แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

เมื่อหนังสือเปียกน้ำ .....

 

 
ความเสียหายของเอกสารที่น้ำเป็นปัจจัยนั้นมีหลายลักษณะหลายปรากฏการณ์เกิดขึ้นในลักษณใหญ่โตบ้าง เล็กน้อยบ้างตามสภาพแตกต่างกันไป เช่น น้ำท่วม ไฟไหมที่ต้องใช้น้ำดับเพลิง ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติอย่างใหญ่หลวงต่อหนังสือ เอกสารและวัสดุอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากนี้การขาดความระมัดระวังและการละเลยกฎระเบียบของหน่วยงาน ปล่อยให้เอกสารเปียกถูกน้ำฝนสาด และดื่มน้ำขณะทำงานเกิดอุบัติเหตุกรดถูกเอกสารเหล่านี้ จะยังความเสียหายต่อเอกสาร หนังสือ รูปภาพและงานด้านอื่นๆ
 
เอกสาร หนังสือ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม และน้ำจากการดับเพลิงจะเสียหายมากที่สุด เพราะนอกจากเปียกน้ำ ยังมีโคลนเลน เศษเถ้าถ่านติดอยู่ด้วย ยากและลำบากต่อการช่วยเหลือและแก้ไข เพราะต้องใช้เวลา งบประมาณ อุปกรณ์ สถานที่ และเจ้าหน้าที่ผู้ชำนาญการเป็นพิเศษ
 
เมื่อเอกสารและหนังสือในหน่วยงานได้รับความเสียหายจากการเปียกน้ำ เนื่องจากน้ำท่วมและการดับเพลิงจะอยู่ในสภาพที่สับสนปนเป กระจัดกระจายทั่วไป สิ่งแรกที่ต้องปฏิบัติคือ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าบริเวณอาคาร โดยเด็ดขาด ค้นหาและขนย้ายนำเอาวัสดุที่เปียกน้ำออกมาอย่างระมัดระวัง เอกสารและหนังสือที่กองอยู่ทางเดินหรือระเบียงควรได้รับการขนย้ายก่อนและส่วนที่เปียกมากที่สุดกว่าเพื่อนคือส่วนที่อยู่ล่างสุดควรได้รับการขนย้ายออกมาเป็นอันดับแรกแล้วจึงขนย้ายส่วนที่เปียกเล็กน้อยออกมา ห้ามปิดเปิดตัวเล่มหนังสือ หรือร้อค้นเอกสารให้เสียรูปลักษณะโดยเด็ดขาด
 
องค์ประกอบในการตัดสินใจว่าจะไม่เก็บรักษาหนังสือเอกสารที่ถูกน้ำท่วมต่อไปนั้นมีดังต่อไปนี้
1. หนังสือเอกสารนั้นๆ ชำรุดเสียหายมากจนไม่อาจจะทำการซ่อม ดูแลรักษาให้คืนสู่สภาพเดิมได้
2. หนังสือเอกสารนั้นๆ ไม่มีคุณค่าที่จะเก็บรักษาไว้อีกต่อไป
3. หนังสือเอกสารนั้นๆ สามารถหามาทดแทนใหม่ได้
 
การพิจารณาตัดสินในเวลา วินาทีนี้จะต้องคำนึงถึงการใช้เวลาและแรงงานอย่างมีค่าและเป็นประโยชน์มากที่สุดอย่าเสียเวลากับการค้นหาข้นย้ายหนังสือพิมพ์ นิตยสารออกมา จะเป็นการถ่วงเวลาให้เอกสารและหนังสือที่มีคุณค่าความสำคัญอื่นๆ เพิ่มความเสียหายมากขึ้น
 
