แผนงานสร้างเสริมวัฒนธรรมการอ่าน Reading Culture Promotion Program

เข้าสู่ระบบ
ลืมรหัสผ่าน

ค้นหา

บทความงานวิจัย

หมวดหมู่

"โลกที่ไม่อุดมคติ" ใน "เกาะที่มีมนุษย์ล้อมรอบ" ของ "ขวัญยืน ลูกจันทร์"

 

 
ไม่มีผู้ใดอาศัยอยู่ในโลกอุดมคติ   วรรณกรรมถือกำเนิดขึ้นมา เพราะนักเขียนต่างต้องการสร้างโลกอุดมคติด้วยปลายปากกา   โลกอุดมคติไม่ใช่โลกที่มีแต่ความสุขสันต์   ตรงกันข้าม มันคือโลกที่ความสุขและความทุกข์ ถูกจำแนกแจกจ่ายตามระเบียบ กฏเกณฑ์ของนักเขียน   แม้วรรณกรรมจะเต็มไปด้วยความโหดร้าย แต่ก็เป็นความโหดร้ายในอุดมคติ   วรรณกรรมซ้ายเพื่อชีวิต ชอบนำเสนอโลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย เพราะอุดมคติของนักเขียนเหล่านั้นคือการอธิบายความโหดร้ายด้วยระบบทุนนิยม
 
ขวัญยืน ลูกจันทร์ ก็เฉกเช่นเดียวกับนักเขียนทั่วไป คือไม่ได้อาศัยอยู่ในโลกอุดมคติ แต่ที่พิเศษกว่านักเขียนคนอื่นๆ คือเขาสามารถเขียนโลกที่ไม่อุดมคติขึ้นมาได้
 
อุดมคติของผู้เขียนปรากฏชัดในสามเรื่องสั้น ได้แก่ คนไข้แห่งอารยธรรมใหม่  ภูเขาแห่งพรหม  และความเข้าใจในตัวหนอนสีชมพู   คนไข้แห่งอารยธรรมใหม่ พูดถึง "เขา" ผู้ไม่สบาย ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล   เขาทบทวนถึงชีวิตที่ผ่านมา เคยมีความใฝ่ฝัน "อยากทำเกษตรธรรมชาติ อยากเขียนหนังสือ อยากวาดภาพ" แต่สุดท้าย เมื่อเรียนจบก็ต้องมาประกอบธุรกิจ   ระหว่างนอนพักรักษาตัว เขาตระหนักถึงโรคร้ายในสังคมยุคใหม่   "งานและงานเท่านั้นที่มนุษย์ยุคปัจจุบันทุ่มเทให้อย่างหมดหัวใจ งานที่ทำเงิน และเงินก็นำพาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ...ชีวิตของคนเราในปัจจุบันวนเวียนไม่สิ้นสุด อยู่กับวิถีชีวิตที่ซ้ำซากจำเจ"   
 
อุดมคติถูกตอกย้ำผ่านตัวละครคนไข้เด็ก   พ่อแม่ของเด็กติดธุระจึงแทบไม่ได้แวะมาเยี่ยมลูกชาย หรือถึงแวะ ก็อยู่ได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆ  ก่อนจะมีโทรศัพท์มือถือมาตามตัว   "เขารู้สึกเกลียดไอ้เจ้าโทรศัพท์มือถือนั้นจับใจ มันช่างเกาะหนึบเหมือนสัตว์ประหลาดจากโลกอื่น" 
 
ภูเขาแห่งพรหม และความเข้าใจในตัวหนอนสีชมพู พูดถึงประเด็นคล้ายคลึงกัน คือความอัศจรรย์ของมนุษย์ที่มีต่อธรรมชาติ -- ทั้งธรรมชาติในป่าลึกและในสวนหลังบ้าน – โดยเฉพาะความสมดุลของระบบนิเวศน์   ในเรื่องแรก ธรรมชาติบุคลาธิษฐานกลายเป็นสุ้มเสียงลึกลับ มากล่าวแก่นักเดินป่าว่า "ความสมดุลในชีวิตคือสิ่งที่เจ้าควรค้นหา เพื่อความสงบสันติอันเป็นที่สุด"   ในเรื่องหลัง จากการเฝ้าสังเกตหนอนน้อยสีชมพูด "ผม" เรียนรู้ว่าหนทางที่ดีที่สุดคือ "ปล่อยให้ธรรมชาติตัดสินปัญหาบางอย่างด้วยตัวเอง"
 
