แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

S.O.S.Comics และโลกการ์ตูนของ 'ฟอร์มาลีน'

 

แม้สังคมปัจจุบันจะมีแต่เรื่องชวนเครียดแค่ไหนหรือ สารพันปัญหาจะมากล้นพ้นตัว ทว่าในบรรณพิภพยังมีหนังสือ 'การ์ตูน' เป็นยาใจชั้นเลิศ

 

บ้างจรรโลงกระทั่งสังคมเป็นสีสดใส บ้างสะท้อนถ่ายสีหม่นๆ อันเป็นจริงในสังคมนี้ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใด การ์ตูนยังเป็นสื่อที่ขายได้ และเข้าถึงง่ายมากที่สุด

 

 ประเทศมหาอำนาจเทคโนโลยี อีกทั้งยังเป็นมหาอำนาจความคิดสร้างสรรค์ ญี่ปุ่นขับเคลื่อนสติปัญญาคนด้วยการ์ตูนมาช้านาน จุดประสงค์ของแต่ละเรื่องก็ต่างกันไป หน้ากากเสือสร้างกำลังใจที่จะทำดี ฮีโร่คือมนุษย์ธรรมดาแต่มีใจที่ไม่ธรรมดา การ์ตูนอมตะนิรันดร์กาลอย่างโดราเอมอนก็ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ จินตนาการอันกว้างไกล แม้ศตวรรษที่ 22จะไม่เป็นอย่างที่ ฟูจิโกะ เอฟ.ฟูจิโกะ (ผู้เขียนโดราเอมอน) คาดหวังไว้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านวัตกรรมล้ำสมัยก็ดาษดื่นในยุคนี้

 

 นั่นเป็นผลลัพธ์บางส่วนจากอิทธิพลของการ์ตูนซึ่งสร้างชาติญี่ปุ่นมาได้จวบจนปัจจุบัน แม้การ์ตูนไทยจะไม่ถึงขั้นสร้างชาติ แต่เป็นแรงขับสำคัญที่สร้างเยาวชนอุดมจินตนาการให้แก่บ้านเมือง

 

 S.O.S.Comics ก็เป็นอีกพื้นที่ที่คนมีของ (ดี) จะได้มาปลดปล่อยกันในรูปของการ์ตูน "แจ่มๆ"

 

 แม้ระยะเวลาเพียงไม่ถึงปี แต่หนังสือรวมการ์ตูนฝีมือคนไทยรายสองเดือนเล่มนี้ก็โดดเด่นไม่แพ้เจ้าอื่นๆ เลย โดยเฉพาะกรอบความคิด (concept) ที่บรรณาธิการเล่มเปิดเผยว่าวางไว้เป็นรายปีเลยทีเดียว

 

 "ผมคิดคอนเซปต์ทั้งปี ในปีหนึ่งๆ จะมี 6เล่ม ก็ต้องคิดว่าช่วงนี้ช่วงนั้นจะมีอะไรบ้าง ให้โจทย์นักเขียนไปเลยทั้งปี นักเขียนคนไหนสะดวกหรือสนใจก็เริ่มลงมือได้เลย ส่วนผมเองก็เป็นตัวเสริม บก.บ้านเราอาจไม่มีที่เป็นทั้งบรรณาธิการด้วยและเขียนการ์ตูนด้วย อาจเป็นโชคของ S.O.S.ที่มี บก.เป็นนักเขียนการ์ตูนด้วย" เอกรัฐ มิลินทะภาส บรรณาธิการ S.O.S.Comics กล่าว

 

 เอกรัฐ มิลินทะภาส หรือนามปากกา ฟอร์มาลีน เริ่มต้นชีวิตสายการ์ตูนด้วยใจรักเท่านั้น และไม่คิดว่าต้องประกอบอาชีพเกี่ยวกับเขียนการ์ตูนเลย ก่อนหน้านี้เขาเป็นเพียงพนักงานในบริษัทเกมแห่งหนึ่ง เขียนการ์ตูนเป็นงานอดิเรก แต่ก็มีบ้างที่อดใจไม่ไหวต้องส่งผลงานเข้าประกวด เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อราว 10ปีก่อน...

