แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

เสี้ยวจันทร์ แรมไพร กับกรณีลอก-ไม่ลอก ของวิภาส ศรีทอง

 

 

 

เมื่อเดือนที่ผ่านมา มีเหตุการณ์หนึ่งที่สร้างกระแสกระเพื่อมเล็กๆ ให้กับแวดวงวรรณกรรมไทย เมื่อมีข่าวและสกู๊ปปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับว่า

 

"นักเขียนและนักวิจารณ์กลุ่มหนึ่ง ได้อ่านรวมเรื่องสั้น เวลาล่วงผ่านอุโมงค์ ของ วิภาส ศรีทอง และพบว่า มีเรื่องสั้นเรื่องหนึ่งที่ชื่อ W.S.6 Sept. ที่ยิ่งอ่านก็ยิ่งให้รู้สึกถึงความคล้ายคลึงกับเรื่อง Peeling จากหนังสือ The Fat Man in History ของ Peter Carey นักเขียนรางวัล Booker Prize ชาวออสเตรเลีย

 

ทั้งในแง่ของสัญลักษณ์ที่แม้ว่า W.S.6 Sept จะเปรียบเปรยด้วยรูปปั้น และ Peeling เสนอผ่านตุ๊กตาสีขาว แต่ทั้งคู่ก็ต้องการสะท้อนให้เห็นถึงการกะเทาะเปลือกที่ห่อหุ้มความเป็นมนุษย์, การพรรณนาบุคลิกลักษณะของตัวละครเด่นทั้ง 2 อากัปกิริยา รวมถึงภูมิหลังที่ไม่ธรรมดาของทั้งคู่, ความหม่นทึมในเรื่องราวที่ค่อยๆดำเนิน และกลวิธีการเล่าเรื่องตั้งแต่ต้น กลาง จนจบ และที่สำคัญคือการคลี่คลายในจุดไคลแมกซ์ของเรื่อง"

 

สิ่งที่ปรากฏเป็นการตั้งข้อสังเกตเพื่อให้บรรดานักอ่านได้พิจารณาด้วยใจยุติธรรมตามวิจารณญาณของตัวเอง หลังจากที่ทุกฝ่ายพยายามติดต่อนักเขียนในทุกวิถีทางทั้งก่อนและหลังตีพิมพ์เพื่อขอสัมภาษณ์ แต่จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถติดต่อได้ 

 

แม้กระทั่งบรรณาธิการของหนังสือเล่มนี้ เสี้ยวจันทร์ แรมไพร

 

ลองไปเปิดใจบรรณาธิการด้วยกัน

 

"ที่ออกมาขอบอกเลยว่า ไม่ได้หมายความว่าจะออกมาเพื่อปกป้องตัวนักเขียน แต่นักเขียนควรจะได้พูดคุยให้สัมภาษณ์กับสื่อ พูดคุยกับคนอ่าน แต่ปัญหาตอนนี้คือว่า ตัวบรรณาธิการเองก็โทรศัพท์เป็นร้อยๆ ครั้งตลอดเวลาทั้งเบอร์มือถือเบอร์บ้าน ส่งอี-เมลไปมากมาย ขอให้เขาออกมาพูดคุย งานของวิภาสดีมากเข้าขั้นมาตรฐานสากล ทั้งโครงเรื่อง ภาษา และการเล่าเรื่อง" เสี้ยวจันทร์อธิบายเหตุผลที่ออกมาพูดแทนนักเขียน ก่อนที่จะบอกอีกว่า เวลาที่ผ่านมาทั้งตนและวิภาสทำงานหนักร่วมกันมาทั้งคู่ 

 

"เราต่างให้เกียรติทำงานร่วมกัน มาปรับมาคัดสรรกันมากมายกว่าจะได้หนังสือเล่มนี้ เขาทุ่มเททำงานและตั้งใจ แต่ในระหว่างการทำงานก็เกิดบางคำถามขึ้นมา"

 

คำถามอะไร เราสงสัย

 

"เรื่องสั้นเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับโดเรมอน สงสัยว่าเป็นเรื่องแปลหรือเปล่าหรือแต่งเอง เพราะวิธีการสร้างของเขาแปลก ไม่เหมือนนักเขียนคนอื่น เขาก็ยืนยันว่าแต่งเอง"