 
การปฏิบัติต่อวัสดุ เอกสารและหนังสือที่เปียกน้ำ
หลังจากการขนย้ายเอกสาร หนังสือที่เปียกน้ำออกมาอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ควรจะปฏิบัติต่อเอกสาร หนังสือที่เปียกน้ำเหล่านี้โดยรีบด่วน เพราะจะได้รับผลกระทบจากการเกิดเชื้อราได้ง่าย ซึ่งจะสามารถเกิดขึ้นและเจริญเติบโตภายใน 48 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวะอากาศสงบนิ่ง และอบอุ่นพอดี ดังนั้นควรปฏิบัติดังนี้
 
1. คัดแยกประเภทเอกสาร และจัดเข้าเป็นกลุ่มๆ (Sorting)
ประเภทของเอกสารและหนังสือจะมีทั้งเอกสารเป็นแผ่นเดี่ยว หนังสือเล่มที่พิมพ์ด้วยกระดาษธรรมดา กระดาษเคลือบผิวมัน (Coated Papers) และทำด้วยหนังสัตว์ รูปภาพ ภาพวาด(Painting) ฟิล์มและงานศิลปะอื่นๆ การคัดแยกแบ่งประเภทเข้าเป็นกลุ่มตามประเภทของวัสดุ หรือกระดาษที่ใช้ทำตลอดจนรูปลักษณะสภาพความเสียหาย โดยอยู่บนพื้นฐานคุณค่าความสำคัญของเอกสาร และหนังสือเป็นหลักการพิจารณาจะดำเนินการขั้นตอนต่อไปให้ทำตามลำดับง่ายไปหายาก คือ พิจารณาทำกับเอกสาร หนังสือที่พิมพ์ด้วยกระดาษธรรมดาก่อน แล้วจึงเป็นกระดาษเคลือบผิวมัน หนังสัตว์ รูปภาพ ภาพวาด และงานด้านอื่นๆ ตามลำดับ ถ้าเป็นเอกสารต้นฉบับ หนังสือหายากมีคุณค่ามากก็ควรจะมอบให้ผู้ชำนาญการเป็นผู้ทำจะดีที่สุด
 
2. การทำความสะอาด (Cleaning)
การทำความสะอาดจะทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น หนังสือจะต้องอยู่ในลักษณะปิดเล่ม เปิดน้ำล้างและเช็ดโคลนเลนที่ติดมากับหนังสือเบาๆ ด้วยผ้าฝ้ายอ่อนๆ หรือฟองน้ำ ไม่ขัดถูหรือเช็ดอย่างรุนแรง หรือพยายามแกะหรือแซะเอาโคลนออกด้วยแปรง หรือของแข็ง ไม่ควรใช้สบู่ ยาขจัดคราบสกปรก ผงซักฟอก ครีมน้ำยาต่างๆ เด็ดขาดเพราะจะเป็นอันตรายและเพิ่มความเสียหายแก่หนังสือมากขึ้น ให้ทำทีละเล่มเช่นเดียวกับรูปภาพ ภาพวาด และเอกสารอื่นๆ การล้างทำความสะอาดขณะหนังสือหรือเอกสารต่างๆ ยังเปียกอยู่นี้จะทำได้ง่ายและปลอดภัยกว่าเมื่อมันแห้งแล้ว
 
การทำความสะอาดชั้นวางเอกสาร พื้นห้อง ผนัง โต๊ะ เก้าอี้ อุปกรณ์ตกแต่งห้อง ฯลฯ พวก โคลนเลนที่อุดอยู่ตามรอยแยก ร่องรอยแตก ขัดล้างออกให้หมดด้วยสบู่ และน้ำที่ผสมฟอร์มาลีน ชนิด 37% ให้สะอาดและควรทำให้แห้งโดยเร็ว โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ทำด้วยไม้จะแห้งช้า และเป็นโลหะก็ระวังจุดด่างที่จะเกิดสนิมขึ้นด้วย
 
