แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

อุทิศ เหมะมูล การเดินทางเพื่อจุดที่สูงกว่าเดิม

 

 
สิ่งหนึ่งที่ยากยิ่งของมนุษย์ คือการทำสิ่งที่ใครๆ คิดว่า "ดีแล้ว" เป็นจุดสูงสุดของคนคนนั้นแล้ว ให้ดียิ่งกว่าเดิม
 
หลายคนท้อ บางคนถอย 
 
แต่สำหรับ "อุทิศ เหมะมูล" ผู้คว้าซีไรต์จากนวนิยาย "ลับแล, แก่งคอย" นี่คือความท้าทายอย่างยิ่ง
 
"ลักษณ์อาลัย" นวนิยายเล่มล่าสุด คือบทพิสูจน์ความพยายามของเขา"
 
"ตั้งใจเขียนเป็นไตรภาคของเมืองแก่งคอย โดยยึดเรื่องพื้นที่เอาไว้ แต่ไม่ใช่งานอ่านต่อเนื่องนะ แยกส่วนได้ เพราะคนละเรื่อง คนละประเด็น ตัวละครคนละชุด" อุทิศในวัย 37 อธิบายด้วยรอยยิ้มกว้าง
 
ก่อนบอกว่านี่จะเป็นของขวัญสำหรับชีวิตเขาในช่วงทศวรรษนี้
 
"มันเกิดขึ้นจากตอนเขียนลักษณ์อาลัย วูบขึ้นมาอย่างเป็นจริงเป็นจังว่า น่าทำ น่าจะทำให้เป็นงานชิ้นสำคัญในชีวิตของเรา เขียนนิยาย 3 เรื่องในชุดเดียวกันให้จบในอายุ 40 เหมือนเป็นโครงการระยะยาวในช่วงทศวรรษ พอ 40 ก็จะเปลี่ยนไปเล่าเรื่องราวอื่นๆ เพราะเหมือนมีเรื่องติดค้าง โดยเฉพาะเรื่องที่ 3 ของชุด คือ "จุติ" ซึ่งจะเข้าไปสู่ตำนาน เรื่องเล่า อภินิหาร ชาติภพ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นที่เคยปรากฏอยู่ในพงศาวดารเรื่องเล่าท้องถิ่น ตั้งแต่ยังไม่มีการแบ่งเขตแดนหรือสร้างความเป็นรัฐชาติขึ้นมาบนโลกใบนี้ คือเราสนุกกับมันที่จะจับเอาเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยตรงนี้ มาเล่าเป็นชุดเรื่องเล่าขึ้นมา"
 
ท่ามกลางเรื่องเล่ามากมายจุดร่วมหนึ่งในงานของอุทิศคือปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน พื้นที่ บาดแผลของความสัมพันธ์ และวัฏสงสารของมนุษย์
 
 
 
"มันเป็นเรื่องที่น่ารื่นรมย์" อุทิศว่าพร้อมหัวเราะ
 
"ในความเข้าใจทั่วไป วัฏสงสารคือสัจธรรมที่ต้องปลดปลง แต่เรารู้สึกว่าภาวะเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องน่าค้นหาและมหัศจรรย์ มันมีแรงกระทบอะไรหลายอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิต เราเจอความตายผ่านคนอื่น ความตายอย่างกะทันหันกระทบเรามากนะ มีผลกับความคิด ความรู้สึก การจะลุกขึ้นมาเขียนเรื่องสำหรับเราคือการให้กำเนิดชีวิต กลายเป็นพื้นที่สำหรับสร้างความเข้าใจให้ตัวเรา"
 
และหนึ่งในการสร้างความเข้าใจก็กลายเป็นหนังสือนิยายที่เขาตั้งใจไว้ในช่วงแรกว่าจะเป็นหนังสืองานศพให้พ่อ -"ลักษณ์อาลัย"
 
"ตั้งใจนานแล้ว เป็น 10 กว่าปี ค่อยๆ ปล่อยแช่มันไว้ จนกว่าเราจะตอบคำถามได้ เช่น เขียนเพื่ออะไร ทำไม ถ้าเป็นความพอใจส่วนตัว โดยไม่ตอบสิ่งอื่นๆ โดยเฉพาะคุณค่าของวรรณกรรมในนามของนักเขียนก็ไม่ควรจะเขียนออกมา จนท้ายที่สุด ช่วงที่เขียนลับแล, แก่งคอย แล้วทำงานพิสูจน์อักษรก็ได้อ่านงานต่างๆ มากขึ้น งานโรมานซ์ วัยรุ่น จนถึงงานรุ่นเก่าๆ แบบกาญจนา นาคนันท์ แล้วก็อ่านพงศาวดารด้วย ทำให้ความคิดที่อยากทำหนังสืองานศพกลับมา โดยหนังสืองานศพเป็นที่ประชุมของสรรพความรู้ต่างๆ ในอดีตสำหรับเรา"
 
