แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

บทสัมภาษณ์... กวีชั้นเทพ อังคาร กัลยาณพงศ์

 

 
Nakhonart : ปัจจุบันกวีได้หยุดนึ่งกับที่ และมีความร่วมสมัยหรือเปล่า
 
  กวีถ้าเหนื่อยนักก็หยุดบ้าง !!
 
            ผมเขียนนครไว้นานมีคำยากไว้คำหนึ่ง คือ บรเทศ มลกา ปรเมท อยู่ในบทละคร บรเทศ คือคำในประวัติศาสตร์ มาจากโปรตุเกศ เหมือนเรียกเดนมาร์ค อากรีบาต เรางง ศัพท์เหล่านี้เข้ามาตั้งแต่สมัยแม่อยู่หัวศรีสุดาจันทร์ สมัยพระชัยราชา บรเทศสมัยพระเจ้าเสือ ที่มีบรเทศคนหนึ่ง แฝงตัวที่ต้นโพแล้วยิงกบฏรามเถียรตกน้ำ กบฏรามเถียรคือพระนารายณ์ มีน้องคนหนึ่ง
 
             คือเจ้าฟ้าอภัยทศ แอบแต้มไฝคล้ายเจ้าฟ้าอภัยทศมาแล้วคนสวมรอยมาเติมไฝ บรเทศเมื่อเป็นโปรตุเกตุแล้ว โปรตุเกตุเราจ้างมาให้คุมกองปืนไฟ เช่นพรีดังมันเดตปิ่นโต ปิ่นโต คือชื่อท้ายร้อยเอกคนที่คุมกองปืน ตอนนั้นเราจ้างมา เมืองหงสวดี และตะเบงชเวตี้ยังไม่กล้าจ้าง บรเทศคือประวัติเมืองมลกา เจ้าฟ้าปรเมททำรัฐประหารพี่ชายใม่สำเร็จ เลยมาก่ายหน้าผากที่นี่ แล้วเห็นกวาง ควาน เก้ง ขึ้นมะข้าม ป้อม เห็นมาป่า และหมาป่าเมื่อเห็นกวาง แก้ง ก็คิดว่าเป็นอาหารเช้า เมื่อเห็นทำเลเหมาะเลยตั้งชื่อตรงนั้นว่าเมืองมากลา ภาษาลาตินเรียกว่าว่าเอ็มลิกา มาเลเรียกว่ามาลกา จากนั้นกองทัพเรือมาขุดคูขวาง อันบูเกิกเข้ามายึดมาลกาได้ ก็รู้ว่าขึ้นอยู่กับอยุทยา อยุทยาเลยเจรจากันได้
 
      หากไม่ให้กวีหยุดนิ่งก็เลิกท่องบทอาขยาน แล้วให้เด็กคิด เด็กจะไปคิดอะไรหากไม่มีข้อมูล อย่าไปวิตก ในกวี ถ้ามีใจรักก็มีกวีอีก กวีเกิดในมุดลูกแห่งความรัก ความรักหากรักจริงก็ทำได้     กวีถ้าเหนื่อยนักก็หยุดบ้าง !!
 
Nakhonart : กวีใช้พรแสวงมากกว่าวาพรสวรรค์
 
            คือเกิดมาเป็นมนุษย์ คนเราหากจะทำอะไรให้สำเร็จจะต้องได้ทั้งสองอย่าง อย่างท่านนบีมัมมัด อยู่ที่ถ้ำอิรอ แล้วมีมาลาอีกะ(เทวดา)มาบอก ท่านก็ไม่เชื่อเพราะท่านอ่านหนังสือไม่เป็น แต่เมื่อเรียนรู้ท่านก็เก่งและเป็นผู้นำอิสลามในที่สุด
 
          มนุษย์ต้องดมควันเทียน ดมควันเทียนในที่นี้คือจุดเทียน ถ้าจะเป็นนักประพันธ์ต้องวิริยะ คนสมัยก่อนเขาไม่มีความรู้ จับหิ่งห้อยใส่ผ้าขาวมาเพื่อเรียนธรรมะ แต่เป็นคนจีนอาจารย์เห็นเลยสงสารให้เรียนพระไตรปิดก แต่นี่เรามีไฟฟ้าไม่ยอมเรียนกลับไปเต้นรำ มันต้องมีทั้งสองอย่างมีทั้งปฏิบัติและวิริยะ คนที่แต่งกวีได้มีพรมาตายตัวทั้งพรสวรรค์ พรแสวง อย่างมะม่วงกะกำหนดมาแล้วว่าต้องเป็นมะม่วง แต่ตามนุษย์เรามองไม่เห็นว่าพินัยกรรมของมะม่วงอยู่ตรงไหน ตรงจุดที่มนุษย์ไม่เห็นนั้นและ อย่างข้าวเหนียวก็เกิดมากับมะม่วง และยินดีจะเป็นข้าวเหนียวมะม่วง นั้นหมายความว่า คนที่เป็นกวีนั้นต้องกำหนดมาอย่างตายตัว
 