 

 "ผมเริ่มประกวดงานของ Boom ชื่อว่า Comics Cosmo ก็ประกวดทุกปี ก็ไม่ชนะนะ ได้รางวัลสูงสุดน่าจะปีสุดท้ายมั้งคือที่สอง แล้วก็ไปฝึกงานตามสำนักพิมพ์ค่ายต่างๆ วันหนึ่งก็เลยลองเอาการ์ตูนมายื่นกับทางเนชั่น เนชั่นก็เปิดโอกาสให้ ต้องขอบคุณด้วย"

 

 "เขียนให้เนชั่นได้ประมาณ 5ปี มีการ์ตูนเรื่อง เดโมนิค คอรี่ย์ (Demniccorey) ด้วยความที่ทำมา 5ปีแล้ว แต่ตอนนั้นทางเนชั่นยังไม่มีเปิดรับการ์ตูนแนวใหม่อย่าง SOS เลยไปเสนอกับอีกค่ายหนึ่ง ก็ไปเขียนเรื่อง แพนโดรา บุ๊ค (Pandora Book) เขียนประมาณหนึ่งเล่ม ปีนั้นมีการส่งการ์ตูนไปประกวดที่ญี่ปุ่นด้วย ไม่รู้บังเอิญหรือโชคดีเลยได้รางวัลเหรียญทองแดง ซึ่งมีการ์ตูนไทยอีกเรื่องที่ได้เหรียญเงิน (เรื่องมีอยู่ว่า - เดอะดวง) ซึ่งก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะได้รางวัล เพราะการ์ตูนผมมันค่อนข้าง Dark มืด ยิงกันไส้แตก เดอะดวงได้บินไปรับรางวัลที่ญี่ปุ่น ทางญี่ปุ่นบอกว่าการ์ตูนไทยให้อะไร มีไอเดียอะไร ไม่ได้มองว่าการ์ตูนมีภาพลักษณ์หรือยิงกันอะไร เขาไม่ตัดสินที่งานสวยไม่สวย เขาอ่านเรื่องจริงๆ จึงตัดสิน"

 

 จังหวะที่บรรณาธิการหนุ่มคนนี้ได้รางวัลก็ประจวบเหมาะกับเนชั่นมีนโยบายส่งเสริมการ์ตูนไทย เพราะถูกผลกระทบจากสึนามิที่ญี่ปุ่น ต้นฉบับการ์ตูนญี่ปุ่นค้างส่ง ถึงทีของนักเขียนการ์ตูนไทยที่อย่างน้อยก็ได้เปรียบเรื่องการติดต่อ ติดตามต้นฉบับได้สะดวก เอกรัฐจึงเสนอแผนงานเกี่ยวกับ S.O.S.Comics

 

 "พอผู้ใหญ่ให้โอกาสก็ลองเสนอดูว่าจะทำการ์ตูนไทยทั้งเล่ม ไม่มีการ์ตูนญี่ปุ่นเลย และเนื้อหาแต่ละเล่มมีธีม (themes) ต่างกัน อย่างเล่มแรกช่วงนั้นสึนามิกำลังดังมาก ถ้าเรามีชีวิตอยู่อีกประมาณ 5นาที เราอยากจะทำอะไร เป็นธีมแรกคือวันโลกาวิบัติ"

 

 อย่างที่ทราบกันว่า S.O.S.คือสัญญาณขอความช่วยเหลืออย่างสากล แต่ S.O.S.Comics ไม่อันตรายถึงขั้นต้องขอความช่วยเหลือ จะทำหนังสือทั้งที เอกรัฐปรารถนาให้หนังสือเล่มนี้เป็นสิ่งพิเศษสำหรับคนอ่าน

 

 ชื่อก็โดดเด่นสะดุดตาแล้ว รูปเล่มยังโดดเด่นยิ่งกว่า S.O.S.Comics คืองานศิลปะสมัยใหม่ดีๆ นี่เอง

 

 "ถ้าสังเกตดีๆ S.O.S.แต่ละเล่มจะมีงานกราฟฟิก งานดีไซน์ที่มีจุดเล็กๆ ซ่อนอยู่ แต่ละปกมีเทคนิคต่างกัน อย่างเล่มแรกเป็นฟอยล์สีแดงเพลิง สื่อถึงสัญญาณอันตราย แต่เล่มสองมีเรืองแสงในที่มืด จะมีฟอสฟอรัสดูดแสงพอมืดมันจะเรืองแสงออกมา เป็นเล่มเกี่ยวกับความกลัว พอเล่มสามก็เป็นปกเจาะหน้าต่างแบบหรูๆ นิดหนึ่ง ธีมวาเลนไทน์พอดีเลยออกมาเป็นปกนี้ แต่เล่มนี้มีปัญหาสุด ต้องใช้เวลานานกว่าจะหาโรงพิมพ์ที่ทำเจาะ อย่างเล่มล่าสุดก็เป็น April fool's day ได้นักเขียนภาพประกอบอย่าง PUCK ที่อยู่วงการนี้มานาน ก็เชิญมา PUCK นี่เขียนให้เล่มแรกด้วย พอดีเขามีงานหลายอย่างก็เลยให้หมุนเวียนมาลงสลับกันบ้าง"

