แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

ฆาตกรรมวิปริต

 

เพื่อความสนุกในการวิจารณ์ ระหว่างที่เขียนบทความนี้ ผมก็นั่งนึกไปด้วยว่าตัวเองเป็นยอดนักสืบเฮอคูล์ ปัวโรต์ กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายครั้งใหม่ ซึ่งไม่ได้มาในรูปแบบของสาส์นท้าดวลจากฆาตกรโรคจิต “เอบีซี” แต่มาในรูปแบบของคำปรามาสโดยรุ่นพี่คนหนึ่ง ที่พออ่านนิยายของคริสตีจบ เธอพูดว่า “ไม่เห็นจะมีอะไรให้วิเคราะห์เลย”   เป้าหมายของบทความนี้จึงเพื่อกระเทาะเปลือกผลงานของคริสตี และวิเคราะห์โครงสร้างให้ถึงกึ๋น ถึงแก่น ให้เห็นว่ามีบางอย่างลึกซึ้งซ่อนอยู่ในนิยายอ่านเล่นเล่มนี้

 

ความท้าทายประการแรก คือ  จะปอกเปลือกนิยายของคริสตีอย่างไรดี โดยไม่เฉลยตอนจบหรือเงื่อนงำสำคัญ  ซึ่งจะมีผลต่ออรรถรสสำหรับคนที่ยังไม่ได้อ่าน   ประการที่สอง คือ จากนิยายแปดสิบกว่าเล่ม ควรเลือกเล่มไหนดีละ   เอาเฉพาะที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ก็มีไม่ต่ำกว่าสิบเล่มเข้าไปแล้ว   สุดท้ายที่เลือก ฆาตกรรมวิปริต (The A.B.C. Murder) ส่วนหนึ่งก็เพื่อตอบโจทย์ข้อแรกด้วย   ฆาตกรรมวิปริต คือหนึ่งในนิยายที่ “เยิน”  ที่สุดของคริสตี “เล่ห์”  ของมันถูกขโมยไปใช้ในหนังสือ และภาพยนตร์ไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง  (กระทั่งในการ์ตูนนักสืบยอดนิยม ยังมีการอ้างถึงฆาตกรรมวิปริต เลย)   ดังนั้นถ้าจะหยิบมันมาวิจารณ์ ก็คงไม่สร้างความเสียหายไปมากกว่าที่เป็นอยู่แล้วนัก (แต่เพื่อความสบายใจของผู้อ่าน บทวิจารณ์นี้จะพยายามเก็บงำตัวตนของฆาตกรให้มิดชิดที่สุด)

 

อีกสาเหตุที่เลือกฆาตกรรมวิปริต เพราะความเฉพาะตัวกว่านิยายเล่มไหนๆ นี่คือคดีแรกและคดีเดียวของปัวโรต์ที่เป็น “การฆาตกรรมโดยคนนอก”   สำหรับคดีอื่นๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่ปัวโรต์รู้ว่า “ใครได้รับผลประโยชน์จากการตายของเหยื่อ และใครมีโอกาสก่อคดีได้บ้าง” เมื่อนั้นเขาก็จะทราบว่าคนใกล้ตัวเหยื่อคนไหนคือฆาตกร   แต่ในฆาตกรรมวิปริต มีมนุษย์โรคจิตใช้นามปากกาว่า “เอบีซี”  ส่งจดหมายท้าทายยอดนักสืบให้จับเขา หรือเธอให้ได้ ก่อนจะฆ่าคนตายในสถานที่ และวันเวลาที่กำหนดไว้ เหยื่อทั้งสี่ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ เลย พวกเขาอยู่กันคนละเมือง มาจากสิ่งแวดล้อม และผู้คนรายล้อมที่แตกต่างกัน   ความสัมพันธ์ประการเดียวคือชื่อซึ่งเรียกตามลำดับตัวอักษร แอชเชอร์ (เอ) เบอนาร์ด (บี) คลาร์ค (ซี) และ ดาวน์ส (ดี)

 

