แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

สุขสันต์วันก่อนเกิด 100 ปี DORAEMON

 

ร่วมฉลองวันก่อนเกิด 100ปี ของเจ้าแมวอ้วนกลมสีฟ้าตัวนี้กัน เพราะนี่คืออมตะแห่งตัวการ์ตูนที่ไม่ว่าจะกี่ปีก็ยังครองใจผู้คนทั่วโลกได้เหนียวแน่น

 

เมื่อพูดถึงการ์ตูนญี่ปุ่นแล้ว ใครหลายคนก็คงรู้จักดีเพราะมีทั้งหนังสือและหนังการ์ตูนเข้ามาแพร่หลายในบ้านเรามากมาย จนทำให้เกิดแฟนพันธุ์แท้ที่ติดตามอ่านหรือดูการ์ตูนญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ โดยในสมัยก่อนการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องแรกๆที่ทำให้คนไทยรู้จักกันทั่วทั้งประเทศ ก็คงจะหนีไม่พ้น “เจ้าแมวสีฟ้า อ้วนกลม มีกระเป๋าวิเศษ” ที่มีชื่อว่า'โดราเอมอน' นั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นยุคแรกเลยก็ว่าได้ที่การ์ตูนญี่ปุ่นครองใจแฟนๆนักอ่านการ์ตูน ด้วยการนำเสนอเนื้อหาที่แปลกใหม่น่าสนใจจึงไม่ยากนักที่การ์ตูนญี่ปุ่นจะเข้ามาอยู่ในใจของผู้อ่าน ต่อมาก็มีการ์ตูนญี่ปุ่นอีกหลายต่อหลายเรื่องที่เดินหน้ากันเข้ามาอยู่ในใจของนักอ่านหรือผู้ชมในบ้านเรา เพราะสมัยนั้นการ์ตูนดังๆก็จะมาควบคู่กับแอนิเมชั่น ที่ส่วนมากจะออกอากาศช่อง 9การ์ตูน ซึ่งต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าเรื่องใดที่ออกอากาศก็ฮิตติดลมบนในบ้านเราแทบทุกเรื่อง

 

และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาใครหลายคนก็คงจะได้เห็นสื่อประชาสัมพันธ์ทั้งไทย ญี่ปุ่น และฮ่องกง ต่างก็จัดงานฉลองก่อนโดราเอมอนเกิด 100ปีกัน พร้อมมีการจัดกิจกรรมอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อฉลองให้กับ เจ้าแมวอ้วนกลมตัวฟ้านี้ โดยมีคนที่รัก มาร่วมฉลอง และกล่าวชื่นชมถึงโดราเอมอนหลากหลายแง่มุมด้วยกัน

 

สำหรับในประเทศไทยเองนั้นก็มีกิจกรรมต่างๆของผู้ถือสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับโดราเอมอนหลายบริษัท ไม่ว่าจะเป็น บริษัท แอนิเมชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือที่เรารู้จักดีในนามเอไอผู้ถือสิทธิ์ลายเส้นคาแรกเตอร์โดราเอมอนในประเทศไทย ที่จัดกิจกรรมที่ Terminal 21เอาใจแฟนโดราเอมอน นอกจากนี้ยังมี บริษัท โรส มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ ผู้นำเข้าภาพยนตร์และแอนินเมชั่นโดราเอมอน ได้มีการจัดงานรอบสื่อมวลชนโดราเอมอน มูฟวี่ ตอน โนบิตะผจญภัยในเกาะมหัศจรรย์ เมื่อวันที่ 9ตุลาคม 2012ที่ผ่านมา และได้มีกิจกรรมให้แฟนๆได้ใกล้ชิดกับ Mascot ที่บินตรงมาไกลพร้อมที่จะบุกโรงภาพยนตร์ในวันที่ 18ตุลาคม 2012เรียกได้ว่าวันนั้นมีผู้บริหารจากหลายพันธมิตรที่มารวมตัวกันเพื่อเจ้าแมวสีฟ้าอ้วนกลมตัวนี้ รวมไปถึง คุณศิวะพร ชมสุวรรณ ผู้อำนวยการบริหารสำนักพิมพ์ เนชั่นเอ็ดดูเทนเมนท์ หรือที่รู้จักกันในนามNED Comics ก็ไปร่วมแสดงความยินดีด้วย

 