ถ้าทั้งสามเรื่องนี้คือตัวแทนของ เกาะที่มีมนุษย์ล้อมรอบ เราอาจพูดได้ว่า ขวัญยืนเป็นนักเขียนเพื่อชีวิตแนวธรรมชาตินิยม   แต่เช่นนั้นแล้ว เราจะอธิบาย ฝังราก ได้อย่างไร   "ผม" ต้องการเสาสักต้นมาประกอบเป็นฐานให้อ่างน้ำนก   เขาตัดสินใจเลือกจากศาลพระภูมิเก่า ซึ่งถูกกองๆ ทิ้งไว้ บริเวณ "ต้นไทรขนาดกลางอายุประมาณยี่สิบปี ขึ้นอยู่ในเขตทางหลวงที่ตัดผ่านเหมืองร้างนอกตัวเมือง เป็นทำเลที่เหมาะในการทำกิจกรรมทางวิญญาณบางอย่าง"   ไม่ยากเลยที่จะจินตนาการไทรต้นนี้ขึ้นอยู่บนภูเขาแห่งพรหม   "ผม" ใน ภูเขาแห่งพรหม ค้อมหัวให้แก่เจ้าป่าเจ้าเขา ส่วน "ผม" ใน ฝังราก เป็นปัญญาชนยุคใหม่ ย้ำอยู่ตลอดว่าไม่เชื่อในผีสางงมงาย  
 
ดูเหมือนว่าตัวเอกของขวัญยืนจะถกเถียงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการถกเถียงกับตัวเอง หรือถกเถียงกันเองข้ามเรื่องสั้น   ตัวเอกของ ฝังราก แม้ชอบย้ำว่าไม่เชื่อเรื่องผีสางงมงาย แต่ไม่วายถามตัวเองว่าอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ เป็นอิทธิฤทธิ์ของเจ้าของเสาหรือเปล่า   "เขา" ในปัจจัยแห่งชีวิต ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าสมควรตามใจเมีย เอาเงินไปซื้อบัตรมือถือดีหรือไม่   ใน คนไข้แห่งอารยธรรมใหม่ – เขียนปี 2542 -- โทรศัพท์มือถือยังเป็น "สัตว์ประหลาดจากโลกอื่น" อยู่เลย แต่ใน ปัจจัยแห่งชีวิต – เขียนปี 2548 -- เขาให้เหตุผลว่า "ถ้าเขาใช้โทรศัพท์ถามเรื่องงานกับเพื่อนก็คงจะดี อีกหลายวันกว่าจะได้กรีดยาง เผื่อมีงานอะไรทำพอประทังไปก่อน"   หกปีผ่านไป โลกาภิวัฒน์กลายสภาพจากความจริงที่เราเลือกรับหรือเลือกปฏิเสธ มาเป็นความจริงที่เราต้องเรียนรู้เพื่อการอยู่ร่วมกับมัน 
 
หินนางทอง และหนี้รัก แสดงให้เห็นช่องว่างระหว่างอุดมคติของนักเขียนและโลกที่เขาสร้างขึ้นมา   ตัวเอกของหินนางทอง คอยช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากสึนามิ โดยมุ่งเป้าไปยังหลิง หนุ่มมอแกลนผู้สูญเสียภรรยาไปกับคลื่นยักษ์   ตอนต้นเรื่อง "ผม" รำพึงถึงความล่มสลายของสังคมและทุนนิยม   "มนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่บอบบางเหลือเกิน เมื่อเทียบกับพลังอันมหาศาลของธรรมชาติ"   แต่พอถึงท้ายเรื่อง กลับกลายเป็นระบบทุนนิยมที่เกื้อหนุน คืนรอยยิ้มให้แก่หลิง   ชายหนุ่มซื้อรถกระบะ มาตระเวนขายของเก่า เพราะภายหลังคลื่นยักษ์ถล่มเมือง มีของเก่าหลงเหลือมากมาย   สุดท้าย ผู้เขียนได้แต่รำพึง "ไม่มีคำตอบใดๆ" สำหรับการแปรวิกฤติให้เป็นโอกาส ความเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตหนุ่มมอแกลนคนนี้  
 