 

ส่วนเรื่อง W.S.6 Sept. นั้นเสี้ยวจันทร์ก็บอกว่า

 

"เรื่องนี้เคยลงในนิตยสารอันเดอร์กราวด์ บูลทีนแล้ว ก็คิดว่าผ่านสายตามาในระดับหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นคนอ่านก็ชอบมาก ยังคิดเลยว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่มีใครออกมาพูดเรื่องนี้ หรือเป็นเพราะช่วงนี้กำลังใกล้เทศกาลซีไรต์หรือเปล่า" เสี้ยวจันทร์ย้อนถาม

 

แล้วสรุปว่า บรรณาธิการเองคิดว่าลอก ไม่ลอก หรือแรงบันดาลใจกันแน่

 

"ถ้าถามว่าลอกหรือไม่ลอก ต้องเป็นตัวนักเขียนที่ออกมาพูด แต่ก็ยอมรับว่ามีความใกล้เคียงสูงสัก 30% ได้ แต่ที่ปล่อยให้ผ่านไปตั้งแต่แรก ก็เพราะวิภาสเรียนหมอ ซึ่งต้องรู้เรื่องกายวิภาคความซับซ้อนในร่างกายมนุษย์อยู่แล้ว"

 

แล้วถ้าให้เทียบน้ำหนักระหว่าง 30% ที่เห็นว่าใกล้เคียง กับ 70% ที่เหลือ ส่วนไหนที่มีความสำคัญในเรื่องสั้นเรื่องนี้มากกว่ากัน เราถาม

 

"นักวิจารณ์อ่านหนังสือในมุมมองแบบหนึ่ง บรรณาธิการก็อ่านหนังสือในมุมมองอีกแบบหนึ่ง อาจจะเป็นการแปลงเหมือนหนัง หรือวิภาสอาจจะตั้งใจที่จะเล่นกับความคิด แบบเมื่อฉันทำแล้ว ฉันก็จะเป็นแบบนี้ ตรงนี้เขาต้องอธิบาย อย่าปฏิเสธการให้สัมภาษณ์" เสี้ยวจันทร์ตอบคำถามนี้

 

ซึ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น เสี้ยวจันทร์บอกว่า ขึ้นอยู่กับคำว่า เจตนาหรือไม่เจตนา ซึ่งมีแต่คนเขียนเท่านั้นที่รู้ ส่วนความรู้สึกส่วนตัวนั้น บรรณาธิการก็ว่า

 

"ถ้ามีคนมากระซิบว่าพี่ๆ ลองอ่านเรื่องของวิภาสเทียบกับฝรั่งดูซิ เราก็อาจรู้สึกว่าจริงรึเปล่า แต่พอตีพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์แล้ว ก็รู้สึกว่าจะแก้ตัวคงน่าเกลียด เพราะคืออนาคตของเขามีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ ถ้ายังเป็นนักเขียนอยู่ต้องออกมาพูด ถ้าไม่เผชิญหน้ากับความจริง กับสิ่งที่เกิดขึ้น จะเดินอย่างสง่างามได้ยังไง

 

"ถ้าเขาไม่มีเจตนาลอก โลกใบนี้ยังสวยงามอยู่ แต่ถ้าเขามีเจตนาที่จะทำอย่างนั้น จะเป็นบาปในใจซึ่งเป็นสิ่งที่เขารู้เอง โลกนี้ไม่มีอะไรใหม่ ขึ้นอยู่กับเจตนาของคนทำงานศิลปะ"

 

เสี้ยวจันทร์ยังบอกอีกว่า ถ้าจะให้ดีก็พิสูจน์ด้วยตัวเองไปเลยด้วยการอ่านเทียบทั้งสองเล่ม

 

และทั้งหมดก็คือความจริงในใจในฐานะบรรณาธิการ และสารที่ต้องการสื่อ

 

ส่วนใครจะมีมุมมองเช่นไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความเห็นส่วนบุคคลที่พิจารณาอย่างมีวิจารณญาณด้วยใจยุติธรรม

 

 

ขอบคุณเรื่องราวจาก มติชนออนไลน์

แนะนำเมื่อ 28ก.ย. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 6,985,324 ครั้ง