 หากย้อนกลับไปดูว่าโดราเอมอนแจ้งเกิดมาได้อย่างไร? มีที่มาที่ไปอย่างไร? และทำอย่างไรจึงรู้จักกันไปทั่วโลก? ก็จะพบว่า การปรากฎตัวครั้งแรกของโดราเอมอนในข้อมูลนิตยสาร DACO ฉบับ108กันยายน 2555ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ไว้ว่า เริ่มต้นเมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ.1969เมื่อมีหน้าโฆษณาแนะนำการ์ตูนเรื่องใหม่ของ อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ แทนการ์ตูนเรื่องเก่า “เจ้าชายจอมเปิ่น” ในนิตยสารเพื่อการศึกษาของเด็กประถม 4ในหน้าโฆษณาปรากฎตัวละครเด็กชาย(โนบิตะ)ที่กำลังตกใจกับอะไรสักอย่างที่โผล่พรวดมาจากลิ้นชัก โดยไม่ปรากฎทั้งชื่อเรื่องและตัวละครโดราเอมอน ถือเป็นการแจ้งเกิดโดราเอมอน (แบบไม่มีโดราเอมอน) เป็นครั้งแรกในโลกเลยก็ว่าได้

 

ต่อมาในช่วงเดือนมกราคม ค.ศ.1970โดราเอมอนตอนแรกก็ถูกตีพิมพ์ลงนิตยสารสำหรับเด็กถึง 6ฉบับในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งในนิตยสารแต่ละฉบับก็จะตีพิมพ์โดราเอมอนในตอนที่แตกต่างกันไปตามระดับอายุของกลุ่มเป้าหมายของเด็กที่อ่านนิตยสารแต่ละเล่ม (ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6) ในซีรีย์คลาสสิกสำหรับนักสะสม (1-45) ส่วนใหญ่ก็เป็นตอนที่รวบรวมมาจากตอนที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารเพื่อการศึกษาเหล่านี้ด้วยเช่นกันแต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพียงคัดเอาเฉพาะบางตอนที่ทำให้เนื้อเรื่องดำเนินไปได้อย่างลื่นไหลและกลมกล่อม โดยบุคคลที่ทำการคดสรรตอนต่างๆมารวมเล่มก็คือตัวผู้เขียน อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ เจ้าของผลงานนั่นเอง

 

ส่วนที่มาของคาแรกเตอร์โดราเอมอน นั้น เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญแท้ๆ จากการที่มีโฆษณาตีพิมพ์ลงหน้านิตยสารเพื่อการศึกษาของเด็กประถม 4ว่า ฉบับหน้าจะมีการ์ตูนเรื่องใหม่มาลงแทนเจ้าชายจอมเปิ่นที่เพิ่งจบไป อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ เขียนโฆษณาไปอย่างนั้น ทั้งๆที่ตอนนั้นยังไม่มีความคิดอยู่ในหัวเลยว่าจะเขียนเรื่องอะไรดี ในขณะที่อีกไม่กี่วันก็จะต้องส่งต้นฉบับแล้ว แต่ก็ยังคิดไม่ออก จนกระทั่งคืนสุดท้าย ก่อนที่จะต้องส่งต้นบับในเช้าวันถัดมา อาจารย์คิดเล่นๆกับตัวเองว่าถ้ามีเครื่องมือที่ช่วยคิดไอเดียให้ได้ก็คงจะดี พอดีว่าในตอนนั้นแมวจรจัดขาประจำมาเล่นที่ห้อง อาจารย์เลยเผลอไปเล่นเพลินอยู่กับแมวตั้งนาน มารู้ตัวอีกทีก็ตี 4แต่ยังคิดงานเป็นชิ้นเป็นอันไม่ได้ รู้สึกหงุดหงิดมาก ได้แต่บ่นกับตัวเองว่า ถ้ามีไทม์แมชชีนก็ดีสิ จะได้ย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง อาจารย์ตั้งใจว่าจะนั่งคิดเรื่องต่อ แต่สุดท้ายก็ทนง่วงไม่ไหวเผลอหลับไป

 

 อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ตื่นมาอีกครั้งก็สว่างแล้ว จึงวิ่งลนลานมาที่ชั้นล่างจนไปสะดุดเข้ากับตุ๊กตาล้มลุกตัวป้อมกลมปุ๊กของลูกสาว (โปรอนจัง) ...และเท่านั้นเองจึงเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาอย่างเร็วพลัน จึงลองเอาหน้าแมวมาผสมกับตุ๊กตาตัวนั้น สุดท้ายจึงกลายเป็นคาแรกเตอร์โดราเมอน หุ่นยนตร์แมวตัวอ้วนกลมปุ๊กที่เป็นที่รักของนักอ่านจนถึงวันนี้

 