เนื่องจากหนังสือและเอกสารมีจำนวนมากไม่สามารถที่จะทำให้แห้ง (Drying) ได้ทั้งหมดในคราวเดียวกัน ภายหลังจากที่ทำความสะอาดแล้วให้รวบรวมหนังสือและเอกสารไว้ด้วยกัน และเพื่อไม่ให้หนังสือหรือเอกสารเหล่านี้แห้งและเกิดเชื้อราขึ้นก็นำไปแช่เย็น (Freezing) ในที่มีอุณหภูมิต่ำ (- 6 องศาเซลเซียส หรือประมาณ 20 องศาฟาเรนไฮร์) โดยให้ห่อหนังสือด้วยกระดาษห่อแช่เย็น (Freezer Paper) ป้องกันไม่ให้เกาะติดกัน หนังสือที่ยังไม่เข้าเล่มหรือเอกสารแผ่นเดี่ยวก็แยกห่อเป็นปึกหนาปึกละ 2 นิ้ว เตรียมห่อในห้องที่สะอาด และคลุมพื้นด้วยพลาสติก การนำไปแช่เย็นนี้เป็นการชะลอเวลาไว้สำหรับเอกสารที่จะนำมาวางแผนดำเนินการทำให้แห้งต่อไป
 
3. การทำให้แห้ง (Drying)
การทำให้แห้งจะกระทำกับเอกสารทุกประเภทที่เปียกน้ำ ขั้นตอนหรือวิธีการจะพิจารณาทำตามความเหมาะสมกับขนาดและสภาพความเสียหายของเอกสารและหนังสือ สามารถทำได้ทั้งกับห้องธรรมดาที่มีประตูหน้าต่างระบายถ่ายเทอากาศได้ดีอย่างสม่ำเสมอ และห้องปรับอากาศ(Air conditioned room) ที่ปิดมิดชิด วิธีการนี้ใช้พัดลมเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้แห้งเรียกวิธีนี้ว่า Fanned drying ซึ่งพัดลมต้องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง กว่าหนังสือจะแห้งต้องใช้เวลาหลายวัน การทำให้แห้งวิธีนี้ถ้าเป็นหนังสือที่เล่มไม่หนามากนักให้เปิดแบ่งกลางเล่มหนังสือเบาๆ นำมาแขวนไว้กับราวเชือกตากผ้า (Clothes line) ที่ขึงไว้ภายในห้องที่ปูรองพื้นไว้ด้วยกระดาษซับ (Blotter paper) หรือพลาสติก ถ้าเป็นหนังสือเล่มเล็กค่อนข้างหนา แต่ไม่สามารถจะตั้งบนพื้นได้ก็แบ่งหนังสือแขวนตากบนราวเชือกตากผ้าควบสองเส้นขนานกันก็ได้
 
