลังทรัพย์พอจะปีนป่ายฐานันดรศักดิ์ ก็ต้องยืมแรงผู้รุกราน   คนเหล่านี้จะเป็นกำลังสำคัญสำหรับเจ้าผู้ปกครองในการตีทะลายกำแพงเมือง   มาคิอาเวลลีเปรียบเทียบฝรั่งเศสและตุรกี   ตุรกีปกครองแบบอำนาจนิยมเบ็ดเสร็จ   ขุนนางเป็นเพียงมือเท้าแขนขาของกษัตริย์   ประเทศแบบนี้จะบุกตียาก เพราะข้าศึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำตามเจตนารมณ์เดียวของเจ้าเหนือหัว   ส่วนฝรั่งเศสเป็นประเทศที่อ่อนแอกว่า เพราะขุนนางแบ่งฝักแบ่งฝ่าย อำนาจกษัตริย์ก็ไม่ทั่วถึง   ประเทศแบบนี้ตีง่ายนัก เพราะจะหาคนทรยศสักกี่คนก็ทำได้

 

                สำคัญพอๆ กับการใช้ไส้ศึกกลใน คือการตอบแทนพวกเขาหลังสงครามเสร็จสิ้น   หรือพูดให้ถูกคือการไม่ตอบแทนเลย หรือตอบแทนแค่พอหอมปากหอมคอ   เจ้าผู้ปกครองต้องระวังว่าคนเหล่านี้จะไม่ซ่องสุมกำลังพลหรือมีอำนาจมากเกินไป   “ใครก็ตามที่ปรารถนาจะเปลี่ยนนายเหนือหัว นั่นแสดงว่าเขากำลังคาดหวังอะไรบางอย่างอยู่” และคนประเภทนี้จะผิดหวังได้ง่าย เป็นอันตรายต่อนายเหนือหัวคนใหม่   ดังนั้น ในทางกลับกันถ้ายึดครองมาอยู่ในอำนาจได้เมื่อไหร่ ฝรั่งเศสจะปกครองยากกว่าตุรกี เพราะจำเป็นต้องตอบแทนสินน้ำใจให้บรรดาไส้ศึก รวมถึงถ่วงดุลขั้วอำนาจต่างๆ   ทางที่ดี อาจจะเหมือนกับผู้ชายในนิทานจีน ใครที่เคยทำประโยชน์ให้เรา กำจัดทิ้งเสียแต่เนิ่นๆ และหันไปสรรเสริญเชิดชูข้าศึกเก่าจะสมประสงค์กว่า

 

                ทำไมทศพิธราชธรรมของฝรั่งถึงได้โหดร้ายนัก หรือฝรั่งมีความโหดร้ายในกมลสันดานมากกว่าคนไทย[1]   อาจจะหรืออาจจะไม่ก็ได้   ต้องไม่ลืมว่า คนไทยเองก็มีคำพังเพย “เสร็จนา ฆ่าโคทึก เสร็จศึก ฆ่าพระยา” ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันเอามากๆ [2]   บทเรียนที่มาคิอาเวลลีไม่ได้ตั้งใจ แต่บรรดานกสองหัวทั้งหลายควรจะเรียนรู้เอาไว้คือ “ใครก็ตามที่ไขว่คว้าอำนาจด้วยการหนุนหลังคนอื่น แท้ที่จริงแล้วเขากลับทำลายตัวเอง เพราะอำนาจนั้นเกิดมาจากเล่ห์เหลี่ยมและกำลัง ซึ่งทั้งสองสิ่งล้วนเป็นที่หวาดระแวงของผู้เป็นใหญ่เป็นโตทั้งนั้น” 

 

                บทเรียนของมาคิอาเวลลีตั้งอยู่บนการสังเกตวิเคราะห์และธรรมชาติของมนุษย์ ไม่ใช่ศีลธรรมจรรยาจากพระผู้เป็นเจ้า   มาคิอาเวลลีต้องการฉีกวาทกรรมการปกครองออกจากการครอบงำของศาสนา แม้แต่สังฆราชบาทหลวงใน เจ้าผู้ปกครอง จึงมาปรากฏตัวในฐานะผู้วางหมากซ้อนกลในเกมแห่งอำนาจ มากกว่าในฐานะนักบุญ (มาคิอาเวลลีคงมองขาดแล้วว่า ศาสนาไม่มีประโยชน์อะไรในฐานะเครื่องมือรัฐกิจ)   หนเดียวที่มาคิอาเวลลีเอ่ยนามพระผู้เป็นเจ้า เขาเรียกท่านว่า “ครูผู้ยิ่งใหญ่” ในที่นี้คือครูของโมเสส ผู้ซึ่งถูกยกย่องให้เป็นยอดนักปกครอง

