แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

BrightonRock

 

 

โบวัวร์ เจ้าแม่ลัทธิสตรีนิยม กล่าวว่า “พวกเราไม่ได้คลอดออกมาเป็นหญิง แต่พวกเราค่อยๆ ถูกทำให้เป็นหญิงต่างหาก” หมายความว่า ผู้หญิงคือวัตถุ (object) ที่ถูกสังคมยัดเหยียดความเป็นหญิงใส่ลงไป[1]   แต่ถ้าผู้หญิงเป็นวัตถุจริง ผู้ชายก็คือผู้กระทำ (subject)   สรีระเพศแม่มอบประจำเดือนมาช่วยย้ำเตือนพวกหล่อนถึงความเป็นหญิงอยู่เสมอ แต่ร่างกายผู้ชายไม่มีอะไรแบบนี้   ถ้าผู้หญิงถูกทำให้เป็นหญิง ผู้ชายก็ต้อง “กระทำ” หรือไขว่คว้าความเป็นชายมาด้วยมือของเขาเอง   ด้วยเหตุนี้ต่างเชื้อชาติ ต่างเผ่าพันธุ์ถึงได้มีพิธีพิสูจน์ความเป็นผู้ใหญ่ หรือพิสูจน์ว่าเด็กชายได้เติบโตไปเป็นผู้ชายแล้ว

[2]

 

Brighton Rock นิยายของเกรแฮม กรีนว่าด้วยเด็กสองคนในโลกอันโหดร้ายของผู้ใหญ่ ความปรารถนาของทั้งคู่ที่จะเติบโต และความแตกต่างระหว่างขั้วตรงข้ามดีเลวและถูกผิด

 

ต่างจากนักเขียนส่วนใหญ่ กรีนมีพื้นฐานทางด้านภาพยนต์ ทั้งที่เคยเป็นนักวิจารณ์และคนเขียนบทเอง   ดังนั้นสิ่งที่นักอ่านคาดหวังได้เสมอจากนิยายของเขาคือความสนุกสนานตื่นเต้น เหมือนเวลาชมภาพยนต์ดีๆ สักเรื่อง   ตัวกรีนเองเคยเดินทางไปทั่วโลกมาแล้ว ในฐานะผู้สื่อข่าวและเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศ ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง นิยายของเขาจึงมักเกิดในต่างแดนและมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับงานสายลับและการทรยศหักหลัง   ในแง่นี้ Brighton Rock อาจผิดวิสัยผลงานส่วนใหญ่ เนื่องด้วยเหตุเกิดแต่เฉพาะบนเกาะอังกฤษ   กระนั้นเนื้อเรื่องก็ยังข้องแวะกับการแย่งชิงอำนาจระหว่างมาเฟียสองกลุ่ม   หลังจากหัวหน้ากลุ่ม ไคท์โดนสังหาร เดอะบอย เด็กชายที่ไคท์เก็บมาเลี้ยง ก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าแทน และงานชิ้นแรกของเขาคือจัดการกับคนที่เป็นต้นเหตุการตายของพ่อบุญธรรม   แม้เขาจะฆ่าเหยื่อและปกปิดร่องรอยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ความผิดหนนี้กลับกลายเป็นบันไดก้าวแรกสู่จุดจบอันแสนเศร้าและสาสมของปีศาจวัยเยาว์ ที่อายุเพียง 17 ปีเท่านั้น

 

นอกจากความสนุกสนานตื่นเต้นตามอย่างที่นิยายสายลับพึงจะมี ประเด็กเอกซึ่งกรีนชอบนำเสนอในนิยายของเขาคือการสูญเสียอัตลักษณ์ของตัวละคร การเฝ้าสงสัยว่า “ฉันคือใคร” “อะไรบ้างที่มันประกอบขึ้นมาเป็นตัวฉัน” และ “ฉันสามารถสลัดสิ่งเหล่านี้ทิ้งได้สักแค่ไหน ก่อนที่ฉันจะหยุดเป็นฉัน”   กรีนไม่ได้มองอาชีพสายลับว่าเต็มไปด้วยเหล้ายาปลาปิ้ง ผู้หญิง และการผจญภัย   สายลับคือผู้ลบล้างอัตลักษณ์ของตัวเอง แทรกซึมอยู่ในหมู่คนแปลกหน้าและศัตรู ใช้ชีวิตโดยเสี่ยงกับการถูกค้นพบ แต่ที่อันตรายยิ่งกว่านั้นคือ สูญเสียตัวตนที่แท้จริงไปชั่วนิรันดร