ถ้าเป็นหนังสือเล่มใหญ่ขนาดหนามาก ปกและสันหนังสือยังแข็งแรงไม่แตกแยกออกจากกันสามารถตั้งได้พยายามเปิดเบาๆ ตั้งคว่ำลงบนโต๊ะที่ปูพื้นด้วยกระดาษซับ หรือกระดาษขาวธรรมดา (Plain paper) หรือเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบๆ ให้สันปกหนังสืออยู่ด้านบนหรือตั้งขึ้นโดยส่วนหัวหรือท้ายหนังสือเป็นรูปสามเหลี่ยม ให้สันปกหนังสือตั้งฉากกับพื้นโต๊ะก็ได้แต่ทั้งสองวิธีนี้จะทำให้ส่วนกลางหนังสือหย่อน และห้อยย้อยลงมาถ้าเปียกน้ำมากๆ บางเล่มสันปกหนังสือแตกหรือโก่งงอเพราะเปียกน้ำมาก ไม่สามารถตั้งได้ใช้ที่ตั้งเก็บหนังสือ (bookends) หรือกระดาษแข็งสะอาดๆประกบด้านหน้าและหลังหนังสือประคองไว้ หรือวางแนวราบก็ได้และแก้ไขด้วยการใช้กระดาษซับ หรือกระดาษขาวธรรมดาตัดเท่ากับขนาดของหนังสือสอดแทรก (Interleaving) เข้าไประหว่างหน้าหนังสือ โดยแบ่งเป็นระยะ 2 , 4 หรือ 10 แผ่นต่อแผ่นสอดแทรกหนึ่งแผ่น (ขึ้นอยู่กับขนาดของหนังสือ) เพื่อช่วยประคองตัวเล่มให้ตั้งไว้และช่วยดูดซับน้ำด้วย พยายามเปลี่ยนกระดาษซับ หรือกระดาษขาวธรรมดาทั้งบนโต๊ะและที่สอดแทรกบ่อยๆ เมื่อมันเปียกน้ำ ถ้าหนังสือแห้งหมาดๆ หรือแห้งสมบูรณ์ดีบางส่วนและชื้นบางส่วน เช่น ปกหนังสือให้เปิดพัดลมเพดานและพัดลมตั้งโต๊ะช่วยพัดให้แห้งสนิท ถ้าเป็นกรณีห้องธรรมดาปัญหาเชื้อราจะควบคุมได้ระหว่างการทำให้แห้ง เพราะลมจากพัดลมช่วยให้อากาศภายในห้องหมุนเวียนถ่ายเทระบายออกไปได้ดี แต่ถ้าเป็นห้องปรับอากาศที่ปิดมิดชิด ควรควบคุมความชื้นอยู่ในระดับ 35 - 50 % โดยใช้เครื่องขจัดความชื้น(Dehumidifier) ช่วย ขณะเดียวกันก็เปิดพัดลมด้วยเพื่อทำให้แห้งไวขึ้นและจะช่วยทำให้อากาศหมุนเวียนไม่สวบนิ่ง ซึ่งเป็นการควบคุมการเกิดเชื้อราด้วย
 
เอกสารหรือหนังสือประเภทที่ทำด้วยกระดาษเคลือบผิวมัน (Coated Paper) เช่น ภาพวาด (painting) และภาพพิมพ์สีน้ำ หรือรูปภาพประกอบหนังสือ ฯลฯ การทำให้แห้งต้องทำด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เปิดเล่มหนังสือแยกออกจากกันในขณะที่มันเปียกอยู่เบาๆ ไม่ควรทิ้งไว้จนแห้ง รูปภาพจะติดกันกับภาพแผ่นอื่น หรือหน้ากระดาษหนังสือ ทำให้แยกออกจากกันได้ยาก รูปภาพจะเสียหาย ใช้แผ่นกระดาษซับ หรือแผ่นแทรกโพลีทีนฟอยล์ (Polythene foils) สอดแทรกเข้าแทนระหว่างรูปภาพ จะวางหนังสือแนวตั้งหรือแนวราบก็ได้ พยายามเปลี่ยนกระดาษซับบ่อยๆ เมื่อมันเปียก? เมื่อแห้งหมาดๆ หรือพอจะตั้งเล่มได้ให้เปิดพัดลมเป่าให้แห้งสนิทอีกครั้งหนึ่ง
 
หนังสือที่ทำด้วยหนังสัตว์ (Leather หรือ Vellum) การทำให้แห้งจะทำในลักษณะเดียวกันกับหนังสือที่ทำด้วยกระดาษธรรมดาทั่วไปก็ได้ ระยะเวลาจะนานกว่า เพราะความชื้นมีมากเมื่อเห็นว่าหนังสือเกือบจะแห้งให้ใช้ของหนักๆ หรือแท่นอัดกดทับ ช่วยทำให้ปกและรูปเล่มเรียบ ทิ้งไว้ในห้องที่มีอากาศระบายถ่ายเทได้ดีจนกว่าจะแห้งสนิท หรือกรณีที่มีจำนวนมากไม่สะดวกที่จะจัดการได้เอง ให้นำมาใส่ถุง Polyethylene เป็นถุงพลาสติกอ่อนนิ่มกึ่งโปร่งแสง (translucent) เก็บไว้ในห้องที่มีความชื้นสูงๆ แล้วรอให้ผู้ชำนาญการมืออาชีพจัดการ
 
