แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา) บุคคลดีเด่น UNESCO

 

 
          ทันทีที่เสียงแซ่ซ้องประกาศยกย่องให้ "ศรีบูรพา" หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ นักคิด นักเขียน และนักหนังสือพิมพ์ยุคแรกเริ่มของเมืองไทย ได้รับเลือกให้เป็นบุคคลดีเด่นของโลก ในฐานะผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศไทยและสร้างสันติภาพของโลก
 
          งานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการจัดขึ้นที่ลานบ้านศรีบูรพา หลังจากที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับรางวัลยูเนสโกอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ ๑๗ ตุลาคมที่ผ่านมา นำความปลาบปลื้มและชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย
 
          สำหรับผู้ได้รับคัดเลือกให้เป็นบุคคลดีเด่นของโลก ปี ๒๕๔๗-๒๕๔๘ รวมทั้งสิ้น ๔๓ รายการ ประเทศไทยมี ๒ ท่านด้วยกัน นั่นคือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ที่ครบรอบ ๒๐๐ ปี ยกย่องให้เป็นบุคคลดีเด่นด้านวิทยาศาสตร์
 
          แน่นอนอีกท่านหนึ่งคือ ศรีบูรพา หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ เจ้าของบทประพันธ์อมตะ แลไปข้างหน้า, จนกว่าเราจะพบกันอีก, ลูกผู้ชาย, สงครามชีวิต และข้างหลังภาพ รวมทั้งผลงานเรื่องแปล ได้แก่ เขาถูกบังคับให้เป็นขุนโจร และแม่ ของแมกซิม กอร์กี้ นอกจากนี้ยังมีบทความและเรื่องสั้นอีกมากมาย ที่สะท้อนให้เห็นถึงอุดมการณ์อย่างชัดเจน
 
          กุหลาบ สายประดิษฐ์ ถือเป็นนักคิด นักเขียนหัวก้าวหน้าในยุคหัวเลี้ยวหัวต่อทางการเมือง เป็นเจ้าของและบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์รายปักษ์ "สุภาพบุรุษ" ที่รวบรวมเอากลุ่มก้อนของนักเขียนที่มีชื่อเสียงในสมัยนั้นไว้ที่นั่น เป็นนักต่อสู้เรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย เสรีภาพ สันติภาพ และมนุษยธรรม สร้างประโยชน์เพื่อสาธารณชนอย่างแท้จริง
 
          ประภัสสร เสวิกุล กล่าวถึงหลักการและความเป็นมาว่า ยูเนสโก เขามีโครงการอันหนึ่ง ซึ่งเรียกว่าเป็นการฉลองในวาระสำคัญแก่บุคคลสำคัญ แก่บุคคลที่มีผลงานดีเด่น หรือว่ามีประวัติที่ดีเด่นและน่าสนใจ โดยมีข้อแม้หรือเงื่อนไขว่าบุคคลคนนั้น จะต้องได้สร้างผลงานที่ดีเด่น โดดเด่น เห็นได้อย่างชัดเจน ในด้านของขันติธรรม สันติธรรม ในด้านของวัฒนธรรม และด้านการอยู่ร่วมกันของมวลมนุษย์ ภายใต้สาขาหลักของยูเนสโก คือในเรื่องของศึกษาวิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน อันนี้เป็นหลักการของยูเนสโก ประเทศไทยของเราเสนอชื่อและได้รับการประกาศชื่อคนสำคัญมาแล้ว ๑๗ รายการด้วยกัน
 
          เริ่มจากปีที่แล้ว ทางสมาคมนักเขียนและทางมูลนิธิเสฐียรโกเศศ นาคะประทีป ได้เสนอผ่านทางศึกษาธิการ เสนอชื่อของ คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือว่า ศรีบูรพา ให้ยูเนสโกประกาศยกย่องว่าเป็นบุคคลที่มีผลงานดีเด่นของโลก สาเหตุที่ทางสมาคมนักเขียนเสนอเพราะว่า กุหลาบ สายประดิษฐ์ จะมีอายุครบรอบ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๘ ซึ่งตรงนี้ก็ตรงกับหลักการของทางยูเนสโก ที่ว่าการฉลองนั้นจะต้องทำในวาระครบรอบ ๕๐ ปี ๑๐๐ ปี ๑๕๐ ปี หรือว่า ๒๐๐ ปี
 