 

Brighton Rock เปิดนิยายผ่านสายตาเหยื่อคนแรกของเดอะบอย   ชายผู้นี้คือตัวอย่างของคนที่ปราศจากอัตลักษณ์หรือตัวตน   ชื่อจริงซึ่งเขาปิดบังคนอื่นคือชาร์ลส์ ใครๆ เรียกเขาว่าเฟรด เฮล แต่นามแฝงของเขาคือคอลเลย์ คิบเบอร์   เมื่อมีชื่ออยู่มากมายก็เท่ากับว่าเขาคนนั้นไม่มีชื่อจริงเลย   การสูญเสียตัวตนไม่จบไม่สิ้นแม้ว่าเขาจะเสียชีวิตไปแล้ว   เฟรด เฮลกลายเป็นข่าวยาวครึ่งคอลัมน์ในหน้าหนังสือพิมพ์ กลายเป็นสภาพศพในรายงานแพทย์ และกลายเป็นอักษรซึ่งปรากฎอยู่ใต้กระดานดินสอ (คล้ายๆ กับการเล่นผีถ้วยแก้วของคนไทย)   ไอดา อาร์โนลผู้หญิงที่ต้องการทวงถามความยุติธรรมคืนให้เฟรด จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าหน้าตาเขาเป็นอย่างไร และเมื่อถึงตอนท้ายของนิยาย เธอถึงกับลบชื่อเฟรดออกจากความทรงจำเลยด้วยซ้ำ

 

ขณะที่เฟรดคือผู้ไร้อัตลักษณ์ เดอะบอยคือ “เด็กผู้ชาย” ที่ยังไม่มีแม้แต่อัตลักษณ์   Brighton Rock จับตามองความพยายามค้นหาอัตลักษณ์ของเดอะบอย   เขาเคยเชื่อว่า การแก้แค้นให้พ่อบุญธรรมโดยฆ่าคนที่เป็นต้นเหตุการตายของท่านจะนำมาซึ่งสิ่งที่เขาต้องการ[3]   โชคร้ายที่เหยื่อของเขาเองก็เป็นผู้ไร้ตัวตน เดอะบอยจึงไม่อาจช่วงชิงอัตลักษณ์มาไว้ในมือได้

 

เมื่อการฆ่าไม่อาจนำมาซึ่งการเติบโต ขั้นตอนที่สองก็คือการมีเพศสัมพันธ์   เดอะบอยมีปมเรื่องเพศ   เนื่องจากเขาโตมาในบ้านที่ยากจน มีห้องนอนเดียว ทุกคืนวันเสาร์ เขาได้ยินเสียงและเฝ้ามองพ่อและแม่ร่วมรักกัน เขาจึงรังเกียจและขยะแขยงพฤติการณ์ดังกล่าว   แต่ขณะเดียวกันเขาก็ตระหนักว่า ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์ เขาก็ไม่มีวันเติบโตเป็นผู้ใหญ่ได้   “คุณจะรู้อะไรมากมายแค่ไหนไม่สำคัญเลย คุณถือว่ายังไม่รู้อะไรอยู่ดี ถ้าคุณไม่รู้ความลับสกปรกนั่น” (คำว่า “รู้” สามารถหมายถึง “มีเพศสัมพันธ์” ได้ด้วย)

 