 และนั่นถือเป็นจุดกำเนิดของโดราเอมอน ซึ่งเป็นเบื้องหลังของผู้เขียนที่มีแนวความคิดหรือจินตนาการอย่างไร จนเกิดเป็นตัวละครที่มีความน่ารักน่าหลงใหลและมีคนอ่านคนเดูให้การต้อนรับอย่างมากมาย ซึ่งประเด็นเรื่องราวต่างๆที่ผู้เขียนได้แต่งขึ้นมานั้น เป็นเรื่องราวที่โดราเอมอนได้มาอยู่บ้านโนบิตะ เพื่อมาคอยช่วยเหลือโนบิตะในการดำเนินชีวิต ซึ่งยังมีข้อมูลที่เล่าย้อนไปถึงที่มาที่ไปของโดราเอมอนก่อนที่จะมาอยู่บ้านโนบิตะด้วยว่า โดราเอมอนถือกำเนิดที่โรงงานผลิตหุ่นยนตร์ เมื่อวันที่ 3กันยายน 2112ในตอนแรกมีหูเหมือนแมวปกติทั่วไป และอีก 10ปีต่อมาโดราเอมอนเป็นหุ่นที่ไม่ค่อยสมบูรณ์นักจึงถูกขายเลหลังไป ในวันที่ 19มกราคม 2122ปีเดียวกัน ก็ได้มาอยู่ที่บ้านของเซวาชิ เหลนของโนบิตะ วันที่ 30สิงหาคม 2122ในขณะที่กำลังนอนเอกเขนกอยู่ก็ถูกหนูมากัดหูจนแหว่งทำให้เกลียดหนูตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากที่ทำการรักษาที่โรงพยาลบาลแล้วปรากฎว่าต้องถูกตัดหูทิ้งทำให้หัวโล่งเตียน  สาเหตุที่โดราเอมอนต้องมาอยู่ที่บ้านของโนบิตะก็เพราะความล้มเหลวของโนบิตะเองที่ได้สร้างหนี้สินไว้มากมาย ทำให้ลูกหลานอย่าง เซวาชิ ต้องลำบากตามไปด้วย  ถ้าขืนปล่อยให้โนบิตะดำเนินชีวิตแบบนี้ไปเรื่อยๆ อนาคตของโนบิตะก็มีแต่แย่ลง ตอนที่จบชั้นมัธยมก็ไม่สามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้เลยทำให้ไม่สามารถสมัครเข้างานได้ด้วย จึงตัดสินใจเปิดบริษัทของตนเองขึ้นมา ซึ่งก็ไม่ประสบความสำเร็จ โดยโรงงานไฟไหม้ บริษัทล้มละลายมีหนี้สินท่วมตัว เซวาชิ จึงเดินทางย้อนอดีตให้โดราเมอนมาอยู่ดูแลโนบิตะ เพื่อทำให้โนบิตะ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะมีผลให้อนาคตของครอบครัวของเซวาชิดีขึ้นตามไปด้วย

 

 สำหรับในประเทศไทยเรา จากที่ได้เกริ่นไปตั้งแต่แรกว่าโด่งดังในประเทศไทยจากหนังการ์ตูนแอนิเมชั่นนั้น แต่จริงๆแล้วจากข้อมูลในนิตยสาร DACO ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการแจ้งเกิดของโดราเอมอนในประเทศไทยไว้ลึกกว่านั้นไปอีกว่า โดราเอมอนเข้ามาในประเทศไทยอย่างไม่เป็นทางการในช่วงต้นศตวรรษที่ 70เมื่อการค้นห้าหลักฐานเก่าที่สุดที่พอจะหาได้ในช่วงปีค.ศ.1971จากนิตยสาร “เยาวมิตร” ฉบับที่ 1ราคาฉบับละ 2บาท ปรากฎการ์ตูนที่มีรูปร่างหน้าตาและลักษณะของตัวละครที่ดูคล้ายกับการ์ตูนโดราเอมอนของญี่ปุ่น แต่เป็นฉบับที่ถูกวาดขึ้นมาใหม่พร้อมทั้งการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาบางส่วน โดยเฉพาะชื่อตัวละครอย่างโดราเอมอนก็เปลี่ยนเป็น “ดัมมุ” ...โนบิตะก็เปลี่ยนเป็น “ชิโร่” ส่วนชื่อเรื่องคือ “คัมมุ จอมมหัศจรรย์” ซึ่งด้วยรูปแบบดังกล่าวจึงน่าจะเป็นการเข้ามาประเทศไทยเป็นครั้งแรก

