แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

กรุงเทพฯ เมืองหนังสือโลก 2556

 

 
 
1.
ถอยกลับไปก่อนหน้านี้สองปี ผู้คนในสังคมไทยจำนวนหนึ่งอดยินดีไม่ได้ เมื่อมีข่าวออกมาว่า กรุงเทพมหานครได้รับการคัดเลือกจากคณะกรรมการองค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ให้เป็น ‘เมืองหนังสือโลก ประจำปี 2556’
 
บางท่านในโลกของสังคมเครือข่าย ไม่รีรอที่จะบอกต่อๆ กันไปว่านี่คือชัยชนะของกรุงเทพมหานคร
 
ครับ ชนะก็ชนะ ถ้าถือว่า งานนี้มีการยื่นแผนงานไปแข่งขันกับบ้านอื่นเมืองอื่นอีก 6 รายด้วยกัน กระนั้นก็ควรเคารพข้อเท็จจริงด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ทางกรุงเทพมหานครในสมัยผู้ว่าฯอภิรักษ์ โกษะโยธิน เคยเสนอแผนงานเรื่องนี้เข้าร่วมประกวดประชันกับเขามาแล้วหนหนึ่งเช่นกัน แต่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือพ่ายแพ้นั่นแหละ
 
พูดตามประสาบ้านๆ ก็ต้องว่า คณะกรรมการยูเนสโกเขาพิจารณาจากแผนงานที่มีการแจกแจงไปโดยละเอียด ว่าคุณจะทำอะไรในส่วนของการสนับสนุนการพัฒนาหนังสือและการอ่าน กระทั่งจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่องอะไรบ้าง ใช้สตุ้งสตางค์เพื่อการนี้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร รวมไปถึงมีหน่วยงานองค์กรใดที่มีศักยภาพ เข้ามาร่วมไม้ร่วมมือด้วยหรือเปล่า
 
นั่นหมายความว่า ชั่วๆ ดีๆ ทางกรุงเทพมหานคร ในฐานะโต้โผใหญ่ ก็เท่ากับไปสัญญิงสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร จนทำให้ยูเนสโกตัดสินใจเลือกนครหลวงของประเทศไทย ให้มีฐานะเป็นเมืองหนังสือโลก ประจำปีพุทธศักราช 2556 ดังที่ทราบกันไปแล้ว
 
ทว่า เรื่องนี้ไม่ได้จบลงตรงแค่ประกาศแล้ว ชนะแล้ว หากทางผู้ได้รับการคัดเลือก ยังจะต้องพิสูจน์ให้ชาวโลกประจักษ์อีกด้วย
 
ดังนั้น ข้อควรสำเหนียกเอาไว้ให้จงหนักก็คือ การที่ยูเนสโกประกาศผลคัดเลือกล่วงหน้าเป็นเวลาไม่ต่ำกว่าสองปีครึ่งนั้น ไม่ได้ต้องการให้ผู้ข้องเกี่ยวไปเที่ยววางท่าโอ้อวดหรือมัวเฉลิมฉลองกันแต่ประการใด หากแต่เพื่อให้พระเดชพระคุณท่านทั้งหลายมีเวลาเตรียมเนื้อเตรียมตัวทำโน่นทำนี่ตามปฏิทินกิจกรรมที่ได้สาธยายเอาไว้ ส่วนจะทำจริงหรือไม่ กระทั่งเป็นโล้เป็นพายหรือเปล่า เขามีมารยาทมากพอที่จะไม่ถอนประกาศ หรือตำหนิประจานต่อสาธารณะให้ได้อับอายขายขี้หน้ากันหรอก แต่ใช่จะหมายความว่า พร้อมจะปิดหูหลับตาปล่อยเลยตามเลย อะไรก็หยวนๆ ไปหมดนะครับ
 
พูดอีกแบบก็คือ ถ้าคุณเบี้ยวโดยไม่มีเหตุอันสมควร เขาก็จะกาหัวคุณไว้ ไม่ชวนให้น่าเชื่อถือวางใจอีกต่อไป!
 
เดิมพันครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ
 
2.
ในฐานะที่คลุกคลีตีโมงอยู่กับแวดวงหนังสือหนังหามาตลอด ตั้งแต่ครั้งหนวดยังไม่งอก จนทุกวันนี้ชักแถวหงอกไปแล้วไม่รู้กี่เส้นต่อกี่เส้น ผมเห็นจะต้องสารภาพตามตรง ว่าไม่สบายใจเอาเสียเลยหลังรับรู้ข่าวดังกล่าวแน่ชัด ด้วยก่อนหน้านี้ มีเสียงนินทามาเข้าหูอยู่เป็นระลอก อาทิ มีการเซ็นสัญญาว่าจ้างบริษัทแห่งหนึ่งไปแล้วกว่าสองร้อยล้านบาท เพื่อให้เป็นแม่งานด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ จากนั้นมีการเติมเม็ดเงินลงไปอีกเป็นพันล้านสำหรับดำเนินงาน ฯลฯ
 
อย่าลืมว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ไม่ได้หล่นลงมาจากท้องฟ้าสุ่มสี่สุ่มห้า หากแต่มาจากภาษีประชาชนพลเมืองโดยตรง
 