เดอะบอยยิ่งเข้าตาจนหนัก เมื่อคดีฆาตกรรมเฟรดมีพยานรู้เห็น   เธอคนนั้นคือโรส เด็กหญิงซึ่งทำงานอยู่ในร้านอาหารซอมซ่อ สโนว์ (กรีนตั้งชื่อตัวละครได้หลักแหลมมาก “กุหลาบ” แดงตัดกับ “หิมะ” ขาว ทำให้คนอ่านเห็นภาพหยดเลือดบนพื้นหิมะ)   เดอะบอยมีหนทางเลือกสองทาง ฆ่าโรสเสีย หรือแต่งงานกับหล่อน เพราะตามกฎหมาย ภรรยาไม่อาจเป็นพยานกล่าวหาสามีตัวเองได้   พอเขาเห็นท่าทีพึงพอใจที่ฝ่ายหญิงแสดงออกมา เดอะบอยเลือกหนทางหลัง

 

ความสัมพันธ์ระหว่างสองตัวละครนี้น่าขบคิดเอามากๆ   ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน ต่างฝ่ายต่างย้ำว่า “เราสองคนมีอะไรเหมือนกัน” ทั้งที่ผู้อ่านย่อมตระหนักดีว่าโรสและเดอะบอยแทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย   เดอะบอยคือ “ความเลว” เขาเข่นฆ่าและทำลายล้างได้ทุกชีวิต บางครั้งก็อย่างไม่มีเหตุผล   ขณะที่โรสคือ “ความดี” เพื่อคนที่เธอรักแล้ว หญิงสาวเสียสละได้ตั้งแต่ร่างกาย ชีวิต จนถึงวิญญาณ   คำพูดติดปากเธอคือ “ถ้า [พระผู้เป็นเจ้า] จะสาปแช่ง [เดอะบอย] ท่านก็ต้องสาปแช่งเธอด้วย”

 

อะไรคือจุดร่วมที่เหมือนกันระหว่างความดีและความเลว   เราอาจได้คำตอบที่ชัดเจนขึ้นเมื่อพิจารณาตัวละครสำคัญอื่นๆ   ไอดาคือผู้หญิงที่ต้องการทวงถามความยุติธรรมคืนให้เฟรด โดยตัวเธอแทบไม่รู้จักมักจี่หรือคุ้นเคยกับผู้ตายแม้แต่น้อย   เธอเพียงต้องการกระทำสิ่งที่ถูกต้อง   คำพูดประจำตัวของหล่อนคือ “ฉันรู้อะไรถูก อะไรผิด” ซึ่ง “ถูก ผิด” นั้นไม่เหมือนกับ “ดี เลว”   โรส ตัวละครผู้เป็นสัญลักษณ์ของ “ความดี” กลับเกลียดชังไอดาเอามากๆ   ทั้งคู่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง   ขณะที่โรสเป็นสาวบริสุทธิ์ ขี้อาย และชอบเก็บตัว ไอดาคือผู้หญิงที่มีสัมพันธ์กับผู้ชายมากหน้าหลายตา   หล่อนเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา และผู้ชายที่ผ่านเข้าออกชีวิตหล่อน มองหล่อนเสมือน “แม่” มากกว่าชู้รัก   เดอะบอยเองก็มีขั้วตรงข้ามเช่นกัน นั่นคือโคเลโอนี เจ้าพ่อของอีกแก๊ง   โคเลโอนีเป็นนักธุรกิจผู้ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย และอาศัยอยู่ในโรงแรมระดับห้าดาว   ความสำเร็จของฝ่ายตรงข้ามกดดันและตีจุดอ่อนเดอะบอย ให้เขายิ่งรู้สึกตัวเองเด็กลงไปอีก

ถ้าเอาความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทั้งสี่มาใส่ลงในสี่เหลี่ยมสัญศาสตร์ (semiotic square) ของเกรมาส[4] จะได้แผนภูมิดังแสดงข้างล่าง   โดยการแบ่งขั้วตัวละครเป็นดี/เลว และบริสุทธิ์/ไม่บริสุทธิ์ (หรือ เด็ก/ผู้ใหญ่ นั่นเอง)

 