 

 ด้วยความกล้า บ้าบิ่น ของบรรณาธิการ หนังสือการ์ตูนเล่มนี้จึงแตกต่างจากเล่มอื่นสิ้นเชิง แต่! อาจมีทักท้วงว่าก็คล้ายกับบางค่าย โดยเฉพาะค่ายขวัญใจเด็กแนว

 

 เอกรัฐเล่าว่าเขาสังเกตว่าการ์ตูนค่ายอื่นทำอะไร แล้วพยายามเลี่ยงไม่ทำตาม หรืออย่างร้ายก็ให้คล้ายน้อยที่สุด กรอบความคิด รูปแบบ และปริมาณงานที่ผู้อ่านได้รับจึงแตกต่าง

 

 "หนึ่ง การ์ตูนค่ายอื่นไม่มีคอนเซปต์เล่ม เรามีคอนเซปต์เล่มแล้วแจกให้นักเขียนไปเลย ที่อื่นนักเขียนจะเขียนเรื่องสั้นคนละประมาณ 20หน้าจบ ซึ่งเรามองว่า 20หน้าจบเป็นการเล่าเรื่องที่ได้เนื้อน้อยไปหน่อย เราเลยให้เขียน 30หน้าดีกว่า คือให้เขาแสดงความคิดเต็มที่เลย และแต่ละเล่มจะมีจุดขายเป็นการออกแบบกราฟฟิกปก ตรงนี้ที่อื่นเขาอาจจะทำยาก ซึ่งเราเชื่อมือว่าเราทำได้ ผมจึงพยายามคิดปกแต่ละปกให้มีจุดขายแตกต่างกัน เมื่อก่อนผมอ่านหนังสือของค่ายหนึ่งเป็นนิตยสาร B.A.D.ซึ่งผมได้ไอเดียตรงนั้นมา เขาออกแบบแต่ละปกไม่เหมือนกัน อย่างที่ผมจำได้คือปกนักฟุตบอล ที่ทำเป็นสนามหญ้า เฮ้ย! ทำได้ไง เขาไม่กลัวเจ๊ง เขาเต็มที่กับงานดีไซน์ ผมมองว่าในระดับผม ถ้าใช้งบที่มีสร้างงานดีไซน์ที่ดีได้ผมก็เลยทำ"

 

 รู้จักทั้งบรรณาธิการหนุ่มไฟแรงกับหนังสือการ์ตูนเลือดใหม่ S.O.S.Comics กันพอหอมปากหอมคอ หากจะลองลงลึกถึงกระบวนคิด คงต้องให้เจ้าตัวเป็นผู้แถลงเอง เอกรัฐ มิลินทะภาส มีอะไรจะเล่า...

 

 คอนเซปต์ของ S.O.S.?

 

 "S.O.S. คือ การ์ตูนไทยที่ทำด้วยคนไทยทั้งหมด จะมีนักเขียนประมาณ 6คนต่อเล่ม เป็นเรื่องสั้นที่จบในตอน เราสำรวจมาว่าเด็กสมัยนี้อ่านงานที่เสพเร็ว จบเร็ว การอ่านการ์ตูนซีรีส์จะเอนไปทางการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่า การ์ตูนไทยจึงหลีกทางเป็นการ์ตูนที่ขายคอนเซปต์ ขายไอเดีย เป็นเรื่องสั้นที่จบในตอน มีจุดขายในแต่ละตอน"

 

 การ์ตูนไทยมีจุดแข็งคือแก่นของเรื่อง?