เอกสารแผ่นเดี่ยวที่เก็บในกล่องหรือในลิ้นชัก เมื่อเปียกน้ำจะเกาะติดกันเป็นปึกหรือเป็นกองเอกสารที่เปื้อนโคลนถ้าหมึกไม่ละลายน้ำควรล้างก่อนนำแช่เย็น (Freezing) ถ้าเป็นหมึกละลายน้ำนำไปแช่เย็นไว้ก่อนแล้วส่งให้ผู้ชำนาญการจัดการต่อไป อย่าพยายามพลิกกล่องหรือลิ้นชักเพื่อเอาเอกสารออกเพราะการจับดึงเอาเอกสารออกจากกันจะทำให้ฉีกขาด นำเข้าเครื่องอบแห้งสูญญากาศ (Freeze and Vacuum Drying) หรือแช่เย็นในลักษณะที่เป็นอยู่จะดีกว่าเมื่อมันแห้งจะแยกออกจากกันได้ง่าย ในกรณีที่เอกสารมีจำนวนน้อยไม่สะดวกที่จะอบเพื่อเป็นการประหยัด การทำให้แห้งด้วยมือก็เป็นสิ่งจำเป็นที่จะทำได้แม้จะเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสมก็ตาม การทำให้แห้งด้วยมือ ผู้ทำต้องมีทักษะความอดทน ละเอียดรอบคอบและชำนาญเพราะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยคือแผ่นฟิล์ม และแผ่นโพลีเอสเตอร์ (Polyester Film and Polyester Nonwoven and Web) วิธีการก็คือ ทำให้แผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์ (Polyester film) ชื้นก่อน แล้วประกบลงบนเอกสารที่เปียกบนกอง จับมุมใดมุมหนึ่งดึงมาพร้อมกันเบาๆ แล้ววางลงบนโต๊ะซึ่งปูรองพื้นด้วยกระดาษซับแล้วใช้แผ่นโพลีเอสเตอร์ที่แห้งแบบหยาบหรือแบบทอ (Polyester Nonwoven and Web) ที่มีขนาดใหญ่กว่าประกบลงด้านบนแล้วพลิกกลับ จากนั้นดึงแผ่นฟิล์มโพลีเอสเตอร์ (Polyester film) ออกแล้วนำแผ่นโพลีเอสเตอร์ที่แห้งแบบหยาบหรือแบบทออีกแผ่นหนึ่งประกบลงด้านบนอีกทีหนึ่งเป็นลักษณะที่ว่า เอกสารเปียกอยู่กลางและแผ่นโพลีเอสเตอร์แบบหยาบหรือแบบทอประกบอยู่ด้านบนและด้านล่าง (Polyester Web - Wet sheet - Polyester Web) ทำทีละแผ่นจนหมดกอง จากนั้นจะวางตากบนโต๊ะ หรือบนราวเชือกไนล่อน (clothesline) จะตากในห้องปรับอากาศ (Air Conditioned room) หรือในห้องธรรมดาที่มีการระบายถ่ายเทอากาศที่ดีก็ได้แต่ต้องใช้พัดลมช่วย
 
เอกสารที่มีขนาดใหญ่เช่น แผนที่ แบบแปลน หรือเอกสารหนังสือสำคัญ ประกาศนียบัตรฯลฯ เปียกน้ำ ถ้าจะนำมาทำให้แห้งทีเดียวพร้อมกันทั้งหมด ควรจะแยกออกจากกันเป็นแผ่นเดี่ยว โดยใช้กระดาษซับคั่น เพื่อป้องกันเชื้อราและไม่ให้ติดกัน ถ้าติดอยู่ในกรอบไม้หรือกระดาษบางทีก็อาจจะอยู่ในกล่องให้แกะออกจากกล่องและกรอบนั้นก่อน สำหรับเอกสารประเภทนี้ถ้าสภาพความเสียหายแค่เปียกน้ำเท่านั้น การทำให้แห้งก็น่าจะเพียงพอแล้วอัดให้เรียบ โดยคั่นระหว่างกระดาษซับภายใต้แท่นอัดเบาๆ ส่วนที่ชำรุดฉีกขาดก็เข้าขบวนการซ่อมบูรณะภายหลัง
 