จากแผนภูมิ จะเห็นว่าโรสผู้มีทั้งความดีและความบริสุทธิ์อยู่ใกล้ชิดเดอะบอยเสียยิ่งกว่าไอดา เพราะต่างเป็นผู้บริสุทธิ์ (เด็ก) ด้วยกันทั้งคู่   ความดีและความเลวเมื่อไหร่ที่ก้าวพ้นความบริสุทธิ์ ก็จะกลายเป็นความถูกและความผิดไปเท่านั้น   กล่าวอีกนัยหนึ่ง เด็กคือผู้ตัดสินทุกอย่างด้วยความดีและความเลว ขณะที่ผู้ใหญ่ใช้มาตรฐานของความถูกและความผิด

 

ยากเหมือนกันที่เราจะอ่านใจกรีน และทายว่าตาชั่งของผู้เขียนเอียงเอนไปทางฝั่งไหนกันแน่   ความพ่ายแพ้ของเหล่าผู้บริสุทธิ์อาจเป็นการส่งสัญญาณบอกคนอ่านว่ามนุษย์เราควรก้าวให้พ้นความเป็นเด็กให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ “รู้ดี รู้เลว” และตัดสินถูกผิดด้วยเหตุผล   แต่ขณะเดียวกัน คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความถูกผิดของไอดาก็แฝงเอาไว้ซึ่งความเลือดเย็นและเห็นแก่ตัว   หล่อนไม่สนใจใครทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเดอะบอย คนที่หล่อนต้องการแก้แค้น เฟรด คนที่หล่อนต้องการแก้แค้นให้ หรือโรส คนที่จะเจ็บปวดจากการแก้แค้นของหล่อน   ความถูกต้องของไอดาแค่บังเอิญตรงกันกับความถูกใจของหล่อนเท่านั้น   ผู้อ่านอาจเห็นด้วยกับไอดา (นั่นคือใช้เหตุผลพิจารณาแล้วเห็นด้วย) แต่คงยากนักที่จะรู้สึกร่วมไปกับตัวละครตัวนี้ได้   ในทางตรงข้าม กลับมีความสวยงามอยู่ในความรักอันโง่เขลาของโรส ผู้ทุ่มเททุกอย่างเพื่อหนึ่งเดียวคือชายที่เธอรัก

 

ในสถานการณ์ใดบ้างที่เราควรจะเอาดีเลวมาตัดสิน หรือเอาถูกผิดมาเป็นบรรทัดฐาน

 

นั่นคือคำถามซึ่งกรีนฝากทิ้งไว้ให้คนอ่าน พวกเราทุกคน

 

[1] การศึกษาวัฒนธรรมตามแนวสตรีนิยมก็คือการค้นหาและบ่งชี้การยัดเยียดดังกล่าว ซึ่งซุกซ่อนอยู่ในศาสนา วรรณกรรม ศิลปะ ดนตรี และอื่นๆ

[2] แม้จะไม่มีลัทธิ “บุรุษนิยม” แต่แนวคิดการเติบโตเป็นผู้ชายมีพื้นฐานมาจากงานเขียนของฟรอยด์ ซึ่งถูกใช้อ้างอิงบ่อยๆ โดยนักมานุษยวิทยา

[3] การตายของบิดาหรือแก้แค้นให้บิดาปรากฎบ่อยๆ ในตำนานและพิธีกรรมการเติบโตเป็นผู้ใหญ่   ยังไม่ต้องพูดถึงประเพณีชนเผ่าเลยด้วยซ้ำ แค่มองภาพยนตร์ฮอลลีวูดอย่าง Star Wars หรือ The Lion King รวมไปถึงต้นแบบวรรณกรรมตะวันตกอย่าง Hamlet

[4] สี่เหลี่ยมสัญศาสตร์นี้ ผมครูพักลักจำมาจากอาจารย์นพพร ประชากุลอีกทอด ผู้สนใจหาอ่านเพิ่มเติมได้จาก ยอกอักษร ย้อนความคิด เล่ม 2

 

โดย ภาณุ ตรัยเวช  จาก http://www.onopen.com/loveyouallmass/09-09-29/5048

แนะนำเมื่อ 27ต.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 7,278,188 ครั้ง