          เห็นว่าศรีบูรพาเป็นนักคิด นักเขียน นักหนังสือพิมพ์ ที่นอกจากผลงานของท่านจะมีคุณค่าทางวรรณกรรมแล้ว ท่านยังเป็นบุคคลที่สร้างสรรค์และรณรงค์เพื่อสิทธิเสรีภาพ เพื่อเอกราช เพื่อประชาธิปไตย และเพื่อสันติภาพ ท่านมีความสามารถในด้านการเขียนในหลายๆ ด้านด้วยกัน ทั้งเรื่องสั้น บทกวี เรื่องแปล ปรัชญา และศาสนา อันนี้ตรงกับหลักการของยูเนสโก ในเรื่องความโดดเด่นในผลงาน
 
          เมื่อคณะบริหารของยูเนสโกพิจารณากลั่นกรองแล้ว จึงประกาศออกมาเมื่อวันที่ ๑๗ ตุลาคมที่ผ่านมานี้ ในระหว่างการประชุมสมัยสามัญของยูเนสโก ครั้งที่ ๓๒ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ประกาศว่า ศรีบูรพา เป็นบุคคลสำคัญที่จะร่วมเฉลิมฉลองด้วยในวาระ ๑๐๐ ปีของท่านที่จะมาถึงในปี ๒๕๔๘
 
          สำหรับนักเขียนที่ได้รับประกาศร่วมกันกับศรีบูรพานั้น ที่น่าสนใจมี Jules Verne นักเขียนแนววิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส, Hans Christian Andersen นักเขียนนิทานชาวเดนมาร์ก อีกคนหนึ่งคือ Pablo Neruda นักกวีชาวชิลี ซึ่งถือว่าเป็นเพื่อนร่วมสมัยของท่าน
 
          สำหรับกิจกรรมต่อไปนั้น ในส่วนของภาคประชาชน สมาคมและองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ประกอบด้วย สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย, มูลนิธิเสฐียร นาคะประทีป, สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย, สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์, มูลนิธิศรีบูรพา, สถาบันปรีดี พนมยงค์ และมูลนิธิเด็ก จะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๗ เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๘ กิจกรรมจะเป็นในรูปของนิทรรศการ, การสัมมนา, อภิปราย, ประกวดวรรณกรรม และในรูปของสื่อต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะประกาศให้ทราบกันต่อไป
 
          สมบูรณ์ วรพงษ์ ในฐานะบรรณาธิการหนังสือพิมพ์มายาวนาน กล่าวว่า ทุกคนคงจะเห็นความสำคัญของอาจารย์กุหลาบ สายประดิษฐ์ หรือศรีบูรพา คิดว่าจากนี้ไปจนถึงปี ๒๕๔๘ จะเป็นปีที่พวกเราได้รับความชื่นชมอย่างมาก ทั้งด้านของหนังสือพิมพ์รายวัน ทั้งด้านนิตยสาร ทั้งหนังสือเล่ม คือบุคคลที่มาจากสามัญชนจริงๆ ไม่ได้มาจากหน่วยราชการ หรือเป็นผู้มีฐานันดรทางด้านหนึ่งด้านใด ได้รับเกียรติสูงสุดของโลก คือเป็นบุคคลสำคัญของโลก ของยูเนสโก ซึ่งครั้งนี้ประเทศไทยเราได้ก้าวไปสู่ทิศทางที่ถูกต้องแล้ว
 
          ผมเคยเจอคุณแม่ ชนิด สายประดิษฐ์ ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๒๓ ที่ปักกิ่ง ไปเจอะท่านที่นั่น ในฐานะที่ท่านเป็นนักแปล ใช้นามปากกาว่า "จูเลียต" ตอนนั้นอาจารย์กุหลาบเสียแล้ว ผมเลยไปเยี่ยมคารวะท่าน ผมเลยมีความรู้สึกว่าตลอดชีวิตของท่านทั้งสอง ท่านได้ฝ่าฟันความทุกข์มากกว่าความสุข ถ้าท่านจะแสวงหาความสุขแล้วท่านก็อาจจะมี แต่ตลอดระยะเวลาที่ฝ่าฟันจนต้องลี้ภัยการเมืองที่ต่างประเทศ ผมเองประทับใจหลายอย่างและนำมาเขียนถึงเสมอ
 