และที่น่าแปลกก็คือ โดราเอมอน เวอร์ชั่น “ดังมู” เข้ามาในประเทศไทย ภายหลังจากเปิดตัวในญี่ปุ่นได้เพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น ที่สำคัญคือตอนนั้นโดราเอมอนในญี่ปุ่นยังไม่ได้รับความนิยมเท่าใดนัก ซึ่งก็เช่นเดียวกันกับดัมมุก็ไม่ประสบความสำเร็จและเงียบหายไปจากแผงหนังสืออย่างเงียบๆเช่นกัน กว่าโดราเอมอนจะได้กลับมาบนแผงหนังสือไทยอีกครั้งก็ต้องรออีก 7ปีต่อมา แต่คราวนี้มาในรูปแบบต้นฉบับจริง เมื่อนิตยสารการ์ตูนรายเดือนอย่างทีวีไลน์ ของสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ เลือกโดราเอมอน มาเป็นการ์ตูนเรื่องใหม่ฉบับที่ 36ประจำเดือนกุมภาพันธ์  ค.ศ. 1978โดยตีพิมพ์โดราเอมอนตอนแรกตามลายเส้นที่เป็นต้นฉบับจริงของญี่ปุ่น ในชื่อเรื่องว่า “โดรามอน สัตว์ผู้น่ารัก” แต่เสียงตอบรับยังไม่ดีเท่าที่ควรและทำให้โดราเอมอนหายเงียบไปอีกครั้ง

 

แต่ในที่สุดโดราเอมอนก็กลับมาปรากฏบนแผงหนังสือเมืองไทยอีกครั้ง ถือเป็นการกลับมาในระดับที่เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์เลยทีเดียว เพราะไม่ต้องอาศัยการประชาสัมพันธ์ใดๆมาช่วย โดยการกลับมาครั้งนี้เป็นผลจากการชื่นชมจากปากต่อปากทั้งสิ้น ดังนั้นจึงทำให้ดังระเบิดในเวลาต่อมา ซึ่งสำนักพิมพ์มิตรไมตรี สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจเข้าเก่าที่เคยพิมพ์โดราเอมอนมาก่อนแล้ว ได้พิมพ์โดราเอมอนออกมาอีกครั้งในช่วงปี ค.ศ.1981จนเกิดเป็นกระแสนิยมมากขึ้น และเกิดการแข่งขันกันออกโดราเอมอนฉบับพ็อคเก็ตบุ๊คสู่ตลาดเพิ่มมากขึ้นและถี่ขึ้น จนมาถึงประมาณกลางปี ค.ศ.1982พบว่ามีสำนักพิมพ์ในบ้านเราที่พิมพ์โดราเอมอนออกสู่ตลาดในช่วงเวลาเดียวกันมากถึงกว่า 9สำนักพิมพ์เลยทีเดียว

 

 จากผลพวงของความสำเร็จบนสื่อสิ่งพิมพ์ได้ส่งผลให้โดราเอมอนมีโอกาสปรากฏตัวบนจอภาพยนตร์ไทยเป็นครั้งแรกในชื่อตอน “โดเรมอน ผจญไดโนเสา” เข้าฉายวันที่ 21สิงหาคม ค.ศ.1982ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้ชมจนสามารถทำรายได้มากถึง 2ล้านบาท เพียงอาทิตย์เดียวหลังจากนั้นโดราเอมอนฉบับภาพยนตร์ก็เข้าฉายอีกครั้งในตอน “โนบิตะนักบุกเบิกอวกาศ” แต่ผลตอบรับไม่ดีอย่างครั้งแรก เพราะช่อง 9ได้นำการ์ตูนโดราเอมอนตอนปกติมาออกอากาศฉายในช่วงเวลานั้นพอดี  จากกระแสโดราเอมอนในระดับที่เรียกได้ว่าเป็น “ปรากฎการณ์” ที่เกิดขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1981-1982ส่งผลให้โดราเอมอนมีโอกาสได้ไปปรากฏตัวในหนังสือพิมพ์หัวเขียวของเมืองไทย โดยตีพิมพ์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 29กรกฎาคม ค.ศ. 1982ในชื่อเรื่องว่า “โดราเอมอน แมวจอมซน” พร้อมกับสโลเกนที่ว่า “การ์ตูนยอดฮิตเอเชีย” และได้ตีพิมพ์วันละตอน จึงทำให้เด็กได้อ่านทุกวัน  เรียกได้ว่ากระแสโดราเอมอนนับวันยิ่งโด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งมาแจ้งเกิดในทีวีไทยอย่างช่อง 9อ.ส.ม.ท. ในวันที่ 5สิงหาคม ค.ศ.1982ถือเป็นปรากฏการณ์โดราเอมอนที่น่าสนใจมากที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมการ์ตูนบ้านเรา เพราะกว่าที่โดราเอมอนฉบับลิขสิทธิ์จากต้นสังกัดญี่ปุ่นจะได้รับการตีพิมพ์ ก็ต้องรอถึงปี ค.ศ.1994เมื่อลิขสิทธิ์การ์ตูนเริ่มมีบทบาทมากขึ้นในประเทศไทย และสำนักพิมพ์ที่ได้รับสิทธิ์อย่างถูกต้องจากต้นสังกัด Shogakukan นั่นคือ สำนักพิมพ์ เนชั่น เอ็ดดูเทนเมนท์ ซึ่งถือเป็นการแจ้งเกิดโดราเอมอนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรูปแบบงานลิขสิทธิ์ถูกต้อง และมีผลงานตีพิมพ์ออกมากมาย ตั้งแต่ราคา 25บาท จนปัจจุบันมีการปรับโฉมในราคา 55บาท