          กำหนดในวิญญาณตั้งแต่ชาติก่อนมาแล้ว ตั้งปณิธานไว้แล้วว่าต้องเป็นกวี มะม่วงก็เหมือนกันตั้งปณิธานแล้วว่าเป็นมะม่วงไม่ใช่เกิดเป็นสาเก มันก็คงยืนยันความเป็นมะม่วง
 
 
Nakhonart : เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยสนใจเรื่องกวีชอบแสงสีมากกว่า จะทำยังไงให้เด็กสนใจ
 
         แสงสีเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ อย่างแมงดายังชอบแสงสี เด็กทุกคนสนใจ แต่ไม่มีผู้ใหญ่นำ ต้องบอกว่าผู้ใหญ่ไม่เอาไหน มีกี่คนที่เคยแต่งฉันท์บางคนเจ็ดชั่วโครตยังไม่เคยแต่งโครง อย่างพวกสมานฉันเคยแต่งไหมไม่เคย ฉันท์หมายถึงกาพย์ กลอน และฉันท์แปลว่ากิน อย่างคำสมานฉันท์แปลว่าทั้งแดกทั้งคอรัปชั่นทั้งกิน อย่างสนามบินงูเหง่า ก็ผิด ควรเป็นงูเหลือม แม้คำพูดก็ไม่มีรสชาติ ต้องใส่เกลือ
 
Nakhonart : เพราะอะไรบทกวีเข้าใจยาก
 
     คือ  ถ้าเข้าใจยาก ทำให้สมองให้คบคิด อย่างทุเรียนเข้าใจยาก ทุเรียนนี่มีเคี้ยวไว้ขู่คนอื่นและให้กินยาก ไดโนเสาร์กินก็ยาก แต่หากเลยเคี้ยวเข้าไปแล้วนั้นจะมีรสชาติที่มันอยร่อย แต่ก่อนเข้าว่า ปิตุฉา ภาษิต  เชื้อเหมือนมาก็ดี เจ้าจะเป็นปิตุขานก็จริง แต่เจ้าเป็นเพียงปลายอ้อย จะหวานเหมือนโคนอ้อยไม่มี นานๆขี้เลื่อยจะคิดจะเคลื่อนไหว กวีเป็นมนุษย์ที่ต้องขบต้องคิด อย่างจรเข้ขบเคี้ยวกินหิน เกิดมนุษย์ก็ต้องขบเคี้ยว หากไม่คบเคี้ยวก็ไปถอนฟันให้หมด กวีนะหากจะเป็นก็เป็นหากไม่เป็นก็ละลายกลางทาง ผมเป็นกวีโดนด่ามามาก หากจะเปรียนก็เหมือนโดนยิงทุกรูขุมขน ใครจะเป็นกวีไม่ต้องขอร้องใครไม่ต้องไปกราบนกกลอน กราบตัวเองให้ดีที่สุด อย่างใครจะเป็นดาวต้องผงาดอยู่บนท้องฟ้าที่สูงไม่ใช่มาอยู่ที่ต่ำ          
 
Nakhonart : ความงดงามเรื่องกาพย์กลอนและบทวี คนยุคนี้ไม่สนใจเพราะมีความรู้สึกว่าภาษาที่สวยงามไม่เป็นประโยชน์
 
     มีประโยชน์ มาเกื้อกูลส่วนที่เป็นสติปัญญา มนุษที่เกิดสติเป็นประธานต้องเอาใจใส่ เปรียบเหมือนแก้วมณี ซึ่งมนุษย์ครอบครองแก้วมณีอยู่ แต่หากไม่มีก็ดีเหมือนกันจะได้ใส่ขี้เลื่อยไปแทน
 
Nakhonart : ส่วนลึกแล้วหวังไหมว่าสักคนที่จะมายืนจุดเดียวกัน
 
        ไม่หวังหรอก เพราะเราไม่ไช่มารดาของโลกมนุษย์ เพราะความเป็นไปของมุษย์เหมือนกับกระแสคลื่นในมหาสมุทร เราจะไปรับเหมือนเอาบาปไปรับ ความเป็นไปของมุษย์ไม่ต้องไปกังวลเพราะจะเป็นไปในตัวมันเอง ทำเรื่องของเราให้ดี อย่างแต่กลอนก็แต่งให้ดีที่สุด
 
Nakhonart : ต่อไปกวีสามารถเกิดหรืออยู่รอดได้ไหม
 
      คนที่ศึกษาเล่าเรียนละรักด้านวรรณศิลป์ก็เกิดได้ ไม่มีใครห้าม อย่างคนหากท้องไส้มีมุดลูกก็เกิดได้เกิดได้เรื่อย อย่างลองกองก็หากมีดอกก็ออกผลไปเรื่อยๆมันไม่ศูนย์พันธ์หรอก โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ก็มีเยอะแยะ แต่ไม่มีใครแต่งกัน อย่างไก่ไข่ ก็ต้องมีไข่ก่อนที่จะเกิดไก่ตัวใหม่มาได้
 
 
 
ขอบคุณ nakhonart.wu.ac.th/interview_aungkan.php
แนะนำเมื่อ 27ส.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 7,464,208 ครั้ง