          ผมขอนำถ้อยคำๆ หนึ่งซึ่งผมจดไว้เมื่อ ๔๐-๕๐ ปีมาแล้ว อาจารย์กุหลาบได้เขียนไว้นานมาแล้ว ท่านได้พูดประโยคหนึ่งไว้ว่า "งานหนังสือพิมพ์อาจจะหาทำได้ แต่ความเป็นนักหนังสือพิมพ์หาได้ไม่ง่ายนัก" คือความเป็นนักหนังสือพิมพ์ต้องมีจิตวิญญาณของความเป็นนักหนังสือพิมพ์ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสาธารณชนและสังคมอย่างยิ่งยวด ไม่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น แต่หากทั่วโลกได้รู้จักว่านี่คือสามัญชนที่ต่อสู้เพื่อความเป็นเสรีชนอย่างแท้จริง
 
          ส่วนคุณแม่ ชนิด สายประดิษฐ์ ภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก แม้เวลานี้จะอายุชราภาพลงมากแล้ว แต่สุขภาพยังแข็งแรงดี มีรอยยิ้ม ทุกถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจากปาก แม้จะดูยากเย็น แต่ทุกถ้อยคำดูเหมือนจะแม่นยำ ความจำเป็นเยี่ยม ดั่งภาพที่ตรึงอยู่ในความทรงจำ ภาพเหล่านั้นถูกปะติดปะต่อขึ้นอย่างละเมียดละไม คุณแม่ชนิดกล่าวขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน รวมถึงสื่อมวลชน ก่อนจะกล่าวต่อว่า
 
          "กุหลาบ สายประดิษฐ์ เป็นนักเขียน นักหนังสือพิมพ์มาตลอดชีวิต แล้วอยู่ในอาชีพหนังสือพิมพ์คือประจำการอยู่ในหนังสือพิมพ์ร่วม 20 ปี เป็นทั้งบรรณาธิการ แล้วก็เป็นนักข่าวด้วย เพราะฉะนั้นวันนี้ที่พวกเรามา พวกเรานักเขียน นักหนังสือพิมพ์ที่มา เรียกว่าเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเลือดเดียวกับกุหลาบ สายประดิษฐ์ จึงเป็นที่น่ายินดี"
 
          นอกจากนี้คุณแม่ชนิดยังได้เล่าถึงช่วงชีวิตการทำงานกับกลุ่มนักเขียนของกุหลาบ สายประดิษฐ์ และการใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย ภรรยาคู่ชีวิต บอกว่า สิ่งที่คุณกุหลาบรักจริงๆ คืองานเขียน งานหนังสือพิมพ์เป็นรอง การทำหนังสือพิมพ์ต้องตรวจดูว่าคนนั้นคนนี้เขียนได้ดีไหม เช้ามาต้องมาตรวจข่าวตั้งหลายฉบับ เพื่อที่จะดูว่าหนังสือของเราตกข่าวไปบ้างไหม หรือเขียนอ่อนไป คือเป็นงานทางด้านนั้นไง เลยอยากจะเขียนหนังสืออยู่กับบ้าน และตั้งหนังสือพิมพ์สุภาพบุรุษ แล้วก็เข้าๆ ออกๆ พวกหนังสือพิมพ์อยู่เสมอ ชีวิตก็ลุ่มๆ ดอนๆ บ้าง
 
          ลุ่มดอนเราก็อยู่กับบ้าน ไม่ค่อยใช้จ่าย พรรคพวกที่มีอยู่ก็มาเยี่ยมเยียนกันตามสะดวก แต่ว่าอย่างหนึ่งก็คือ ยิ่งอายุมากยิ่งเห็นความจำเป็นที่จะต้องใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เป็นคนกำหนดตัวเองทุกระยะ ทำอย่างนี้อย่างนั้นทำได้แค่ไหน เพราะเหตุอะไร และที่สำคัญคือความประพฤติ เรื่องที่มันจะกระเทือนใจผู้อื่นพยายามหลีกเลี่ยง แต่ว่าสิ่งที่ไม่หลีกเลี่ยงและกล้าทำ คือการรังแกผู้คนและการเอาประเทศชาติไปขาย หรือเรียกว่าเอาไปแลกเปลี่ยน ตรงนั้นจะไม่ยอม เป็นเหตุให้ถูกจับสองครั้ง ต้องลำบากเหมือนกัน
 
          ด้าน สุรพันธ์ สายประดิษฐ์ บุตรชายที่เกษียณอายุการเป็นวิศวกร แล้วหันมาทำธุรกิจค้าขายเล็กๆ ในปัจจุบัน พูดถึงความทรงจำในอดีตที่มีต่อพ่อว่า
 