โดยผิวเผินแล้ว ความเฉพาะตัวดังกล่าวแทบไม่สลักสำคัญอันใด นอกจากเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ให้แฟนๆ มาคุยข่มกัน แต่จากมุมมองของการจัดหมวดหมู่วรรณกรรม (genre) ความแตกต่างตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่อยู่ นิยายที่มีคนถูกฆ่า และมีคนตามหาตัวผู้ฆ่ามักถูกเหมารวมกันหมดว่าเป็น “นิยายนักสืบ”  ทั้งที่จริงๆ นับจากวันที่เอดการ์ อลัน โปเขียน Murders in the Rue Morgue (เรื่องสั้นนักสืบเรื่องแรกของโลก)   นิยายนักสืบก็แตกแขนงออกเป็นหมวดหมู่ย่อยๆ เช่น นิยายนักสืบยุคบุกเบิก (ได้แก่ของโคนัน ดอยส์) นิยายนักสืบ “ใครฆ่า” หรือ “whodunit ?” (คริสตี)   ในอเมริกามี “นิยายนัวร์” (แฮมเมต) และในญี่ปุ่น โยโคมิโซะ เซชิพัฒนานิยายนักสืบที่ไม่เหมือนกับของประเทศไหนๆ ถ้าคิดว่าเชอลอก โฮมส์   เฮอคูล์ ปัวโรต์   แซม สเปด  และคินดะอิจิ โคสุเกะ เป็นตัวละครประเภทเดียวกัน และมาจากนิยายประเภทเดียวกัน จะทำให้หลงทางทั้งคนอ่าน และคนเขียน แค่สี่ตัวอย่างหมวดหมู่นิยายที่ยกมาคร่าวๆ นี้ก็มี  “เครื่องมือ”  และ “ภาษา”  ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแล้ว   คนที่อยากเขียนนิยายนักสืบ ก่อนอื่นเลยต้องถามตัวเองว่านิยายนักสืบประเภทไหนกันแน่ที่ตนต้องการเขียน

 

 

คริสตีเขียน ฆาตกรรมวิปริต ในปี 1936 หกปีภายหลังจาก The Maltese Falcon นิยายนัวร์เรื่องแรกถูกตีพิมพ์ในอเมริกา และสร้างกระแสฮือฮาข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก เป็นที่รู้กันว่าคริสตีไม่ชอบนิยายนัวร์ จะมอง ฆาตกรรมวิปริต ซึ่งมีพล็อตคล้ายคลึงกับนิยายนักสืบจากทวีปอเมริกาเป็นการยั่วล้อ และเสียดสีนิยายนักสืบอีกประเภทก็คงได้

 

ในบทวิจารณ์ สมัญญาแห่งดอกกุหลาบ ได้พูดไปแล้วว่านิยาย “ใครฆ่า” เป็นนิยายสัญศาสตร์ประเภทหนึ่ง    ถ้าเลาะเปลือกอารมณ์ขัน และมารยาทผู้ดีแบบคนอังกฤษออก เราจะพบโครงสร้างของความสัมพันธ์ระหว่าง “สัญลักษณ์” (signifier) (ในที่นี้คือ “เงื่อนงำ”) และ “ความหมาย” (signified)   (หรือ “การตีความ”) เงื่อนงำชิ้นแรกใน ฆาตกรรมวิปริต คือจดหมายท้าดวลของ “เอบีซี”   ไม่ว่าผู้อ่านเลือกตีความเงื่อนงำชิ้นนี้ไปในทางใด (ฆาตกรเรียกร้องความสนใจ หรือมองเห็นความจำเป็นที่ต้องดึงปัวโรต์เข้ามาในอุปราการนองเลือดของตัวเอง) ย่อมส่งผลต่อการตีความเงื่อนงำชิ้นถัดไป   แต่ละเงื่อนงำที่ปรากฎในนิยาย บังคับให้คนอ่านแบกรับการตีความที่ไม่รู้ว่าจริง หรือเท็จเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ   กระทั่งถึงบทสุดท้าย เมื่อนักสืบเฉลยตัวฆาตกร การตีความทั้งหมดพังครืน เหลือความจริงเพียงหนึ่งเดียว   ความสนุกของนิยาย “ใครฆ่า” คือการที่ เมื่อถึงตอนจบ ผู้อ่านได้ปลดปล่อยตัวเองจากความเป็นไปได้ต่างๆ นานา