ในกรณีที่เป็นเอกสารประเภทรูปภาพสีเดียว (Monochrometic) หรือขาวดำ ภาพสี ฟิล์ม(Film) และ ไมโครฟิล์ม (Microfilm) หลังจากล้างโคลนเลนออกแล้ว ให้นำใส่ถุงพลาสติกโพลีเอธทีลีน (Polyethylene) ซึ่งมีลักษณะอ่อนนิ่มโปร่งแสงเล็กน้อยแต่กันความร้อน การขูดขีด ไม่ละลายในสารละลายใดๆ ปิดผนึกให้แน่นแช่ลงในถังใส่น้ำเย็นเพื่อรอให้ผู้เชี่ยวชาญ หรือส่งองค์การหน่วยงานที่ชำนาญการมืออาชีพดำเนินการแก้ไขต่อไป การแช่ในน้ำเย็นจะช่วยชะลอเวลาไม่ให้รูปภาพเสียหายมากขึ้น แต่ถ้าเป็นรูปภาพขาวดำจะแช่ได้ไม่เกิน 3 วัน และภาพสีไม่เกิน 2 วัน มากกว่านี้จะทำให้สารเคลือบ (Emulsion) แตกตัวออกจากกระดาษอัดขยายรูปภาพ และเสียไปในที่สุด การแช่เย็น (Freezing) ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะช่วยชะลอเวลาแต่ไม่เหมาะสมเพราะถ้าแช่นานเกล็ดน้ำแข็ง (Ice crystal) จะเกาะผิวหน้าของรูปทำให้สารเคลือบ (Emulsion) แตกกร่อนเสียหายหรือเป็นรอยขีดข่วน
 
Freeze Drying เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถทำให้หนังสือและเอกสารแห้งได้จำนวนคราวละมากๆ โดยวิธีการแช่เย็นเอกสารและหนังสือก่อน แล้วนำเข้าเครื่องอบแห้งด้วยสูญญากาศ (Freeze and Vacuum Drying) เครื่องอบจะทำให้น้ำที่แข็งตัวระเหยกลายเป็นไอออกมาจากเอกสารและหนังสือ โดยที่ไม่ละลายเป็นน้ำก่อน Freeze Drying นี้ต้องใช้อุปกรณ์เครื่องมือและช่างผู้ชำนาญการพิเศษเฉพาะงาน ค่าใช้จ่ายจึงสูงมาก
 
 
วัสดุ หนังสือ และเอกสารขึ้นรา (Moldy Materials)
เมื่อเชื้อราเริ่มจะปรากฏขึ้นบนหนังสือ และเอกสารที่เปียกชื้น ให้แยกเก็บหนังสือและเอกสารไม่เป็นราออกห่างจากกัน นำแช่เย็น (Freezing) เพื่อชะลอเวลาไม่ให้เชื้อราเกิดขึ้น การทำให้แห้ง (Drying) โดยวิธี Fanned และ Freeze Drying อย่างเร่งด่วนเป็นสิ่งจำเป็น แต่ก็เป็นเพียงการทำให้แห้งเท่านั้นเชื้อราไม่ได้ถูกกำจัดไปด้วย เมื่อเอกสารและหนังสือแห้งสนิทแล้วให้นำเข้าห้องอบฆ่าเชื้อราทันทีถ้าทำได้โดยอบในห้องอบสูญญากาศด้วยสารละลายเอธธีลีน อ็อกไซด์ (Ethylene Oxide) หรืออบในตู้อบธรรมดาด้วยสารละลายไทมอร์ (Thymol)
 