 

 "เป็นข้อถกเถียงกันมาว่าบางทีการ์ตูนไทยเส้นสวย เส้นไม่สวย เนื้อเรื่องดี หรือไม่ดี ถ้า S.O.S.จะตัดไปเลย บางทีเรื่องของคุณอาจไม่เต็มร้อย แต่ขอให้มีความพิเศษ เช่น ลายเส้นเป็นเอกลักษณ์ บางทีลายเส้นคุณอาจไม่สวยแต่เนื้อเรื่องคุณเด่น ตรงนี้เรารับได้ เหมือนเราเปิดโอกาสกว้าง ถ้าเส้นเขาไม่ดีต่อไปฝึกฝนก็จะมีฝีมือขึ้นเอง หรือเนื้อเรื่องนี่เขาอ่านงานอื่นๆ มา ก็ปรับเปลี่ยนได้ เราเปิดโอกาสกว้างๆ มากกว่า สนับสนุนการ์ตูนไทยไปในตัวด้วย ถ้าบางคนเรื่องดี ภาพสวยก็เหมือนโชคสองชั้นไปเลย

 

 บางคนไม่ใช่นักเขียนการ์ตูนแต่เป็นนักกราฟิกดีไซน์ เป็นครีเอทีฟ เราอยากได้เห็นมุมมองของเขาที่ไม่หยุดแค่ว่าทุกคนต้องเป็นนักเขียนการ์ตูน เราอยากลองอะไรใหม่ๆ ด้วย"

 

 ตอนนี้ออกมากี่เล่มแล้ว?

 

 "ที่วางจำหน่ายมี 4เล่ม อยู่โรงพิมพ์อีกหนึ่งเล่มคือเล่ม 5จะออกปลายเดือนนี้"

 

 ออกมาจะ 5เล่มแล้ว กระแสตอบรับเป็นอย่างไร?

 

 "กระแสดีขึ้นเรื่อยๆ เป็นกราฟที่วิ่งขึ้นอย่างช้าๆ แต่ไม่ตกครับ มันเป็นอะไรที่ใหม่จริงๆ เราอาจจะติดอ่านการ์ตูนเล่มละ 45บาท ซึ่งเป็นการ์ตูนที่เราซื้อลิขสิทธิ์มา เปรียบเหมือนเราอ่านการ์ตูนมือสอง เพราะญี่ปุ่นเขาอ่านมือหนึ่ง เราซื้อมาเลยได้ราคาถูก ถ้าเทียบแล้ว การ์ตูนเราเป็นงานมาสเตอร์พีซ ที่ราคาแพงนิดหนึ่ง เราเหมือนสร้างอาชีพให้นักเขียนด้วย ถ้านักเขียนอยู่ไม่ได้การทำงานก็จะไม่เกิดขึ้นมา"

 

 30หน้า นักเขียนบ่นไหม?

 

 "เราให้ค่าต้นฉบับมาตรฐานกับระดับมืออาชีพเลยนะ ผมผ่านจุดเริ่มต้นของนักเขียนมาก่อน นักเขียนลำบากอย่างไรบ้าง นักเขียนแต่ละคนสะสมฝีมือมาก็ควรได้ตามประสบการณ์ ตามความสามารถเขา ยิ่งเขียนเยอะก็ยิ่งได้เยอะ บางคนขอหน้าเพิ่ม (หัวเราะ)"

 

 การคัดเลือกเรื่อง?

 

 "ผมอยู่วงการการ์ตูนมานาน รู้ว่าคนไหนมีสไตล์การเล่าเรื่องอย่างไร นักเขียนแต่ละคนมีจุดเด่นคนละด้าน ถ้านักเขียนมีคอนเซปต์อะไรอยากเสนอก็คุยกันได้ อยากเขียนอะไรมาคุยกันได้ แชร์กันได้"

 

 นักเขียนจะซ้ำกับค่ายอื่น?

 

 "นักเขียนบ้านเรายังนับหัวได้ ยังไม่มีเยอะมากพอที่จะสังกัดค่ายไหน ผมว่าเป็นการช่วยกันในวงการการ์ตูนไทย บางทีนักเขียนไม่ได้เป็นอาชีพ เป็นงานอิสระ บางทีเขียนเรื่องนี้แล้วหยุดไป แล้วค่อยมาเขียนอีก S.O.S.มีพื้นที่ให้นักเขียนหน้าใหม่ขึ้นมาด้วย โดยดูงานจากรุ่นพี่นี่แหละว่ามีการคิดอย่างไร S.O.S.เป็นพื้นที่โอกาส ลองส่งเข้ามาก็ได้ เราไม่ได้ปิดโอกาสเอาแต่นักเขียนดังๆ ไม่ใช่ จะมีนักเขียนหน้าใหม่ขึ้นมาด้วย แต่ละเล่มมีนักเขียนหน้าใหม่ บางคนทำงานบริษัทแต่เปิดดูผลงานแล้วสวยมาก ผมถามว่าทำไมไม่ลองเขียนการ์ตูน เขาบอกว่าเขาอยากทำแต่ไม่มีโอกาส เขาเขียนอยู่ที่บ้าน เก็บไว้อย่างนั้นแหละ เราก็เปิดโอกาสให้เขา