 

                แม้ว่าเจ้าผู้ปกครองของมาคิอาเวลลีจะมีนิสัยใจคอโหดร้าย แต่ก็ไม่ใช่ “ทรราช”[3]   ในยุคสมัยของมาคิอาเวลลี ไม่มีประชาธิปไตย ไม่มีใครพูดถึงระบบการปกครองที่ศูนย์อำนาจอยู่ในมือประชาชน มาคิอาเวลลีกลับเป็นนักปกครองคนแรกๆ ที่ให้ความสำคัญกับเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ   ถ้าต้องเลือกระหว่างขุนนางและประชาชน นักปกครองที่ดีจะเลือกประชาชนก่อน   ประชาชนคือกลุ่มก้อนที่มีพลังมากสุดในสังคม[4]   ปราชญ์ผู้เชื่อว่า “ถ้าจำเป็นต้องเลือก ผู้ปกครองควรเลือกให้คนกลัวมากกว่าคนรัก” กลับเป็นคนแรกๆ ที่วางรากฐานประชาธิปไตยในโลกตะวันตก[5]

 

                หันมามองละครการเมืองในประเทศเรา แล้วถามตัวเองเล่นๆ ว่าใครบ้างที่ประพฤติตัวเป็น เจ้าผู้ปกครอง  ใครบ้างที่สอบผ่านตำราทศพิศราชธรรมของมาคิอาเวลลี

 

                นั่นคือคำถามที่มาคิอาเวลลีฝากทิ้งไว้ให้คนอ่าน พวกเราทุกคน

 

 

[1]  ความเจ้าเล่ห์ของ เจ้าผู้ปกครอง ถึงกับให้กำเนิดศัพท์คำหนึ่งในภาษาอังกฤษคือ Machiavellian เป็นคำขยาย หมายถึงการใช้ความเจ้าเล่ห์เพื่อบริหารอำนาจ

 

[2]  ขอยกตัวอย่าง จดหมายที่ผู้อ่านทางบ้านส่งถึงมติชนรายสัปดาห์ ฉบับที่ 1560 “สนธิ ตามพจนานุกรม ให้ความหมายว่า น. ที่ติดต่อ, การติดต่อ ขณะเดียวกัน…คนที่เป็นสื่อใช้สื่อปลุกระดมทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ก็อาจจัดอยู่ในความหมายที่ว่านี้   การกระทำดังกล่าว เคยมีตัวอย่าง กล่าวคือ เมื่อบรรลุผล คนที่เป็นสื่อพยายามเข้าไปในกลุ่มอำนาจเพื่อจะไปทวงบุญคุณหรือแสดงให้เห็นว่าเป็นพวกเดียวกันหรืออย่างไรก็แล้วแต่ กลับไม่เป็นที่ยอมรับ   กว่าจะรู้ว่าถูกหลอกใช้ ไม่รู้ว่ามือที่เท่าไรล่อกบาลคนที่เป็นสื่อเข้าให้”

 

[3]   (จากพจนานุกรมฉบับมติชน)  “น. ผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อำนาจกดขี่ทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้อยู่ใต้ปกครอง”

 

[4]   มีคนถามเม่งจื้อว่า ถ้าต้องเลือกระหว่าง กฎหมาย ทหาร และข้าวปลาบริบูรณ์ จะเลือกอะไร   เม่งจื้อตอบว่าไม่เลือกเลย เพราะประชาชนต่างหากที่สำคัญที่สุด

 

[5]  ในทางตรงกันข้าม ผู้ปกครองที่ปรารถนาให้คนรัก นั่นต่างหากที่อาจจะเป็นทรราชตัวจริง

 

 

โดย ภาณุ ตรัยเวช    http://www.onopen.com/loveyouallmass/11-03-06/5750

แนะนำเมื่อ 27ต.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 7,121,627 ครั้ง