การควบคุมเชื้อราอีกวิธีหนึ่ง คือ การแทรกหน้าหนังสือทุกๆ 5 แผ่น หรือระหว่างเล่มด้วยกระดาษขนาดเท่าตัวเล่มหนังสือหรือเล็กกว่า จุ่มสารละลายเคมีที่มีฤทธิ์กำจัดหรือสกัดกั้นเชื้อราไม่ให้แพร่กระจายได้ เช่น ไทมอร์ (Thymol) ซึ่งเตรียมจากเกล็ดไทมอร์ (Thymol Crystal) ชนิด 10 ? 15% ละลายในตัวทำละลายอีทานอล (Ethanol) อาซีโตน (Acetone) หรือไทรโครอีเทน (Trichlorethane) ในอัตราส่วน 1 ปอนด์ (454 กรัม) ต่อตัวทำละลาย 1 แกลลอน เสร็จแล้วผึ่งลมให้แห้งสนิท หรือบางทีอาจจะใช้พ่นลงบนตัวเล่มหนังสือเลยก็ได้ หรือจะจุ่มลงในสารละลายโทเพน (Topane)ซึ่งเป็นสารละลายเคมีที่ควบคุมและป้องกันเชื้อราในกล่อง หรือถุงที่ปิดฝามิดชิดได้ดี พยายามเปลี่ยนแผ่นไทมอร์ และโทเพนบ่อยๆ จนเห็นว่าเชื้อราหยุดการแพร่กระจายและหยุดการเจริญเติบโตแล้ว
 
อนึ่งเชื้อราที่ตายและแห้งติดกับตัวเล่มหนังสือก็ให้ใช้แปรงปัดและใช้ผ้าแห้งสะอาดเช็ดออกเบาๆ อย่าพยายามเช็ดหรือปัดออกในขณะที่หนังสือหรือเอกสารยังเปียกอยู่เพราะจะทำให้เชื้อรากระจายฝังลึกเข้าไปในปกหรือหน้าหนังสือได้
 
การเตรียมแผ่นไทมอร์ (Thymol ? Impregnated Sheets) เพื่อจะใควบคุมเชื้อรา ไอของเกล็ดไทมอร์ และสารเคมีตัวทำละลายเหล่านี้มีพิษ และติดไฟง่าย ควรเตรียมในห้องที่อากาศถ่ายเทได้ดี ควรมีถุงมือยาง แว่นป้องกันตา (goggles) หน้ากากป้องกันพิษ (Respirator) ผู้เตรียมต้องสวมใส่ป้องกันตัวเองแผ่นกระดาษที่ตัดตามขนาดของหนังสือที่จุ่มสารละลายไทมอร์แล้วนำมาทำให้แห้งโดยวางบนโต๊ะที่ปูรองพื้นด้วยกระดาษซับ และแผ่น Polyethylene หรือแผ่นมุ้งตาข่ายพลาสติก จะทำให้แห้งไว แล้วนำมามัดรวมกันตามขนาด ห่อด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ (Aluminum Foils) หรือ Polyethylene เก็บในที่แห้งและเย็นการห่อเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะไทมอร์จะระเหยเร็ว(Volatility)
 