 

ซึ่งตรงนี้แตกต่างกันอย่างมากกับนิยายนักสืบยุคบุกเบิกเช่นชุดการผจญภัยของเชอลอค โฮมส์   นิยายยุคบุกเบิกผสานตัวเองเข้ากับนิยายผจญภัย (ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่มีมาก่อน) โดยคนเขียนมีหน้าที่พาคนอ่านไปเผชิญกับสิ่งที่เขาไม่รู้จัก ยิ่งเดาเหตุการณ์ล่วงหน้าไม่ออก ก็ยิ่งอ่านนิยายผจญภัยได้อย่างออกรสออกชาติเท่านั้น   นิยายประเภทนี้จึงแบ่งแยก “พื้นที่สว่าง” (สิ่งที่คนอ่าน และนักสืบรู้) ออกจาก“พื้นที่มืด”  (สิ่งที่พวกเขายังไม่รู้ แต่รออยู่ในหน้าถัดไป) นิยายนักสืบยุคบุคเบิกคือนิยายแห่งศตวรรษที่แล้ว สมัยที่ความดีงาม และความเลวทรามยังแบ่งเส้นกันอย่างชัดเจน ความโหดร้ายของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง และตำราจิตวิเคราะห์ของฟรอยด์สอนให้มนุษย์เรารู้จัก “พื้นที่สลัวเงา” และสัญลักษณ์กำกวม (ซึ่งไม่อาจชี้ถูก ชี้ผิด) และนั่นเองคือจุดกำเนิดของนิยายนักสืบสัญศาสตร์

 

“สัญลักษณ์”  ที่กำกวมที่สุด และเป็นแก่นกลางของ ฆาตกรรมวิปริต คือ “ความตาย”  ไม่มีนิยายประเภทไหนอีกแล้วที่ความตายจะแปรเปลี่ยนความหมายกลับไปกลับมาระหว่างสุขนาฏกรรม และโศกนาฏกรรมได้เท่ากับผลงานของคริสตี   ก่อนคดีความจะเริ่มต้น ปัวโรต์ และสหายหยอกเอินกันด้วยความเบื่อหน่ายว่า “คงดีไม่น้อย ถ้าเราสามารถสั่งคดีฆาตกรรมให้เกิดขึ้นได้ เหมือนเวลาเราสั่งอาหาร” (ซึ่งก็เป็นความรู้สึกของคนอ่านด้วย ที่อยากให้เรื่องเริ่มต้นไวๆ เสียที)   ในทีนี้ “ความตาย” (signifier) เท่ากับ “ความสนุกสนาน” (signified)   ภายหลังจากที่มีการฆ่า และการตายเกิดขึ้นจริงๆ  สื่อมวลชนและฝรั่งมุงต่างให้ความสนอกสนใจกับคดีนี้   คริสตียั่วล้อการที่โศกนาฏกรรมของคนคนหนึ่งกลายมาเป็น  “ความสนุกสนาน”  ของมวลชน บางทีความวิปริตที่สุดของการฆาตกรรม อาจจะอยู่ตรงความสนุกสนาน ที่นักสืบ และผู้ติดตามข่าวสาร  (รวมไปถึงคนที่กำลังอ่านนิยาย) ได้รับจากมันก็ได้   สมดังคำกล่าวยั่วล้อของปัวโรต์ว่า “เราสร้างละครชวนหัวเรื่องนี้ขึ้นมา ท่ามกลางโศกนาฏกรรม”

 

ขนาดความตาย ที่เป็นความแน่นอนเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตมนุษย์ ยังไม่แน่นอนได้ถึงขนาดนี้   แล้วคนเราจะไปหาความแน่นอนได้จากที่ไหน

 

 

นั่นคือคำถามที่คริสตีฝากทิ้งไว้ให้คนอ่าน พวกเราทุกคน

 

โดย ภาณุ ตรัยเวช    http://www.onopen.com/loveyouallmass/09-04-22/4741

แนะนำเมื่อ 27ต.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 6,977,610 ครั้ง