คดโกงเงินประชาชนนี่ ตายไปเป็นผีเปรตนะครับ
 
ประเด็นก็คือ ควรใช้จ่ายให้มันคุ้มค่า ก่อให้เกิดเนื้องานที่น่าเคารพนับถือกันหน่อย อย่างน้อยก็ไม่ควรซ้ำรอยเหมือนเมื่อคราวงบไทยเข้มแข็งที่มีการสวาปามงบประมาณในการจัดซื้อหนังสือหนังหาจนมันปากพุงกางกันไปแล้วรอบหนึ่ง
 
อันที่จริง แม้ผมไม่เห็นด้วยกับการที่ทาง กทม.ไปเสนอตัวต่อยูเนสโกตั้งแต่ต้น เพราะรู้เช่นเห็นชาติผู้คนจำนวนหนึ่งในวงการหนังสือว่าไม่ต่างจากฝูงเหลือบดีๆ นี่เอง กระทั่งยังเล็งเห็นด้วยซ้ำ ว่าท้ายที่สุดแล้ว กิจกรรมทั้งหลายทั้งปวงเกี่ยวกับเมืองหนังสือโลก 2556 ก็จะปรากฏออกมาในลักษณ์ผักชีโรยหน้าอีกงาน
 
กระนั้น ผมก็เลือกที่จะไม่ให้สัมภาษณ์เรื่องนี้มาตลอด ด้วยเหตุผลเดียวโดยแท้ นั่นคือ ต้องการถนอมความรู้สึกผู้คนอีกไม่น้อยที่ไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลัง ซึ่งถูกลากเข้าไปรับบทต่างๆ ทั้งระดับล่างระดับกลาง ยังไม่ต้องพูดว่า วิพากษ์วิจารณ์ไปก็เท่านั้น!
 
ก็แล้วทำไม ผมจึงต้องพูดเรื่องนี้ขึ้นมา?
 
เรียนตามตรง เนื่องเพราะเป็นห่วงเป็นใยจริงๆ หากนับจากวันประกาศผลจวบจนถึงทุกวันนี้ เป็นเวลาสองปีเต็มแล้วนะครับ สารภาพอีกก็ได้ ผมเฝ้าติดตามเรื่องนี้อย่างสงบเสงี่ยมเจียมปากมาตลอด ลึกๆ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะภาวนาให้บรรดาผู้รับผิดชอบทั้งหลาย ลงมือทำอะไรต่อมิอะไรในการนี้ออกมาเสียที
 
สองปีเต็มๆ ผ่านไป จะว่าทางกรุงเทพมหานครนิ่งนอนใจหรือไม่รู้หนาวรู้ร้อน ก็ออกจะบาปไปหน่อย อย่างน้อยก็เห็นสปอตโฆษณาเชยๆ ออกมาตัวสองตัว ประกาศตั้งพระและฆราวาสเป็นทูตการอ่าน เปิดเฟสบุ๊ค แฟนเพจ รวมทั้งลงโฆษณาบนหน้าสิ่งพิมพ์ อ้อ... ยังมีรูปใครต่อใครทำท่าอ่านหนังสืออย่างกล้ำกลืนฝืนทน ปรากฏตามป้ายข้างถนนอีกด้วย
 
สังเกตไหมครับว่า ทั้งหมดนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทั้งสิ้น
 
พ้นจากนี้ มีอะไรพอจะเป็นเนื้อเป็นหนังกันหรือยัง?
 
3.
เหลือเวลาอีกครึ่งปี กรุงเทพมหานครจะมีฐานะเป็นเมืองหนังสือโลกอย่างเต็มภาคภูมิ
 
กล่าวเฉพาะผู้คนในแวดวงหนังสือเล่ม ขออนุญาตเรียนให้ทราบชัดๆ ว่าสำนักพิมพ์ส่วนใหญ่ไม่ได้รู้สึกถึงการมีส่วนร่วมในเรื่องนี้แต่อย่างใด หนำซ้ำ บางท่านซึ่งเป็นเจ้าของกิจการในระดับคลุกวงในเรื่องนี้มาแล้ว ไม่ลังเลที่จะลงความเห็น ว่าเอาเข้าจริงแล้ว งานนี้ไม่ใช่เพื่อหน้าตา หรือเพิ่มสง่าราศีแก่เมืองหลวงของประเทศไทยแต่อย่างใด หากเป็นเพียงกลเกมแห่งการหาช่องทางทำมาหากินกันเท่านั้น
 
ฟังแล้วก็อ่อนใจ...
 
อย่างไรก็ตาม ความสิ้นหวังไม่ได้ช่วยให้เรื่องนี้ดีขึ้นแน่ๆ มีแต่จะต้องช่วยกันจับตาทุกก้าวย่าง อย่างน้อยจะได้เกิดการเกรงอกเกรงใจ ไม่นอกลู่นอกรอยจนเกินงาม
 
หากผู้คนในวงการหนังสืองอมืองอเท้าไม่เอาธุระ ก็ไม่สมควรจะไปโทษใคร ใช่ไหม?
 
 
โดย : เวียง-วชิระ บัวสนธ์
(ตีพิมพ์ครั้งแรก : นิตยสาร ‘Mix’, กรกฎาคม 2555)
แนะนำเมื่อ 27ก.ย. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 6,997,747 ครั้ง