 

 จากกำเนิดในแต่ละช่วงที่เข้ามาอยู่ในใจของผู้คนเรียกได้ว่าทั่วโลก มากว่า 40ปี ทุกคนจะจดจำได้เสมอไม่ลืมและอยากที่จะมีเจ้าแมวอ้วนกลมตัวสีฟ้าที่พุ่งออกมาจากโต๊ะหนังสือในห้องสักตัว ให้มาช่วยเติมฝันและจินตนาการ ทั้งอยากจะให้มีชีวิตขึ้นมาจริงๆบนโลกใบนี้  โดยทางญี่ปุ่นผู้เป็นบุคคลที่ให้กำเนิดโดราเอมอนก็พยายามที่จะทำให้โดราเอมอนอยู่ในใจของผู้คนทั่วโลกไปให้ได้นานที่สุด ดังจะเห็นได้ว่ามีการทำการตลาดและกิจกรรมต่างๆมาโดยตลอด นอกจากนี้แล้วโดราเอมอนยังเคยได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลที่น่ายกย่องที่สุดในเอเชียมาแล้ว (เมษายน 2002) โดยโดราเอมอนเคยเป็นหนึ่งในบุคคลที่น่ายกย่องที่สุดในเอเชีย เมื่อนิตยสารที่ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกอย่างนิตยสาร Time เคยจัดอันดับ 25บุคคลที่น่ายกย่องที่สุดในเอเชียประจำปี 2002  และผลปรากฎว่ามีเจ้าแมวอ้วนตัวสีฟ้าติดอันดับกับเขาด้วย เหตุผลก็เนื่องจากเป็นการ์ตูนที่ประสบความสำเร็จในหลายๆด้านนั่นเอง

 

และในปี ค.ศ. 2008โดราเอมอนยังได้รับตำแหน่งทูตสันถวไมตรีแอนิเมะตัวแรกของญี่ปุ่นอีกด้วย

 

ทางด้านเจ้าผู้สร้างสรรค์การ์ตูนโดราเอมอนนั้น  อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ เพิ่งมีการเปิด Fujiko .F. Fujio Museum ไปเมื่อวันเกิดของโดราเอมอนเมื่อปีที่แล้ว (3กันยายน ค.ศ. 2011) โดยได้รวบรวมผลงานทั้งหมดของ อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ไว้ในพิพิธภัณฑ์ ที่ตั้งอยู่เมืองคาวาซากิ ทางตอนใต้ของโตเกียว  ซึ่งภายในพิพิธภัณฑ์ มีทั้งหมด 3ชั้น แต่ละชั้นแบ่งออกเป็นห้องๆ แสดงผลงานต้นฉบับของโดราเอมอน ตั้งแต่ตอนแรก รวมไปถึงคิวทาโร่ มามิ ปาร์แมน คิเตเร็ทซึ  โดยผลงานทั้งหมดเป็นแบบมัลติมีเดียและภาพนิ่ง ส่วนไฮไลท์ของที่นี่ก็คือโต๊ะทำงานของอาจารย์ ที่ยกของจริงมาทั้งโต๊ะ โดยจำลองบรรยากาศให้เหมือนสมัยที่เคยนั่งทำงาน ดังนั้น พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเป็นที่ที่เก็บเรื่องราวต่างๆของโดราเอมอน และของ อ.ฟูจิโกะ เอฟ ฟูจิโอะ ที่น่าดูชมสำหรับแฟนการ์ตูนโดราเอมอนอย่างยิ่ง

 

โดย : ปีกนกสีขาว

http://www.bangkokbiznews.com

แนะนำเมื่อ 27ต.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 6,966,745 ครั้ง