อาการ "ไม่มีคำตอบใดๆ" ปรากฎในตอนท้ายของหนี้รัก หลังจากสองสามีภรรยา ลูกจ้างสวนยาง ที่เหมือนจะตกเป็นทาสวัตถุนิยม (ปานประหนึ่งเป็นคู่เดียวกับสามีภรรยาใน ปัจจัยแห่งชีวิต) ก่อเรื่องตบตีจนต้องขนข้าวขนของ ย้ายออกจากสวนยาง   จู่ๆ ก็มีชายหนุ่มใส่เสื้อแขนยาวผูกไทปรากฏตัวขึ้น   ผ่านบทสนทนาของตัวละคร คนอ่านได้เรียนรู้ว่า ทั้งสามีคนผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า และภรรยาคนค้ำประกัน เก็บข้าวเก็บของหนีไปจังหวัดอื่นเสียแล้ว   เหยื่อที่แท้จริงจึงไม่ใช่ภรรยาผู้ถูกตบตี สามีผู้ตกอยู่ในกระแสวัตถุนิยม แต่เป็นชายหนุ่มผูกไทตัวแทนของระบบทุนต่างหาก   ในฉากอันน่ามหัศจรรย์นี้ จู่ๆ น้ำเสียงของผู้เขียนก็สงัดลง (ทั้งที่ตลอดทั้งเรื่อง ขวัญยืนมักสอดแทรกความเห็นของตัวเองเข้ามาเป็นระยะ)   ราวกับเปิดพื้นที่ให้เหตุการณ์ ซึ่งอยู่นอกเหนืออุดมคติของผู้เขียน ดำเนินไปตามครรลอง
 
ความไม่ไร้เดียงสาคือจุดเด่นของรวมเรื่องสั้นชุดนี้   โครงสร้างอำนาจไม่ได้ไหลบ่าทางเดียว แบบในวรรณกรรมซ้ายเพื่อชีวิต แต่หลายครั้ง กลับเป็นคนชายขอบ เช่น ชาวมอญอพยพ ผู้ใช้ชีวิตอยู่กับ "แสงเทียนแห่งความหวัง...ริบหรี่และวูบไหวด้วยแรงลม" ที่หัวเราะทีหลังดังกว่า คว้าพุงปลาและพุงหมูไปกิน เช่นใน ชายหาปลาทั้งสี่ และ งานเลี้ยงหมูป่า   โครงสร้างอำนาจแบบนี้คล้ายคลึงกับในระบบนิเวศน์ ที่แม้จะกินกันเป็นทอดๆ จนถึงสัตว์ใหญ่ เช่น เสือ สิงโต เหยี่ยว   สุดท้ายสัตว์เหล่านี้ต้องทอดร่าง ย่อยสลาย กลายเป็นอาหารพืช   ชัยชนะของคนตัวเล็กๆ ที่ไม่โรแมนติก ไม่อุดมคติ และเต็มไปด้วยเล่ห์กลโกงต่างๆ นานาช่วยให้เรา "เข้าถึงธรรม" ได้อย่างแท้จริง
 
(เกี่ยวกับผู้วิจารณ์ "รักชวนหัว" เป็นนามปากกาของนักเขียน-นักวิชาการหนุ่ม ในฐานะนักเขียนเขาเคยได้รับรางวัลทางวรรณกรรมมาไม่น้อยและเคยถูกเสนอเข้าชิงรางวัลซีไรต์มาแล้วมากกว่า 1 ครั้ง ในบทบาทนักวิชาการ ปัจจุบันเขาทำหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยรัฐแห่งหนึ่ง ผู้สนใจสามารถติดตามอ่านงานเขียนว่าด้วยหนังสือภาษาไทยและอังกฤษหลากหลายประเภทของเขาได้ที่ http://laughable-loves.blogspot.com/)
 
ขอบคุณเรื่องราวดีๆจาก มติชนออนไลน์
โดย รักชวนหัว 
แนะนำเมื่อ 25ก.ค. 55
0ความคิดเห็น
Share

แสดงความคิดเห็น

 

 

กรุณา Login เข้าระบบก่อนแสดงความคิดเห็น หรือสมัครสมาชิกใหม่ คลิกที่นี่

 

 

จำนวนการเข้าชม: 7,586,232 ครั้ง