          พ่อเป็นพ่อที่รักลูกรักครอบครัว แล้วครอบครัวเราก็มีความอบอุ่น มีช่วงหนึ่งพ่อต้องอยู่ในคุกถึง ๔ ปีกว่า แต่ว่าพอถึงวันเสาร์-วันอาทิตย์ เราจะไปเยี่ยมทุกสัปดาห์ แม่ก็ไปด้วย ช่วงนี้ต้องใช้เงินอย่างประหยัด แม่ต้องทำงานทั้งสอนหนังสือภาษาไทยให้ฝรั่ง แปลหนังสือนิยายจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ตอนนั้นพ่ออายุ ๕๐ กว่า ผมอายุราวเกือบสัก ๒๐ รู้สึกว่าในบ้านก็ขาดพ่อไป แต่ก็ทราบว่าพ่อเป็นคนดีและทำสิ่งที่เห็นว่าถูกต้องเป็นธรรม
 
          ตอนลี้ภัยทางการเมือง ตอนนั้นพ่อได้รับเชิญให้เดินทางไปจีน ปี ๑๙๕๘ (๒๕๐๑) ตอนแรกเชิญไปประมาณเดือนหนึ่ง คิดว่าครบเดือนก็จะกลับ ทีนี้ไปในฐานะหัวหน้าคณะวัฒนธรรมไทย ไปแบบเปิดเผย หนังสือพิมพ์ก็ลงข่าว พอเตรียมจะกลับมา ก็พอดีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ทำรัฐประหาร แล้วจอมพลสฤษดิ์ ถือว่าคนไหนที่เคยไปประเทศสังคมนิยมจะเป็นคอมมิวนิสต์หมดเลย เพราะฉะนั้นพ่อผมคิดว่าถ้ากลับมาก็จะต้องถูกจับเข้าคุก เลยต้องลี้ภัยอยู่ในจีน ทางจีนก็ยินดีต้อนรับ แต่ถึงยังไงเราก็ต้องคิดถึงบ้าน ยิ่งถ้าจากบ้านไปนาน
 
          สุรพันธ์ พูดถึงลักษณะนิสัยของพ่ออีกว่า พ่อเป็นคนใจเย็นและนุ่มนวล พูดเสียงจะไม่ดัง พูดช้าๆ เป็นแบบนั้น แต่งานเขียนท่านมีความเป็นหัวก้าวหน้า มีพลัง จริงๆ แล้วพ่อเป็นคนที่ประนีประนอม แต่ว่าอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับความถูกต้อง ความเป็นธรรม แล้วต้องรักษาความถูกต้องเป็นธรรมเป็นอันดับแรก ส่วนการเขียนหนังสือพ่อจะตื่นค่อนข้างเช้า นอนจะค่อนข้างดึกหน่อยหนึ่ง แล้วจะใช้เวลาทั้งเขียนทั้งอ่านด้วยในช่วงนั้น
 
          ความรู้สึกกับการที่พ่อได้รับยกย่องให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก สุรพันธ์ บอกว่า รู้สึกยินดี คือว่าพ่อผมทำสิ่งที่ดี ไม่ใช่เพื่อว่าจะต้องได้รับการยกย่องจากใคร ทำเพื่อให้เป็นประโยชน์ส่วนรวม แต่ว่าการที่ได้รับการยกย่องก็เป็นเรื่องดี แล้วก็คิดว่าจะช่วยให้คนมาอ่านหนังสือของพ่อมากขึ้น และสืบทอดทำสิ่งที่ดีต่อส่วนรวม มีคนรุ่นใหม่มาสืบทอด
 
          สิ่งที่ประทับใจคุณพ่อมากที่สุด คือพ่อเป็นบุคคลธรรมดาคนหนึ่ง เป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อครอบครัว ท่านมีแม่ผมคนเดียว แล้วก็รักลูก เอาใจใส่ต่อลูก ในฐานะที่เป็นบุคคลธรรมดา การใช้ชีวิตก็เป็นธรรมดาเรียบๆ ง่ายๆ
 
          นี่เป็นอีกห้วงเวลาหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับวงการนักประพันธ์ไทย โดยเฉพาะนักเขียนนามอุโฆษ "ศรีบูพา" หรือ "กุหลาบ สายประดิษฐ์" ที่แม้ว่าจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ผลงานอันทรงพลังของท่าน ยังมีคุณค่าและอยู่เหนือกาลเวลาตลอดไป.
 
พรชัย จันทโสก - รายงาน 
pornchai_j@nationgroup.com
กรุงเทพธุรกิจ จุดประกาย วรรณกรรม
ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๕๔๕๕ วันอาทิตย์ที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๖
 
แนะนำเมื่อ 27ก.ย. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 6,833,707 ครั้ง