 

 อย่างผมตอนเริ่มต้น ส่งประกวดสิบกว่าเรื่องก็ตกรอบ ตรงนั้นทำให้เราได้เรียนรู้ว่าควรแก้ไขตรงไหน วาดมากายภาพเพี้ยนมากๆ แต่เรื่องจริงจังมามากๆ มันไม่สอดคล้องกัน หน้าใหม่ต้องลองเข้ามาคุย อาจหลายรอบหน่อย แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณไม่ผ่านแล้วไม่ต้องส่งมาอีก ไม่ใช่ เรายังเปิดรับอีก"

 

 S.O.S.เป็นการ์ตูนผู้ใหญ่อ่าน?

 

 "บ้านเราเวลาทำอะไรทุกอย่าง ชอบสร้างภาพให้ดูดี การ์ตูนก็ต้องเด็กๆ ทำไมบ้านเราไม่มีการ์ตูนที่จริงจังบ้าง นักเขียนบางคนพูดเลยนะว่า อยากให้เด็กรับรู้ว่าโลกความจริงเป็นอย่างไรบ้าง อย่าให้เขาสร้างภาพว่าโลกต้องดูดี เราก็เสนอแง่มุมที่มันเลวร้าย ให้เขารู้ว่ามันมีมุมนี้อยู่นะ แต่เราไม่ได้ชี้นำว่าคุณต้องทำเลวร้ายแบบนี้ เป็นการสอนอย่างหนึ่ง"

 

 ทำไมต้องมีบทความ ความรู้แทรกในเล่ม?

 

 "นักเขียนบางคนได้คำคมมาคำหนึ่งแล้วมันเป็นไอเดียให้เขาคิดเรื่องทั้งเรื่องได้ บางทีไม่จำเป็นต้องนั่งคิดปวดหัว ดูหนังพันเรื่อง บางทีแค่คำสั้นๆ คำเดียวก็เป็นกุญแจให้เขาเขียนเรื่องได้ บางทีเราก็เสริมว่าการ์ตูนเรื่องนี้มีหลักวิทยาศาสตร์ การค้นคว้าอะไร การเต้นของสมองซีกซ้ายซีกขวาเป็นอย่างไร ถ้าเขาไม่รู้ก็อาจอ่านการ์ตูนนี้ไม่เข้าใจ"

 

 ทิศทางการ์ตูนไทยในความคิดบก. S.O.S.Comics?

 

 "เทียบง่ายๆ หลายปีก่อนการ์ตูนไทยได้รับการสนับสนุนจากคนอ่านมากขึ้น ทั้งเรื่องงานที่หลากหลาย ไม่ใช่งานวาดเลียนแบบการ์ตูนชาติอื่นๆ แต่มีลักษณ์เฉพาะของเราเอง ลายเส้นอย่างขายหัวเราะหรืออะไร ก็มีกลุ่มแฟนที่คอยติดตามอยู่ S.O.S.ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการ์ตูนที่เป็นรูปแบบไทย เนื้อหาบางทีอาจไม่ไทยบ้าง แต่ไอเดียก็สะท้อนสังคมของไทย น้องๆ ที่มีความฝันอยากเป็นนักเขียนการ์ตูนก็ลงมือเลย อย่ารอเฉย บ้านเราตอนนี้ยิ่งจะเปิดตลาดอาเซียน มันยิ่งจะง่ายขึ้น งานต่างๆ จะเผยแพร่ออกไปได้"

 

 หากอยากรู้ว่า S.O.S.Comics แตกต่างอย่างไร ลองพิสูจน์กับเล่มที่ 5 ซึ่งกำลังจะวางแผงปลายเดือนนี้ อย่าเผลอหลุดปากออกมาล่ะว่า "ช่างกล้า!"

 

โดย : ปริญญา ชาวสมุน

http://www.bangkokbiznews.com

แนะนำเมื่อ 27ต.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 7,454,560 ครั้ง