เมื่อเอกสารและหนังสือผ่านกระบวนการทำให้แห้งมาเป็นอย่างดีแล้ว ควรจะแยกออกจากกันตามสภาพความชำรุดเสียหายเพื่อเข้าขบวนการซ่อมบูรณะฟื้นสภาพ ซึ่งบางส่วนอาจจะส่งกลับคืนชั้นเก็บเดิมได้เลย บางส่วนอาจจะเพียงต้องการทำให้เรียบ และหลายเล่มอาจจะพบปัญหาเพียงปกถูกทำลายฉีกขาดเท่านั้น ไม่ควรเสียเวลาบูรณะกับส่วนที่สามารถหาใหม่มาทดแทนได้ ส่วนที่ต้องการซ่อมบูรณะฟื้นสภาพจริงๆ ควรเป็นส่วนที่หายาก มีคุณค่าความสำคัญต่องานค้นคว้าวิจัย การศึกษาหรืออื่นๆ ที่มีมติเห็นว่าสมควรจะซ่อมเท่านั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ผู้เชี่ยวชาญการซ่อมบูรณะมืออาชีพจะต้องเข้ามาช่วยเหลือทำการซ่อมบูรณะตามสภาพความเสียหายจริง ให้คำแนะนำ คำปรึกษาแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยเหลืองานการล้าง การแยกแผ่นหน้าหนังสือหรือเอกสาร การผนึก การเคลือบ การซ่อมเย็บเล่ม การให้หมายเลขรหัสประจำหนังสือหรือเอกสาร หมายเลขกล่อง และการบันทึกปฏิบัติงานต่างๆ และอื่นๆ เพื่อที่จะให้เจ้าหน้าที่ได้เรียนรู้งานเป็นการลดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลา จุดประสงค์สำคัญคือ เตรียมความพร้อมแก่เอกสารและหนังสือเก็บขึ้นชั้นเพื่อนำออกบริการแก่ผู้อ่านได้รวดเร็วทันกาล
 
ความเสียหายของเอกสารและหนังสือที่เกิดจากน้ำมักจะเกิดขึ้นได้เสมอ ทั้งตามธรรมชาติและอุบัติเหตุ ผลที่ตามมาคือความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง แต่เอกสารและหนังสือที่มีคุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหน่วยงานจดหมายเหตุและห้องสมุด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสาร ควรจะมีการคาดการณ์ล่วงหน้าว่าจะวางแผนหรือหามาตรการที่ดี ที่จะนำมาปฏิบัติอย่างไร จึงจะให้เหมาะสมกับวัสดุ เอกสารและหนังสือแต่ละจำพวก แต่ละกลุ่มที่ได้รับความเสียหายได้ถูกต้องเช่นอาจจะบรรจุแผน หรือมาตรการสำหรับการป้องกัน การกู้ภัย ช่วยเหลือเอกสารและหนังสือภายหลังได้รับความเสียหาย และการฟื้นสภาพ การซ่อมบูรณะการหาใหม่มาทดแทน การหามาตรการจัดสรรงบประมาณสนับสนุน การดำเนินการติดต่อหน่วยงานภายนอกที่จะช่วยเหลือด้านสถานที่เก็บชั่วคราว และห้องอบแช่เย็น การจัดจ้างผู้ชำนาญการมืออาชีพ หรือนักวิชาการด้านต่างๆ มาฝึกอบรมแก่เจ้าหน้าที่อยู่เป็นประจำหรือมีการจัดตั้งหน่วยหรือทีมผู้บรรเทาภัยหรือกู้ภัยขึ้นมา พร้อมกับทั้งวางแผนปฏิบัติที่ดีพร้อมเมื่อเกิดเหตุขึ้น เป็นต้น เหล่านี้น่าจะเป็นหนทางออกที่ดี ถึงแม้จะไม่เป็นหนทางที่รับประกันได้ว่าเหตุการณ์จะไม่เกิดขึ้น แต่ก็ช่วยลดอัตราความเสี่ยงลงและช่วยให้เกิดความอุ่นใจและมั่นใจมากยิ่งขึ้น
 
 
หนังสืออ้างอิง
Cunha ,George martin."When Diaster Strikes", Conservation of Library Materials. 2 Vols. Metuchen, 
N.J., Searecrow? Press. 1971.
C.U.L. Dept. of Conservation ? The Air Drying of Wet Books. New York. (1975) 1-2
Northeast Document Conservation Center. When Diaster Strikes, Abbot Hall, School Street Andover, 
MA. (1981) 1-9
 
จากแฟนเพจ Thai Book Swap & Book Review
ถาวร รัตนา : ผู้เรียบเรียง
แนะนำเมื่อ 28ก.ย. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 7,150,171 ครั้ง