พูดอย่างนี้อาจรู้สึกน่ากลัว แต่อุทิศยืนยันว่า "ลักษณ์อาลัย" คือจดหมายรักส่วนตัวของเขาที่มีต่อวิวัฒนาการของวรรณกรรมไทย จดหมายรักที่มีทั้งเรื่องเล่าความบาดหมางอย่างร้าวลึกในครอบครัวโดยเฉพาะพ่อกับลูก วรรณกรรมโรมานซ์ และพงศาวดารช่วงผลัดเปลี่ยนแผ่นดินสู่ปรากฏอยู่ในเล่มนั่นล่ะ
 
"มันค้นเข้าไปสู่ต้นกำเนิดของร้อยแก้วของไทย แล้วพยายามที่จะหลอมรวมประสานแนวทางต่างๆ ของร้อยแก้วเข้าด้วยกัน งานแนวโรมานซ์ วรรณกรรมเพื่อชีวิต"
 
"นิยายเล่มนี้คือที่ประชุมความของเรื่องเล่า เป็นภาวะความรู้สึก แสดงความเคารพ เพราะการเสนอพงศาวดารเข้ามาในเรื่อง คือการเสนอความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง"
 
"หน้าที่ของเราคือการทำให้ความหมายของสิ่งที่ต้องการจะสื่ออยู่ในพื้นที่ที่ควรอยู่อย่างเหมาะสม เพื่อรอคนมาอ่าน อ่านแล้วก็อ่านได้อีก คุณสมบัติของงานวรรณกรรมต้องถึงพร้อมแบบนั้น พร้อมต่อภาวะความรู้สึกของคนอ่านในวุฒิภาวะหนึ่งที่จะมองเห็นหรือเชื่อมโยง และนักเขียนก็ต้องพร้อมที่จะสูญเสียความหมายนั้นด้วยนะ ถ้าไม่มีใครอ่านแล้วเห็นสิ่งที่หวังจะสื่อเลย"
 
และนี่เป็นอีกข้อสังเกตที่เกิดขึ้น เมื่อในช่วงนี้นักเขียนรุ่นใหม่หลายคนตั้งคำถามถึงบริบททางสังคมไทยผ่านประวัติศาสตร์ รวมถึงลักษณ์อาลัยเช่นกัน
 
"เป็นเพราะประวัติศาสตร์บ้านเรามีปัญหาตลอดไง" อุทิศอธิบาย
 
"ประวัติศาสตร์ถูกเล่าโดยเสียงเดียวตลอด ปลูกฝังในแบบที่เราได้รับรู้ในทิศทางเดียวกัน แต่โลกวันนี้มันกว้างขึ้น เข้าถึงสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น ความคิดหลายอย่างสามารถที่จะบิดเบี้ยวได้ เพียงแค่คุณมองผ่านกล้องจุลทรรศน์อันเดียว อิทธิพลของสื่อสารมวลชนมันมากขึ้นด้วยและกลายเป็นส่วนที่ช่วยปกป้องคนตัวเล็กๆ หลายปัญหาคลำไปคลำมาก็จบลงที่จุดเดียวเหมือนกัน ไม่แตกกระจายไปจุดอื่น"
 
"แต่ที่สุดแล้วเรายืนอยู่ข้างวรรณกรรมอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นประวัติศาสตร์ ข้อมูล หรืออะไรก็ตาม จะต้องรับใช้ความเป็นวรรณกรรมของเราอยู่ดี เพราะงั้นหัวใจสำคัญของคือความเป็นเรื่องเล่าในงานวรรณกรรม ในนิยายเรื่องนี้"
 
"ลักษณ์อาลัย" ถูกจับตาและถูกพูดถึงในวงวรรณกรรมอย่างมาก ไม่ใช่เพราะเข้ารอบซีไรต์และเป็นตัวเก็งรางวัลในปีนี้เท่านั้น แต่เป็นเพราะนี่คือผลงานคุณภาพ
 
นักอ่าน นักวิจารณ์หลายคนยอมรับว่า ผลงานเล่มนี้เหนือกว่าลับแล, แก่งคอย 
 
"เราไม่รู้หรอกว่าดีขนาดไหน แค่รู้ว่าการมีลักษณ์อาลัย ถือเป็นความภูมิใจในชีวิตเราแล้ว" อุทิศกล่าว
 
"บางคนพูดกับเราไว้ว่า นั่นน่ะคือจุดสูงสุดของเราแล้ว นับจากนี้งานอุทิศจะไม่ได้ไปกว่าลับแล, แก่งคอยแล้ว ไม่ว่าจะคิดในแง่เจตนาปกติธรรมดา ไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็เป็นความคาดหวังนั่นล่ะว่าเราจะทำงานได้ไกลกว่านี้รึเปล่าในฐานะนักเขียน แต่สำหรับเรา เราไม่มีความกดดัน แค่ทำให้ดีที่สุดสำหรับตัวเอง ต้องดีที่สุดสำหรับตัวเราเองก่อน ในฐานะนักเขียนคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้กับตัวเอง ลักษณ์อาลัยถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะเราเชื่อว่าเราทำงานในลักษณะของการก้าวขึ้นจากลับแล, แก่งคอย"
 
"เราเชื่อว่าเราทำได้"
 
 
 
 
หน้า 19,มติชนรายวัน ฉบับวันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน 2555  โดย สิรนันท์ ห่อหุ้ม
แนะนำเมื่อ 28ก.ย. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 6,870,033 ครั้ง